แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AKB48 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AKB48 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

(แปล) ทาคาฮาชิ มินามิ "องค์หญิงแห่งนาโกย่า มัตสึอิเรนะ ผู้เคยเป็น"โอตะติดบ้าน"สุดแกร่ง!"


(แปล) ทาคาฮาชิ มินามิ ว่าด้วยAKB48ก่อนจบการศึกษา
หมายเลข 41 หัวข้อ
"องค์หญิงแห่งนาโกย่า มัตสึอิเรนะ ผู้เคยเป็น"โอตะติดบ้าน"สุดแกร่ง!"
 
 
 
เรนะทำงานหนักมากอยู่เสมอ แม้ในฐานะเซมบัตสึของAKB48
แต่เมื่อเวลาผ่านไปฉันกลับรู้สึกว่าเธอ..ค่อนข้างเย็นชา
เราจะคุยกันแค่ในบางโอกาสนานๆทีเท่านั้นแต่ก็มีเหตุผลอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนั้น
เธอเป็นแฟนคลับของวงเรามาตั้งแต่ก่อนเข้าSKE48 วันหนึ่งเธอได้อธิบายให้ฉันฟังว่าทำไมถึงวางตัวออกห่าง

"สำหรับฉันแล้ว ทากามินะซังกับมาเอดะ(อัตสึโกะ)ซัง คือไอดอลที่ฉันเคยเฝ้ามองผ่านโทรทัศน์ เป็นไอดอลที่ฉันเคารพรักและได้มอบความฝันให้ ฉันอยากทำความรู้จัก อยากเป็นเพื่อนด้วยแต่ก็ประหม่าจนทำยังไงก็เข้าหาไม่ได้เลยค่ะ"


ฉันก็ได้เข้าใจนะว่าคงเพราะแบบนั้นแหละ เหมือนว่าเธอพยายามตีตัวออกห่างอย่างจงใจ
ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นเลยว่าเธอเป็นแฟนคลับ แต่การที่ตัวเธอมีบรรยากาศประหลาดอยู่รอบตัวนี้
ทำให้รู้สึกเข้าถึงได้ยากมากเลยล่ะ

มันคือ "ระยะห่าง"

มัตสึอิ เรนะ นั้นดูราวกับ....หญิงสาวบอบบางคนนั้นที่มักนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างด้านหลังสุดของห้องเรียน
สายตาจดจ้องตัวหนังสือในขณะที่ผ้าม่านซึ่งถูกลมพัดปัดโดนแขนของเธอเบาๆ
นั่นคือภาพลักษณ์ที่เธอมีต่อเหล่าหนุ่มๆในชั้น

"เธอช่างน่ารักเหลือเกิน....แต่กลับไม่มีเพื่อนเลย"

ทั้งสันโดษและดูเข้าถึงได้ยาก มักจะอยู่คนเดียวเสมอ เพราะร่างกายบอบบางทำให้ต้องหยุดเรียนเป็นประจำ
และหนุ่มๆมักจะถูกดึงดูดโดยผู้หญิงแนวนี้แหละ แต่ในเมื่อปกติไม่มีใครเข้าหาเธอเลยก็ต้องใช้ความกล้าประมาณนึงเลยล่ะถึงจะกล้าเข้าไปหาเธอก่อนได้
แต่จากที่พูดมาทั้งหมดนั้น หญิงสาวผู้เข้าถึงได้ยากแสนยากคนนั้น กลับมาเป็นไอดอล
คุณสามารถไปหาเธอได้ในงานจับมือ คุณได้พูดคุยกับเธอและเธอจะฟังคุณอย่างตั้งอกตั้งใจ
ยิ้มแย้มแสนกว้างและน่ารักอย่างที่สุด

จากทั้งหมดนั่นแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกคนต้องรู้สึกว่า "ผมจะเป็นคนที่ปกป้องเรนะเอง!!"
เรนะเป็นสาวงามผู้สง่าและสันโดษ เป็นคนซึ่งโดดเด่นกว่าใครในAKB48กรุ๊ป


