แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Goto Rara แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Goto Rara แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

[แปล]รวบรวมบล็อกที่พูดถึงการจบการศึกษาของยูนานะ

บล็อกมินารุน

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12439712615.html

การประกาศของยูนะ. โอบะ มินะ.

สวัสดีค่ะ SKE48 ลีดเดอร์ทีม KII โอบะ มินะค่ะ

แม้จะกะทันหัน แต่ในโคเอ็นวันนี้ยูนะก็ได้ประกาศจบการศึกษาค่ะ
ก่อนอื่นเลยก็ ยูนะ เหนื่อยหน่อยนะ

SKE48 ต่อจากนี้ไป ยังไงก็ยังต้องการยูนะ

เด็กที่มีแก่นแท้อันมั่นคงและมุ่งตรงไปข้างหน้าน่ะไม่ได้หากันได้ง่ายๆ

ยูนะมีทั้งความสามารถทั้งเซ้นส์อยู่ในตัว ทั้งเป็นธรรมชาติและมหัศจรรย์
ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ทำให้เซอร์ไพรส์และทำให้ทุกคนหลงใหล

ฉันคิดว่าตัวตนแบบนี้แหละที่จะวิ่งนำ SKE48 ต่อไปในอนาคต

แต่ดูเหมือนว่าตัวยูนะเองจะเจอความฝันใหม่แล้ว

การจบการศึกษามันเหงาจริงๆ
ไม่อยากจะเชื่อเลย
ความรู้สึกที่ห่างไกลกัน
ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ
เพราะมันเศร้ามากๆ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้

แต่ว่า การจบการศึกษาน่ะไม่ใช่เรื่องแย่นะ

ที่บอกว่าอยากให้เด็กที่เราชอบได้ทำนู่นทำนี่
ให้ได้พบความฝันที่งดงามน่ะ

ถึงจะเป็นเรื่องที่ทำใจยากแต่ก็อยากให้คอยผลักดันข้างหลังเขาให้ดี

เพราะฉันเองเรื่องจบการศึกษาก็อยู่ไม่ไกลแล้ว
ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกอยากสนับสนุน

ทั้งคาโอตันและยูนะกำลังจะออกเดินทางไป
แม้ว่าไม่มี 2 คนนี้แล้วจะเศร้ามากๆก็ตาม
แต่ฉันคิดว่าการก้าวออกไปในสิ่งใหม่ๆนั้นเป็นเรื่องที่เท่จริงๆ

ถึงจะเหลือเวลาในการเป็นไอดอลน้อยแล้ว
แต่ก็หวังว่าจะได้สร้างความทรงจำดีๆเพื่อยูนะเยอะๆ...

เหนือสิ่งอื่นใด
ขอให้ยูนะสนุกและมีความสุขด้วยเถอะ

มินารุน

--------------------------------------------------

บล็อกชูริ

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12440161504.html

ทาคายานางิ อากาเนะ ไอดอลกับอนาคต

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นท์และไลค์นะคะ

เพราะมันกะทันหัน
ฉันพลาดเรื่องนี้ไป
ก็เลยจะมาพูดถึงเรื่องนี้ค่ะ

ฉันไม่ได้ขึ้นแสดงโคเอ็น
ก็เลยรู้เรื่องช้าไปหน่อย

การจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะจัง

ตอนที่ได้ยินจากเมมเบอร์
ก็เผลอร้อง เอ๋!!? ออกมาโดยไม่รู้ตัว

จังหวะนี้อ่ะนะ!!

ถึงจะเป็นเรื่องที่พูดในบทสัมภาษณ์ไปไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้วก็เถอะ

ตอนที่ SKE48 อยู่ในวิกฤติ
เธอเป็นเด็กที่โผล่ขึ้นมาอย่างสง่างาม เป็นคนที่นำเรื่องดีๆมาสู่ SKE48 มากมาย

ด้วยตัวตนของคนๆหนึ่ง
ด้วยพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่อะไรๆมันเปลี่ยนไป
แต่ฉันก็ได้เห็นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

เพราะเธอไม่ใช่ประเภทที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเท่าไหร่
ทั้งเรื่องที่เจ็บใจ เรื่องที่ลำบาก
คงจะมีอะไรหลายอย่าง