มีเมมเบอร์หลายคนในวงที่จริงๆแล้วเป็นอดีตแฟนคลับไอดอล ที่โดดเด่นออกมาเลยก็คือซาชิฮาระ ริโนะ
แนวนี้ส่วนมากจะกล้าแสดงออกชัดเจนและได้ไปเข้าร่วมอีเวนท์ไอดอลหลายต่อหลายงานมาในอดีต
แฟนๆแนวนี้จะเรียกกันว่า "โอตะลุยงาน"
(TL note : เราไม่รู้จะแปลไทยว่าอะไร คำญี่ปุ่นคือ 現場ヲタ ค่ะ
เกร็ดเล็กน้อยก็คือคำว่า ヲタ(wota) จะเป็นคำเฉพาะที่ใช้เรียกโอตาคุไอดอล จากที่ปกติใช้คำว่า otaku แต่ถ้าโอตะไอดอลจะเรียกว่า wotaku แทน :) ต่างกันแค่ตอนเขียน ตอนอ่านก็ออกเสียง"โอตะคุ"เหมือนกันค่ะ )

แต่เรนะจะต่างออกไป เธอไม่เคยแสดงออกถึงด้านโอตะของเธอเลย และเคยเป็น "โอตะติดบ้าน" มาก่อน
( 在宅ヲタ )

ฉันว่านั่นแหละที่ทำให้เธอเข้าใจแฟนประเภทนั้นได้เป็นอย่างดี ฉันกล้าพูดเลยว่า
มัตสึอิ เรนะ คือสุดยอด"โอตะติดบ้าน"ของประเทศญี่ปุ่น
สำหรับผู้คนซึ่งแบ่งปันความเร่าร้อนมาจากระยะทางไกลห่าง เรนะคือใครซักคนที่พวกเค้าสามารถ"เชื่อมถึง"ได้
ใครซักคนที่จะเข้าใจพวกเค้า และคือใครคนนั้นที่ทำให้พวกเค้าอยากสนับสนุนเธอด้วยทุกสิ่งที่พวกเค้ามี
และจากที่ฉันเห็น 
นั่นก็เป็นเพราะเรนะภักดีต่อนาโกย่าเสมอไม่เคยเสื่อมคลาย เธอมักเน้นย้ำให้เห็นเสมอว่า

"การเต้นของSKE48คือที่สุดและไม่ใช่แค่เก่งที่สุด ยังงดงามปราณีตอีกด้วย"

มัตสึอิ เรนะ ที่ฉันเอ่ยถึงมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ผูกพันแน่นแฟ้นกับนาโกย่าอย่างที่สุด
แม้ในขณะที่เธออยู่กับพวกเราเซมบัตสึAKB48 จิตวิญญาณของเธอยังผูกติดอยู่ที่นาโกย่า
อาจจะไม่ใช่คำพูดที่ดีที่สุดที่จะสื่อออกไปนัก แต่สำหรับฉันคิดว่าเวลาเรนะอยู่กับเซมบัตสึAKB48
นั่นไม่ใช่อะไรที่เป็น100%เต็มที่ของเรนะ
ไม่ใช่ว่าเธอละเลยไม่ตั้งใจทำงานนะ เรนะนั้นมุ่งมั่นและเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ
แต่แค่ว่าความสามารถที่แท้จริงของเธอไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มที่

"ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเรนะมีไว้เพื่อ SKE48 เท่านั้น
ไม่มีใครจะพรากความจริงนี้ไปจากองค์หญิงแห่งนาโกย่าได้
องค์หญิงผู้ยืนหยัดสง่างาม มั่นคง ซื่อตรงต่อแฟนๆอยู่เสมอ"


ในฐานะผู้จัดการทั่วไปแล้ว ความจริงข้อนี้เคยทำให้ฉันเจ็บใจอยู่บ้างนะคะ
แต่พอมองย้อนไปแล้ว นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มัตสึอิ เรนะ คือ มัตสึอิ เรนะ อย่างที่เธอเป็น"



ภาพ/คำแปลอังกฤษจาก : sakaeandfrog

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

[65FS] (PV) AKB48 Team 4 - Me wo Akete Mama no First Kiss ซับไทย + lyrics







PV AKB ทีม 4 - จุมพิตแรกยามนัยน์ตาเบิกกว้าง

เพราะยูริอะ ยูริอะคนเดียวเลยนะรู้มั้ย ♥


陽が沈みかけたロッカールーム
忘れものを取りに行ったら
อาทิตย์ย่ำอัสดงเมื่อยามฉันกลับไปเอาของที่ลืมไว้ที่ลอคเกอร์
部活が終わったあなたがいて
一方的なサプライズ 「これから帰るの?」なんて
私がぎこちなく聞いて
เจอเธอที่เพิ่งเลิกชมรมอยู่ตรงนั้น
ด้วยความตกใจฉันเอ่ยถามไปอย่างอึกอักว่า
"จะกลับแล้วเหรอ ?"
1メートルの友達ライン
どっちから越えるのだろう
เส้นกั้น1เมตรแห่งความเป็นเพื่อน
ใครจะข้ามมันเข้ามาก่อนกันนะ ?
 キスは キスは キスは
振り向き様
突然の甘い蜜の味
手を回すのも忘れるほど
จุมพิต จุมพิต จุมพิตนั้น
เกิดขึ้นชั่วขณะเมื่อหันไป
สัมผัสถึงรสหวานปานน้ำผึ้ง
หลงลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำจนหมดสิ้น
 唇 つんと突き出した
両目を開けたまま
ファーストキス
ริมฝีปากย่นยื่นออก
พร้อมสองนัยน์ตาที่เบิกกว้าง
กับจูบแรกนี้
 廊下の向こうに人の気配
あわててすぐ 離れる2人
ホントは誰かに見られてもいい
愛し合ったエビデンス
รู้สึกถึงผู้คนที่เดินผ่านระเบียง
เราสองคนแยกจากกันอย่างเร่งรีบ
จริงๆแล้วใครจะเห็นก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
มันเป็นหลักฐานแห่งรักของเรา
「じゃあな」なんてぶっきらぼうに
あなたが背中向けるけど
重たすぎない秘密のライン
お互いに守りましょうね
"ไว้เจอกัน" เธอพูดออกมาห้วนๆ
และหันแผ่นหลังหนีไป
เส้นกั้นแห่งความลับนี้ที่ไม่ได้สลักสำคัญนัก
 มาปกป้องมันไว้ด้วยกันเถอะ
好きよ 好きよ 好きよ
ずっと前から
 รัก รัก รักนะ
หลงรักเธอเสมอมา
片思い 意識してたけど
抱き寄せられて 何も言えず
รักข้างเดียวนี้ ถึงจะรู้สึกตัวมาตลอด
ดึงตัวฉันไว้ในอ้อมกอด โดยไม่เอ่ยคำใด
ハートを盗まれたように
あなたが近すぎる
ファーストキス
อยู่ใกล้เธอเกินไป..จนเหมือนหัวใจถูกช่วงชิง
กับจูบแรกนี้
 キスは キスは キスは
振り向き様
突然の甘い蜜の味
手を回すのも忘れるほど
จุมพิต จุมพิต จุมพิตนั้น
เกิดขึ้นชั่วขณะเมื่อหันไป
สัมผัสถึงรสหวานปานน้ำผึ้ง
หลงลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำจนหมดสิ้น
 唇 つんと突き出した
両目を開けたまま
ファーストキス
ริมฝีปากริมฝีปากเม้มย่นยื่นออก
พร้อมสองนัยน์ตาที่เบิกกว้าง
กับจูบแรกนี้


Kanji : studio48
Thai Translation : 65


>>DOWNLOAD<<
 




วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

[Article] "แด่โลกใบใหม่" เรื่องราวเบื้องหลังการตัดสินใจย้ายวงของ คิซากิ ยูริอะ

เขียนไว้แล้วจากกระทู้นี้ เอามาอัพเก็บลงบลอคค่ะ :)




แด่โลกใบใหม่อันไม่อาจคาดถึง


จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ

แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48

"ตอนที่ประกาศย้ายยูริอะไปAKB48 ฉันตกใจจริงๆ ตกใจจนเหมือนสติหลุดไปเลย...." - มัตสึอิ เรนะ

แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น

ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ

แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4

วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า

"เอ๋...แต่ฉันตั้งใจจะแบกรับSKE48ในอนาคตไว้แล้วนะ..."


Q  - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป

"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"


"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "



ควบทีม หรือ ย้ายวง ?


"เหมือนว่าหลังจากงานวันนั้น เรนะซังกับเพื่อนบางคนจะไปคุยกับมิเนกิชิซังประมาณว่า "คุณแย่งยูริอะไปจากเรานะ"
มิเนกิชิซังเล่าให้ฟังแบบนี้ พอได้ยินแล้วก็ดีใจค่ะ ทำให้รู้สึกขึ้นมาว่าฉันได้รับความรักและใส่ใจใน SKE48 ขนาดไหน...