เธอเป็นประเภทที่หาได้ยากใน SKE48
เป็นแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

รู้สึกเหมือน SKE48 ได้รับแสงอันเจิดจ้า

เธอเป็นเด็กมหัศจรรย์ค่ะ

เธอจะเป็นคนสร้างอนาคต ฉันจมอยู่กับความคิดนั้นโดยไม่ได้รู้เลย
ความคิดที่ว่า "(เธอจะ)จบการศึกษาไปก่อนฉันเองอีก"
มันไม่ได้อยู่ในหัวฉันเลยสักนิด

เรื่องนี้ ฉันไม่ได้พูดถึงยูนะคนเดียวนะ
คือมันเศร้ามากที่ฉันต้องเป็นคนมาอำลาส่งรุ่นน้องน่ะ

สักวันฉันอยากให้เธอมาอำลาส่งฉัน

แล้วก็อยากให้เธอปกป้องอนาคตของ SKE48 ให้ดี
อยากให้เธอสร้างมันขึ้นมา

ฉันอยากเห็นเธอในแบบนั้น
ไม่ว่ายังไง นี่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

แต่ว่ายูนะน่ะ
เป็นไอดอลแบบที่ซื่อตรงต่อตัวเอง ไม่มีบิดพลิ้ว
เป็นไอดอลที่ทำให้คนหลงใหล

คงจะทำให้ใครหลายคนซาบซึ้งจับใจ
พลางคิดไปว่า(เธอ)จะไม่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะสร้างอะไรบางอย่างให้กับ SKE48 อีกแล้วงั้นเหรอ

แต่บางทีเธออาจเป็นไปแล้วก็ได้

ที่จริง ฉันก็ชอบของแฮนด์เมดนะ
เราชอบเรื่องนี้เหมือนกัน เลยได้ไปร้านขายอุปกรณ์ด้วยกัน 2 คน
ได้เดินดูของนู่นนี่ ซื้ออะไรมาตั้งหลายอย่าง
เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ

ฉันชอบของที่ยูนะทำจริงๆน้า

แม้จะเหลืออีกแค่เดือนนิดๆ
แต่ถ้าได้ไปซื้อของด้วยกันอีกก็คงดีนะ

แล้วก็จนกว่าโอบาตะ ยูนะที่เป็นไอดอลจะถึงท้ายที่สุด
ฉันจะคอยเฝ้ามองเธอเป็นอย่างดีเลยค่ะ


--------------------------------------------------

บล็อกคาโอตัน

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213233927478

ยูนานะ

ยูนะที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์นี่สุดยอดจริงๆ

แน่นอนว่านอกเหนือไปกว่านั้นก็คือความพยายาม

อย่างฉันเนี่ย
ไม่ได้เกิดมาพร้อมอะไรแบบนั้น
ฉันมันเป็นพวกดิ้นรนหาทางทำอะไรสักอย่างแล้วก็เกาะมันไว้ให้แน่น
เพราะงั้นกับเด็กที่มีพร้อมอยู่แล้วเนี่ย
ฉันก็ยังอิจฉาอยู่นะ (หัวเราะ)

เซนเตอร์เดี่ยวน่ะ
ต่อจากจูรินะซังกับเรนะซัง
เธอเป็นคนที่ 3

ตั้งแต่ตอนที่เรนะซังจบการศึกษาเป็นต้นมา
ยูนะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ SKE เลย

ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อมองกลับไปแล้ว
10 ปีที่ผ่านมา เรามีเซนเตอร์เดี่ยวแค่ 3 คนเอง
ฉันว่ามันเป็นปัญหาทางโครงสร้างอยู่เหมือนกันนะ (หัวเราะ)

ทั้ง Igai ni mango และ Muishiki no iro
เป็นเพลงที่ดีมากๆ
การที่ยูนะเป็นเซนเตอร์
ทำให้อนาคตของ SKE มุ่งไปในทางที่สดใหม่และสดใส

เธอได้สร้างทางเส้นนั้นขึ้นมา

เพราะยูนานะไม่เคยปริปากบ่น สีหน้าก็ไม่แสดงออก
ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกหนักใจ ข้องใจ หรือกดดันอะไรหรือเปล่า

เธอยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับสายตาของรุ่นพี่อันเฉียบคมที่มองอยู่ด้านหลัง
เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่า ยูนะเป็นรุ่นน้องที่พึ่งพาได้จริงๆ

เพราะงั้น
ตอนที่ฉันคิดจะเล่น Fukyowaon
ฉันก็คิดทันทีเลยว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเป็นเซนเตอร์ แล้วก็เลยขอไป

ยูนะกับราระกับเรียวฮะ

ทั้ง 3 คนคือคนที่ฉันอยากให้รับหน้าที่สำคัญในเพลงนี้

นี่น่ะ สำหรับฉันมันเดือดมากเลยนะ (หัวเราะ)

ขอบคุณที่มอบสิ่งนี้ไว้ให้
ประกาศจบการศึกษาก็เหนื่อยหน่อยนะ

ที่จริงแล้วสเตจนี้จะต้องเป็นสเตจวันเกิดของฉัน
แต่เพราะฉันข้อเท้าพลิก ก็เลยต้องเลื่อนออกไป กลายเป็นสเตจปกติแทน

เพราะคิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสดูสเตจ KII ในฐานะคนดูมากเท่าไหร่
พอมีโอกาสก็เลยคิดว่าไปดูที่เธียเตอร์ดีกว่า
แล้วก็มีประกาศจบการศึกษา

ฉันว่าถ้ามันเป็นสเตจวันเกิดของฉันล่ะก็ เธอคงไม่ได้ประกาศ
ก็เลยรู้สึกว่าดีแล้วที่เธอสามารถประกาศได้เร็วขึ้น แม้นิดนึงก็ยังดี

อันที่จริง ยังไงเธอก็ยังเป็นคนที่ SKE จำเป็นต้องมีอยู่
ฉันไม่อยากให้จบการศึกษาเลย
แต่ยูนะบอกว่าได้เป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วและได้เจอเป้าหมายใหม่แล้ว
เมื่อเห็นแบบนั้น ก็คิดว่าคงเปล่าประโยชน์ที่จะหยุดมัน

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากด้วยนะ

แผ่นหลังที่สุดเท่นั้นจะทำให้คนหลงใหลจนถึงท้ายที่สุดเลยแหละ

คาโอตัน


--------------------------------------------------

บล็อกราระ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190212222720262

สิ่งที่คิดในตอนนี้

วันนี้ยูนานะประกาศจบการศึกษาล่ะค่ะ

ยูนานะที่ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเดินไปข้างหน้า ขัดกับท่าทางภายนอกนั้น
มันเท่มากเหมือนกันนะ

ฉันว่ามันเป็นการลาจากที่เบาบางเหมือนสายลมอยู่นะ

แฟนๆทุกคนเองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
เพราะคิดว่ายังไงยูนานะก็คงอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง

ตอนที่ได้ข่าวก็ตกใจมากเลยล่ะ

ทำไมกัน?
เพราะอะไร?

ความรู้สึกแบบนั้นมันรุนแรงมาก

น้ำตามันไหลไม่หยุด
รู้สึกเหมือนในใจฉันมันมีรูโหว่

ยูราระ

เราถูกเรียกแบบนั้นบ่อยๆ

ตอนที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นดับเบิ้ลเซนเตอร์น่ะ
ฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากๆเลย
ความรู้สึกที่ไม่อยากยอมแพ้มันแรงกล้ามาก

เธอเป็นคนๆเดียวที่ทำให้ความรู้สึกนั้นส่องสว่างในใจฉัน การที่ยูนานะจะจบการศึกษามันทำให้ฉันเศร้ามาก คิดไม่ถึงเลยล่ะ

แม้แต่ตอนนี้ที่รู้เรื่อง(จบการศึกษา)แล้ว ฉันก็ยังคิดอยู่เลยว่าอยากจะพยายามไปด้วยกันสองคนให้มากขึ้นกว่านี้

ตัวฉันคนเดียวไม่อาจตั้งเป้าที่ตรงนั้นได้หรอก

แต่ถ้าเป็นเราสองคนก็อาจจะทำได้

ฉันรู้สึกแบบนั้น

แต่ว่า ยูนะกำลังจะมุ่งไปในทางที่ยูนะคิด

เพราะงั้น ราระเองก็จะมุ่งไปในทางที่ตัวเองคิดเหมือนกัน

ตอนนี้ตัดสินใจแล้วล่ะ

ถึงจะพูดแบบนั้น
เส้นทางที่ตัวฉันเองคิดมันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่หรอก