ทีม 4 มีสมาชิกเด็กๆเยอะแยะเลยใช่ไหมล่ะ ? เพราะแบบนั้นมิเนกิชิซังเลยบอกกับฉันว่า
"ทีมนี้ขาดสมาชิกที่มีประสบการณ์โชกโชนพอจะเป็นศูนย์กลางของทีมได้ เราไม่มีคนอย่างทากามินะ มายูยุ หรือโึจิฮารุ
ถ้าเธอเลือกจะมาในฐานะสมาชิกควบทีม ฉันรู้สึกว่าเราคงเป็นทีมที่ครึ่งๆกลางๆ....ถึงจะดูแย่ที่พูดจาแบบนี้ก็เถอะ
แต่ก็ต้องพูดว่า ดีใจจริงๆ ที่ยูริอะเลือกที่จะย้ายมาเต็มตัว"


Q - สุดท้ายแล้วทำไมถึงตัดสินใจที่จะไป ?

"ในวันสุดท้ายที่ให้ตัดสินใจได้ ฉันคิดอย่างถี่ถ้วนและศึกษาตลอดทั้งวัน
คิดนู่นคิดนี่เยอะไปหมด ความจริงแล้วก็คิดด้วยซ้ำว่าจะขอให้ได้ควบวงกับSKE48ต่อไป

แต่ถึงตอนนั้นก็คิดขึ้นมา..
ว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าบอกไปว่า "ให้ฉันได้ควบวงกับSKE48ด้วย"
สุดท้ายมันก็แค่ทำให้ผู้คนหลายส่วนต้องมาข้องเกี่ยวลำบากด้วยไม่ใช่เหรอ...

ที่มากไปกว่าก็คือ ถ้าการเตรียมใจของฉันอ่อนแอแบบนั้น........ทีม4จะกลายเป็นทีมแบบไหนกัน !?


ตัวฉันที่พูดมานานว่าอยากลองออกมาอยู่คนเดียวพออายุครบ 18 ก็เลยคิดขึ้นมาเหมือนกันว่าตอนนี้ก็เวลากำลังเหมาะ
หลังจากเอาแต่คิดวนไปวนมาทั้งวัน "ย้าย? ควบ ? ยังไงดี...!?"
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า....

...ในเมื่อเค้าประกาศให้ฉันย้ายวงไม่ใช่ควบ ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากให้มันเป็นไป"


แด่โลกใบใหม่อันไม่อาจคาดถึง


จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ

แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48

"ตอนที่ประกาศย้ายยูริอะไปAKB48 ฉันตกใจจริงๆ ตกใจจนเหมือนสติหลุดไปเลย...." - มัตสึอิ เรนะ

แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น

ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ

แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4

วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า

"เอ๋...แต่ฉันตั้งใจจะแบกรับSKE48ในอนาคตไว้แล้วนะ..."


Q  - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป

"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"


"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "

สู่ AKB48 คิซากิ ยูริอะ


Q - จริงๆไม่ใช่แค่แฟนๆหรอกที่ตกใจ ขนาดนักข่าวอย่างพวกเรายังยืนกันแทบไม่อยู่...

"มีความสุขมากเลยค่ะที่รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฉันกันขนาดไหน...ได้รับรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่คอยสนับสนุนอยู่
ดีใจจริงๆ กับการที่อยู่ในSKE48แล้วถูกมองเป็นคนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญกับตัววง..."

Q - ในฐานะรองกัปตันทีม4 คิดว่าจะทำยังไง ?

"ฉันคิดว่าทักษะบนเวทีของSKE48เนี่ยสุดยอด เลยคิดว่าสิ่งแรกที่อยากจะทำในฐานะรองกัปตันคือสอนทุกคนถึงทักษะบนเวทีของSKE48"

"ด้วยจิตวิญญาณของSKE48ในตัวที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนด้วยทุกสิ่งที่ทำมากับSKE48จะขอพัฒนาตัวเองโดยซึมซับด้านดีๆของAKB48

ฉัน มิเนกิชิซัง และสมาชิกคนอื่นๆ

"...จะสร้างทีม4ที่ไม่มีวันแพ้SKE48ขึ้นมาให้ดู "




รอยจารึกสุดท้ายของยูริอะ ณ ประตูเธียเตอร์SKE

พร้อมด้วยคำสัญญาว่า ซักวันจะกลับมาอีกครั้ง : )




----จบ----

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[Trans] WPB Journal - วาตานาเบะ มายูยุ -