แต่ฉันจะมุ่งไปโดย
ไม่ลืมที่จะเป็นตัวของตัวเอง
ไม่ลืมที่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
ไม่ลืมความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ
ไม่ลืมที่จะคิดลงไปลึกๆไม่ใช่คิดอะไรตื้นๆ

ฉันมองเห็นหนทางท่ามกลางหมอกหนานี้ได้ไกลขึ้นอีกนิดนึงแล้วรึเปล่านะ

ฉันคิด

สำหรับฉัน คนที่มีตัวตนเหมือนยูนะน่ะ
นอกจากยูนะก็คงไม่มีอีกแล้ว
รู้สึกว่าต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว

เธอเป็นคนที่สำคัญกับฉันมากๆขนาดนั้นเลยล่ะ

เพราะงั้น
ไม่ว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเปล่งประกายในทางที่เลือกแล้วให้ได้

ฉันคิดอย่างนั้นแหละ

--------------------------------------------------

บล็อกไอริ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213212113836

เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ มิซุโนะ ไอริ

[เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ]

ฉันอาจจะไม่มีความสามารถเรื่องคำศัพท์เท่าไหร่แต่ฉันจะเขียนเพื่อสื่อถึงทุกคนให้ดีที่สุดค่ะ

ฉันรู้มานานแล้วว่ายูนะจะจบการศึกษา

เพราะตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์ในการประกาศจบการศึกษาเลยไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงแต่คิดว่าคงต้องมีความกล้ามากๆ

ฉันคิดว่ายูนานะได้ทำหน้าที่ในฐานะไอดอลต่อหน้าแฟนๆได้สมบูรณ์ 100% เลยล่ะ

ฉันจะพูดแค่ตรงนี้นะคะ ตอนช่วงประมาณ Igai ni mango ที่ยูนะแจ้งเกิด  ตอนที่ยูนะคิดเรื่องสปีชที่จะพูดนั้น

เธอคงมีเรื่องที่หนักใจ เรื่องแย่ๆอยู่มากมายแน่ๆ แต่การถูกเลือกให้เป็นเซนเตอร์ Mango แล้วจะบอกว่ารู้สึกแย่ ก็กลัวว่าถ้าพูดไปจะถูกคนต่อว่า
เธอเลยไม่ส่งเสียงใดๆ เรื่องนั้นฉันมองเห็นอยู่นะ

ในขณะที่ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์ในตอนนั้น ก็มีความคับข้องใจที่กดดันอยู่โดยพวกเราไม่ได้รู้สึกถึง

ฉันน่าจะให้กำลังใจเธอได้มากกว่านั้นนะ มาคิดได้เอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
ยูนานะน่ะ ไม่ว่าจะมีอะไร เธอก็สามารถยืนบนเวทีด้วยรอยยิ้มได้

ตัวฉันน่ะ ถ้ามีเรื่องที่ไม่ชอบก็จะออกมาทางสีหน้า จะพูดออกมาเลย แต่ยูนะน่ะเป็นภาพสะท้อนของไอดอลที่แท้จริง

ช่วงนี้โอโนะ (ชื่อเรียกคู่หูยูนานะกับไอริ) ก็เริ่มมีงานเพิ่มขึ้น

ตอนที่ถ่ายกราเวียร์โอโนะลงใน BUBKA

ตอนที่ทำงานก่อนหน้านั้นก็เหมือนจะเคยพูดไปว่าอยากให้มีงานของโอโนะบ้าง

เป็นเพราะยูนะ ก็เลยได้ถ่ายงานของนิตยสารนี้รึเปล่านะ? ฉันดีใจมากจริงๆ

เพราะมีงานอดิเรกเหมือนกับยูนะ เราก็เลยสนิทกัน

ไม่คิดว่าจะได้รับงาน ได้เล่นด้วยกันทุกวันผ่านการเป็นคู่หูโอโนะแบบนี้

บอกตามตรง มิซุโนะเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับการที่จะไม่มีเพื่อนรักที่สนิทกันอยู่ด้วยแล้ว มันรู้สึกเหงามากๆเลยล่ะ
ยูนะจบการศึกษาน่ะเป็นเรื่องดีมากนะ
เธอบอกว่าเป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วสินะ
มันเท่มากๆเลยไม่ใช่เหรอ