ฉันเคยว่ายน้ำไม่เป็นเลยค่ะ แต่ในการถ่ายทำงานนี้ก็ติดใจการว่ายน้ำซะแล้ว

เอาล่ะ ไหนๆโฟโต้บุค"เครื่องแบบสุดท้าย"(PBของมายุ)ก็จะวางแผงแล้ว บอกความประทับใจของคุณในการถ่ายทำหน่อย

มา ยุ : มันน่าสนใจมากๆค่ะ เผลอแปบเดียวก็ถ่ายเสร็จซะแล้ว! ตอนแรกคิดว่าจะลำบากมากซะอีกเพราะจำนวนวันที่ใช้ถ่ายทำมันเยอะมาก แต่ในทุกๆวันน่ะน่าสนใจแล้วก็ถ่ายกันเสร็จไวมากๆเลย

คุณได้ใส่เครื่องแบบหลายชุดมากเลยมันก็ดีนะ แต่รู้สึกว่าระหว่างการถ่ายทำน่ะคุณคึกมากๆเลยใช่ไหม?


มายุ : ก็มันสนุกนี่นา และทุกรูปก็ถ่ายออกมาได้ดีมาก

ในโฟโต้บุคเล่มนี้จะไม่ได้มีแค่มายูยุที่ดูเคร่งขรึมตามปกติ แต่ยังมีมายูยุในอีกหลากหลายแบบ


มายุ : ปกติฉันไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมามากหรอกค่ะ การที่ได้แสดงท่าทางการเคลื่อนไหวในแบบต่างๆมากมายทำให้รู้สึกมีความสุขดี


คุณเคยบอกว่าเป็นเรื่องดีนะที่ได้ทำสีหน้าประหลาดๆบ้างใส่กล้องในระหว่างการถ่ายทำ


มายุ : ใช่ค่ะ(หัวเราะ) ฉันว่าดีออกนะที่มีการแสดงสีหน้าที่หลากหลายน่ะ

สำหรับมายูยุซังแล้วจุดเด่นในโฟโต้บุคเล่มนี้คืออะไร?
มายุ : อืม...ก็มีเยอะแยะเลยนะคะ แต่ถ้าอยากได้แค่อย่างเดียวนี่คงเป็นความมีชีวิตชีวาของรูปน่ะค่ะ
มีชีวิตชีวามากซะจนเหมือนกับว่าฉันจะกระโดดออกมาจากรูปถ่ายเลยล่ะ
 ฉันว่าทุกคนจะมีความสุขขึ้นมาเลยเมื่อได้เปิดผ่านหนังสือเล่มนี้



นี่ออกจะหยาบคายซักหน่อย แต่ปกติแล้วไม่เห็นจะมีรูปมายูยุรูปไหนเลยที่ดูมีชีวิตชีวา...

มายุ : ไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เพราะปกติฉันไม่ได้มีภาพลักษณ์แบบนั้นเพราะงั้นนี่เป็นโฟโต้บุคที่แปลกใหม่เลยนะคะ

ถ้ามีเรื่องราวดีๆอะไรระหว่างการถ่ายทำก็ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิ
มายุ : ฉันใส่เครื่องแบบของแต่ละชมรมและได้ลองเล่นกีฬาหลายอย่างเลย แล้วก็กลัวการว่ายน้ำนะ
เมื่อก่อนฉันน่ะเป็นค้อน(คนญี่ปุ่นเีรียกคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นว่าเป็นค้อน) ว่ายน้ำไม่ได้ซักนิด
ถึงจะทำได้ก็ว่ายตีขาไปได้แค่ 2 เมตรเท่านั้นแหละ



เราก็กังวลเหมือนกันว่าการถ่ายทำจะสำเร็จไปได้ด้วยดีไหม
มายุ : แค่คิดว่าว่ายน้ำได้ ก็ทำได้ล่ะ!


ในชีวิตจริงคุณมีปฎิกิริยาดีมากเลยใช่ไหมล่ะ?
มายุ : นั่นสินะ แต่ฉันติดใจการว่ายน้ำซะแล้วล่ะค่ะ บางทีก็อาจจะอยากไปว่ายน้ำอีกก็ได้


credit : chichan54,stage48

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

[65-FS] AKB48 Mujack – Takahashi Minami, Kizaki Yuria, Kojima Mako

[65-FS] 140718 AKB48 Mujack – Takahashi Minami, Kizaki Yuria, Kojima Mako ซับไทย





Mujack Talk x Talk x Talk
การพูดคุยระหว่างผู้จัดการทั่วไป ทากาฮาชิ มินามิ และเอสรุ่นต่อไปทั้งสอง คิซากิ ยูริอะ และ โคจิมะ มาโกะ
ในรายการนี้ทุกคนจะได้รู้จักนิสัยและเรื่องราวต่างๆของทั้งยูริอะและมาโกะ หรือแม้แต่ทากามินะมากขึ้น ภายใต้หัวข้อพูดคุยต่างๆ
อย่างเช่น "ถ้าโลกแตกพรุ่งนี้จะทำอะไร" หรือแม้แต่..เรื่องหนุ่มๆ!?

สนุกดีค่ะ ตลกด้วย(ฮา) สตาฟรายการนี้ตลกดี...




[Trans] "เพราะมีเธออยู่ตรงนั้น" ชิโนดะ มาริโกะ

 สัมภาษณ์เก่าเมื่อ2-3ปีที่แล้วค่ะ ขุดมาแปลเพราะ....เฮ้อ ฮือ ;A;


---------



  "ความใจดีอันไร้เหตุผล"ที่ฉันได้รับมาจากคุณแม่

 มีคนบอกฉันตลอดว่าฉันเป็นคนเข้ากับคนง่ายแต่ในขณะเดียวกัน
เรื่องอย่าง ควรจะเริ่มต้นบทสนทนายังไงดีนะ?หรือควรจะทำอะไรแบบไหนกับใครดี
ฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้จริงๆค่ะ แต่ด้วยสาเหตุบางอย่างก็รู้สึกขึ้นมาว่าฉันต้องเปลี่ยนตัวเอง


เมื่อ2ปีก่อน มัตสึอิ จูรินะ ที่เพิ่งออดิชั่นSKE48ผ่าน ได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์ของAKBในซิงเกิล Oogoe Diamond

แต่ในตอนนั้นเธอเป็นเพียงแค่เด็กวัยประถม11ขวบ คาดไม่ถึงจริงๆ เธอต้องเดินทางไปมาจากนาโกย่าไปโตเกียว
ต้องมายืนอยู่หน้าสุดของเมมเบอร์คนอื่นๆที่ทั้งอายุเยอะกว่าและมีประสบการณ์มากกว่า
ถึงทุกๆคนจะไม่ได้ดูแลเธอไม่ดีแต่ก็ยังคงโดดเดี่ยวจากทุกคนอยู่ในตอนแรก
เห็นแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดแทนขึ้นมาและอยากจะทำอะไรซักอย่างเพื่อเธอ
เพราะฉันเข้าใจดีถึงความรู้สึกเจ็บปวดที่เข้าวงมาคนละเวลากับคนอื่นดี

ตอนที่ฉันเข้ามาในAKB เวลาผ่านมาเกินเดือนครึ่งแล้วที่อัจจัง ทากามินะ และคนที่เหลือเดบิวท์ไป
ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเมมเบอร์รุ่นแรกแต่มันก็ลำบากมากจริงๆเพราะฉันเข้ามาทีหลังคนอื่นเขานี่

แรกเข้านั้นรู้สึกเหมือนมีกำแพงกั้นระหว่างฉันกับเมมเบอร์รุ่นแรกแต่ละคนอยู่ตลอดเวลา ถึงกับรู้สึกว่าไม่มีที่ยืนแม้แต่ในห้องแต่งตัว

แต่ฉันก็เข้าใจดีว่าทำไมทุกคนถึงทำแบบนั้น หลังจากการออดิชั่นครั้งแรกจบลง ทุกคนก็ทุลักทุเลสร้างทีมขึ้นมาจากที่ไม่มีอะไรเลยและในที่สุดก็ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีจนได้

แล้วอยู่ๆฉันก็โผล่มา แน่นอนว่าพวกเค้าต้องคิดว่า"ยัยนี่เข้าAKBมาได้ยังไง?"
ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงได้เป็นคนเดียวที่มาทีหลัง...
ตอนนั้นฉันเหงามากๆและจูรินะก็อาจจะกำลังสัมผัสประสบการณ์เดียวกับที่ฉันเคยสัมผัส

แต่จูรินะไม่ใช่ฉันนี่นา ถ้าไปทักแล้วเกิดถูกคิดว่าเป็นคนประหลาดขึ้นมาฉันอาจจะถูกเกลียดก็ได้
และมากไปกว่านั้น จูรินะไม่จำเป็นต้องตอบรับฉันซะหน่อย