ตัวฉันเองยังห่างชั้นกับยูนะ ยังเอื้อมไม่ถึงก็จริงอยู่ แต่ฉันอยากจะใช้ชีวิตแบบนั้นล่ะ!
ความคิดนี้มันแรงกล้ามาก
พอได้ฟังคำพูดของยูนะแล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมาเลย

จากนี้ก็จะพูดถึงมิซุโนะบ้าง
แล้วรูโหว่ของยูนะนี้ถมให้เต็มยังไง? มีแฟนๆเขียนแบบนั้น

ความเห็นของมิซุโนะคือ รูโหว่อะไรนั่นไม่มีหรอกค่ะ
ด้วยตัวตนเพียงหนึ่งเดียวของยูนะกับความพยายามของเด็กคนนี้ มันถึงออกมาเป็นแบบในตอนนี้ ไม่ว่าใครก็มาแทนยูนานะไม่ได้

แต่ที่ทำได้ก็คือเรื่องที่พูดว่าตั้งเป้าที่จะเซมบัตสึกับเป็นเซนเตอร์ค่ะ

ตอนเริ่มแรกฉันพูดอยู่บ่อยๆว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อจะกำลังสำคัญให้ SKE48 ให้ได้

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฉันเริ่มไม่ได้พูดถึงมัน

งั้นฉันจะพูดเป้าหมายนั้นอีกครั้งค่ะ

ฉันอยากเป็นเซมบัตสึและเป็นเซนเตอร์ของ SKE48 ค่ะ

จะพยายามเต็มที่โดยไม่ลืมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในตอนนั้น

ฉันจะพูดถึงสเตจก่อนหน้านี้สักหน่อยแล้วกันนะคะ

ไอดอลน่ะ ไม่รู้ว่าตอนจบจะมาถึงเมื่อไหร่

ในขณะที่ไอดอลเปล่งประกายอยู่ก็อยากให้สนับสนุนเต็มที่โดยไม่มารู้สึกเสียใจภายหลัง ฉันคิดอย่างนั้นค่ะ

ชีวิตไอดอลของยูนะจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือน 3
จนกว่าจะถึงท้ายที่สุดก็อยากเชียร์ยูนะให้เต็มที่
ขอฝากให้แฟนๆสนับสนุนยูนะเป็นอย่างดีด้วยนะคะ

ถึงจะเลิกไปแต่เราก็เป็นเพื่อนกันตลอดไป

โอโนะน่ะไม่มีวันตาย

รักเธอนะ

จาก มิซุโนะ ไอริ



--------------------------------------------------

บล็อกยูกิ


[ยูนะ] อาราอิ ยูกิ 82

อาราอิ ยูกิค่ะ!
Ameblog ครั้งที่ 82

สวัสดีค่ะตอนเย็น!
เมื่อวานไม่มีเวลาก็เลยไม่ได้โพสต์บล็อก

เขียนเสร็จแล้วก็เลยจะโพสต์ล่ะค่ะ
ถ้าโพสต์เร็วกว่านี้หน่อยก็คงดี

เมื่อวานมีสเตจ KII ค่ะ
แล้วก็มีการประกาศจบการศึกษาของยูนะ

ยูน้าาาา

ยูนะบอกฉันแล้วก่อนหน้านี้
ถึงจะมีเวลาทำใจสักพักแล้ว แต่ตอนที่ประกาศก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่ดี

อยากให้มันเป็นเรื่องโกหกจัง

การได้เห็นท่าทางที่แสดงอย่างเต็มที่บนเวที
ได้เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นเต็มที่กับการทำงานนี้
จะเลิกจริงๆงั้นเหรอ??
ฉันคิดอย่างนั้นวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบ

แต่ว่านั่นคือจุดที่ดีของยูนะล่ะ
เต็มที่จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด เท่มากเลย

ถึงจะมองดูน่ารัก
แต่ภายในน่ะบ้าบิ่นน่าดู

ยิ่งได้รู้จักยูนะมากขึ้น
ความรู้สึกนับถือมันก็ยิ่งท่วมท้น

เด็กที่ลงตัวพอดีแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆนะ!
เป็นไอดอลที่สุดยอดเลยล่ะ
รักนะ

จบการศึกษาแล้วก็มาเป็นเพื่อนกันเนอะ

จาก ยูกิ


--------------------------------------------------

บล็อกยูซึกิ


(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

แล้วก็ตอนจบของสเตจวันนี้ ก็มีประกาศจบการศึกษาจากยูนะล่ะ!

ร้องไม่ได้นะ แม้ฉันบอกตัวเองแบบนั้น
แต่คิดแบบนั้นไปก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉันก็ร้องอยู่ดี ฮ่าๆๆ

ทุกคนบอกฉันว่านึกว่าจะร้องหนักกว่านี้ซะอีก
แต่ก็คิดว่า จะมาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้าตัวที่ประกาศได้ไง
ก็เลยพยายามกลั้นไว้
แต่ก็กลั้นไม่ได้เลยซักนิด

การที่ยูนะมีความฝันใหม่เนี่ยเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ
แน่นอนว่าฉันจะคอยสนับสนุน

จากนี้ต่อไปฉันจะทำแบบนั้นล่ะ
ยูนะที่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับฮิดากะน่ะ 
ทั้งเปล่งประกายแล้วก็น่ารักมากๆ

คนที่สนิทด้วยรอบตัวฉันจะจบการศึกษาไปอีก 1 คนแล้ว
พูดตามตรง มันก็เจ็บปวด
แต่พอคิดว่า
ถ้าผ่านมันไปได้ จะได้เห็นอะไรเพิ่มอีกมั้ยนะ
เพราะงั้นฉันจะทะนุถนอมทุกๆวันที่เหลืออยู่

เพราะคิดว่าถึงจะจบการศึกษาไปก็ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์เราจะจบลงไปด้วยซะหน่อย
ก็เลยไม่กังวลอะไร

จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด
ฉันอยากเป็นคนที่ยูนะจะฝากใจไว้ ทำให้เธอสบายใจได้

ฉันกินบราวนี่ที่ยูนะทำให้ระหว่างทางกลับบ้าน
อร่อยมากๆเลยล่ะ

ขอบคุณนะ!
ที่ประกาศไปก็ เหนื่อยหน่อยนะ

(รูป: ถึงจะใส่ฟิลเตอร์แต่ฮิดากะก็ตาแดงมากเลย)

ทุกคนที่คอยสนับสนุนเอง
ก็คงจะสะเทือนใจกันอยู่
ค่อยๆ มุ่งไปข้างหน้าไปด้วยกันเนอะ
ยังไงทางข้างหน้าก็ยังอีกยาวไกล

งั้นก็

ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ

แผนที่จะไปเที่ยวกับยูนะ
ขอให้ได้ไปเร็วๆด้วยเถอะ

by ยูซึกิ


--------------------------------------------------

บล็อกคุมะ


ยูนะจิ

การประกาศจบการศึกษาของยูนานะ
ไม่ว่ายังไงพอได้เห็นท่าทางตอนประกาศ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา

เหงาจริงๆ

ได้รอยยิ้มของยูนานะช่วยเยียวยามาตั้งเท่าไหร่...

คุมะจิกับยูนะจิ
พอคิดว่าจะไม่ได้เรียกกันแบบนี้เหมือนปกติแล้วก็อดรู้สึกเหงาไม่ได้

ต่อจากนี้แน่นอนว่า ถึงจะจบการศึกษาไปแล้วก็ยังเจอกันได้
แต่ไม่ว่ายังไงก็เหงาอยู่ดี...

แต่ว่า การตัดสินใจเดินไปในเส้นทางใหม่ของตัวเองเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ไม่ใช่ง่ายเลย...

เพราะงั้น ฉันสนับสนุนความรู้สึกของยูนะจินะ

ไอดอลที่ชื่อว่าโอบาตะ ยูนะน่ะ สุดยอดจริงๆ

ไอดอลน่ะ แม้จะจบการศึกษา
แต่พวกเธอจะยังคงต้องเปล่งประกายต่อไปแน่ๆ

เรื่องนี้แฟนๆทุกคนก็คงจะรู้ดีอยู่

ระยะเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา

มาสร้างความทรงจำกับยูนะจิเยอะๆกันเถอะ!