ในขณะที่กำลังลังเลอยู่ ฉันก็นึกถึงคำพูดของคุณแม่ขึ้นมา

"ถ้าจะทำอะไรเพราะอยากได้สิ่งตอบแทนก็อย่าทำเลยจะดีกว่า"

แม่ฉันคอยดูแลเด็กๆและคนแก่ในละแวกบ้านมาเป็นเวลานานแล้ว
เธอชอบดูแลคนอื่นมาก ทุกๆคืนก่อนคุณพ่อเข้านอน แม่จะคอยนวดคลายเครียดให้คุณพ่อทั้งตัว
เวลาตื่นเธอก็จะเป็นคนแรกที่ตื่นมาเตรียมข้าวเช้าให้ครอบครัว
เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอก็มาถึงโตเกียวจากฟุกุโอกะ และทำอาหารที่ฉันชอบมาให้
พอมองดูดีๆเธอใส่ผักไปเยอะเลยเพราะเป็นห่วงว่าฉันจะดูแลตัวเองไม่ดีเพราะมาอยู่คนเดียว

คุณแม่ไม่เคยร้องขออะไรตอบแทน ในขณะที่ตอนประถมฉันจะเป็นเด็กที่คอยพูดว่า "ฉันทำอะไรให้xxจังไปตั้งเยอะ ทำไมเธอไม่เห็นเข้าใจเลย!?"

วันหนึ่ง คุณแม่ก็มาบอกกับฉันว่า "ถ้าเราทำอะไรเพราะหวังอะไรตอบแทน ก็หยุดซะดีกว่า เวลาเราใจดีกับใครไม่ใช่การที่เราหวังผลประโยชน์เพื่อตัวเอง แต่เพื่อประโยชน์ของคนคนนั้น ขอให้มีความคิดว่าเราทำเพราะอยากทำจริงๆเถอะ"

เหมือนกับว่าคำพูดเหล่านั้นคอยผลักดันฉัน ฉันเข้าไปบอกกับจูรินะว่า

"ดีใจนะที่เธอมา จูรินะ" ราวกับว่าฉันต้องการบอกคำนี้กับตัวเองตอนที่เข้าAKBมาครั้งแรก
แล้วฉันก็เริ่มพูดคุยกับเธอ ฉันทำแบบนั้นเพราะฉันอยากคุยกับจูรินะจริงๆ

คุณพ่อฉันมักจะพูดถึงคุณแม่เสมอว่า "เพราะแม่ของเธอนั่นแหละที่ทำให้พวกเรามีข้าวกินทุกเช้า"
ฉันก็อยากจะใจดีให้ได้เหมือนคุณแม่เหมือนกันและอยากจะเป็นคนที่บอกความรู้สึกตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมาได้อย่างคุณพ่อ

ฉันโชคดีจริงๆที่มีคุณพ่อคุณแม่แบบนี้

credit: melosnomichi

-----


โอทสึคาเระซามะ

 

 


[Trans] Nikkan sports มัตสึอิ จูรินะ : ที่ระลึกแด่การจบการศึกษาของอัตจัง





ถ้าไม่มีเย็นวันนั้นฉันคงไม่ได้เป็นฉันในวันนี้
นี่คือคำพูดแสดงความรู้สึกขอบคุณจากใจของ SKE48 มัตสึอิิ จูรินะ (15)
ที่มีให้กับมาเอดะ อัตสึกะ ซึ่งใกล้จะจบการศึกษาจากAKB48ในอีกไม่นานนี้
 เมื่อปีที่แล้ว ที่จูรินะถูกชวนไปค้างคืนที่บ้านของมาเอดะ
 พวกเธอได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเผชิญกับแรงกดดันอันหนักอึ้งในฐานะเอสของวง

ยังไม่รู้สึกเลยค่ะ ว่าเดี๋ยวมาเอดะซังก็จะไม่อยู่แล้ว จูรินะกล่าว

ครั้งแรกที่พวกเธอเจอกันคือในปี 2008
 ระหว่างการฝึกซ้อมของซิงเกิล Oogoe Diamond ของ AKB48 ก่อนที่SKE48จะเปิดตัว
ตอนนั้นจูรินะถูกเลือกเป็นเซนเตอร์ของAKB48
ในขณะที่มาเอดะถือว่าเป็นหน้าตาของAKB48อยู่แล้ว.

 「สำหรับฉันเธอดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ ดูสำรวม และจำได้ว่ามีออร่าพิเศษลึกลับบางอย่างแผ่ออกมา 」

 เวลานั้น จูรินะในวัย11ขวบก็รับรู้ถึงมาเอดะภายใต้แสงไฟสาดส่อง
สำหรับจูรินะแล้ว "บางอย่าง"ที่เธอสัมผัสได้คือสำนึกในฐานะมืออาชีพของมาเอดะ
แต่ถึงแบบนั้น แม้ในทุกวันนี้มาเอดะก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นรูปธรรม
ที่ทำให้เห็นว่าได้พยายามอย่างมากมาชัดเจน

 มันไม่ใช่อะไรที่เธอจะแสดงออกมาให้เห็นนะ แต่ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วข้างในน่ะ
 เธอกดดันมากๆ เป็นคนที่งานยุ่งยิ่งกว่าใคร เจ้าตัวต้องล้ามากแน่ๆ
และมีหลายครั้งนับไม่ถ้วนที่เธอมาฝึกด้วยกันไม่ได้
 เธอมักจะบอกว่า "ทำไม่ได้หรอก จำไม่ได้ค่ะ"เสมอ
แต่เมื่อไหร่ที่ขึ้นไปอยู๋บนเวที เธอก็ทำได้ ฉันก็คิดว่า "เท่สุดๆ" "สมแล้ว(ที่เป็นอัตจัง)"

 จูรินะเฝ้าไล่ตามตัวตนที่มั่นคงและไว้ใจได้นี้มาตลอดสี่ปี

เป็นช่วงโปรโมท Heavy Rotation ที่ฉันคิดว่าเธอเจ๋งที่สุด
มาเอดะซังล้มป่วยและไม่สามารถมาแสดงได้
 เพราะงั้นฉันเลยถูกสั่งทันทีทันใดว่า "ไปเต้นแทนหน่อย"
ก็จำท่าเต้นของเธอได้แล้วนะแต่สุดท้ายมาเอดะซังก็บอกว่า "ฉันจะขึ้น"
แล้วเธอก็ขึ้นไปแสดงจริงๆ พอเห็นแบบนั้นแล้ว ฉันก็คิดในใจว่า "เค้าต้องทำได้แน่ๆ"
 หลังจากนั้นก็หลายต่อหลายครั้งเลยที่ฉันโดนบอกให้ไปเต้นแทนเธอ
แต่ยังไงก็จะใจเย็นและมั่นใจเสมอว่า

 "นี่น่ะ มาเอดะซังนะ เจ้าตัวต้องมาแน่ๆ"

สุดท้ายก็ไม่มีซักครั้งเลย ที่ฉันต้องไปเต้นแทนเธอจริงๆ

ความทรงจำประทับใจที่สุดที่จูรินะมีกับมาเอดะ
 คือการที่เธอถูกมาเอดะชวนไปนอนค้างที่บ้านเมื่อปีก่อน

ฉันว่ามาเอดะซังน่ะ นานๆครั้งมาก หรือแม้แต่ไม่เคยเลยที่จะชวนรุ่นน้องไปค้างที่บ้าน
เพราะแบบนั้นฉันเลยดีใจมากๆ ทาคามินะซังก็อยู่ที่นั่นด้วย
 พวกเราก็ไม่ได้ไปทำอะไรกันมากหรอก ก็แค่ทานข้าวเย็นด้วยกันแล้วก็นอนค้างคืนด้วยกัน!

 ทั้งสามร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาและความกังวลใจเกี่ยวกับวงของตนด้วย
 พวกเธอเปิดอกพูดคุยทุกอย่างหรือแม้แต่จุดอ่อนให้กันและกันฟัง

ฉันเชื่อนะว่ามันมีบางเรื่อง ที่คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกถ้าไม่ได้เป็นเซนเตอร์
 ฉันเป็นเซนเตอร์ของSKE และมั่นใจว่าต้องลำบากกว่านี้แน่ๆถ้าคุณเป็นเซนเตอร์ของAKB
เมื่อไหร่ที่ได้มองไปยังมาเอดะซังก็จะคิดเสมอว่าที่ฉันกำลังเผชิญอยู่
 มันเป็นเรื่องเล็ก ทำให้รู้สึกขึ้นมาเลยว่า

 "ยังต้องพยายามอีกเยอะเลย กว่าจะถึงที่สุดจริงๆ"

 เพราะแบบนั้น ฉันต้องพยายามให้เต็มที่เหมือนกันค่ะ!

English Translation : sakaeandfrog

blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]