ยูนะจิ รักนะ!

--------------------------------------------------

บล็อกรันรัน


เรื่องยินดีกับเรื่องเหงาๆ ยูนาน้าาา
(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

สวัสดีตอนเย็นค่ะ
รันรัน ยามาอุจิ สุซุรันค่ะ

ก่อนอื่น..

การประกาศจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะ

ยูนาน้าาาา...เหงาชะมัด

ยูนานะที่พูดว่าชอบสุซุรันซังมาตลอดเลยค่ะ
เพราะอยู่กันคนละทีมเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันเท่าไหร่
พอเวลาเจอกันก็คิดว่าอยากจะคุยด้วยจังนะ
แต่เพราะนิสัยขี้อายนิดๆของฉัน ทำให้ตื่นเต้น
ก็เลยพูดไม่ออกบ่อยๆ
พอมีประกาศ ช่วงเวลาแบบนั้นเป็นอะไรที่ฉันรู้สึกเสียดายมาตลอดเลย...

เพราะงั้นเลยอยากอยู่ข้างๆยูนานะให้ใกล้ขึ้นอีก
อยากสนิทกันจังเลยน้า

เป็นคนเดียว ที่พูดว่าชอบฉัน
เป็นรุ่นน้องคนสำคัญเลยล่ะ...ร้องไห้

รุ่นน้องที่บอกว่าชอบฉันน่ะ
ล้ำค่ามากจริงๆล่ะ!!! ร้องไห้

ยูนานะ
ยินดีด้วยที่ประกาศจบการศึกษา
ฉันคิดว่า มันคงเป็นผลที่ออกมาจากความหนักใจมากๆ
ฉันเองก็เคยคิดกลับไปกลับมาเหมือนกัน
ตั้งกี่ครั้งที่อยากจบการศึกษา...ไม่จบดีกว่า...
การตัดสินใจครั้งนี้ คงเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่

แล้วเธอก็เพิ่งจะ 17 เองนี่นะ
เรื่องที่อยากทำ เรื่องที่สนุกๆ อนาคตที่ยังไม่เคยเห็น
ฉันอยากให้เธอไปให้สุดเลย!!

ยูนานะ ช่วงเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา
เพราะสัญญาไว้แล้วว่า เมื่อเราเจอกันก็มาอยู่ด้วยกันเยอะๆนะ
ดังนั้นฉันจะทำให้เต็มที่เลย!! สัญญา!

อ่าาาา แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังเหงาอยู่ดี

โอชิเมมจบการศึกษา 
ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ
ถ้าตอนที่ชอบ ปล่อยเวลาผ่านไป
ไม่พยายามมาเจอ ไม่สนับสนุน ไม่ให้กำลังใจ อย่างเต็มที่
ก็จะต้องเสียดายแน่ๆ...

ฉันเองตอนที่อยากพยายาม
แต่ไม่ได้พยายามให้เต็มที่ ก็เสียดายเหมือนกัน

การจบการศึกษาของเมมเบอร์
ทำให้มีความรู้สึกที่หลากหลาย

เด็กที่น่ารักขนาดนั้นจบการศึกษา
ไม่วายังไงก็เศร้าจริงๆ แต่...
เพื่อให้ยูนานะเป็นเด็กผู้หญิงที่งดงามยิ่งๆขึ้น
ฉันจะสนับสนุนเต็มที่ๆๆ

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากตัวด้วยนะ!!!!




วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561

(หัวหน้าทาส)[100%SKE48 Vol.2] แปลบทสัมภาษณ์ราระ (โกโต้ ราระ)

สำหรับบทสัมภาษณ์ของราระ เราได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าทาส(มัตเระ)ในการแปลค่ะ
ขอขอบคุณหัวหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย
จะอ่านในนี้หรือตามไปอ่านบล็อกหรูๆของหัวหน้า wms21 ก็ได้ ตาม link ข้างล่างจ้า

[บทสัมภาษณ์] โกโต้ ราระ 100%SKE48 VOL.02 เพื่อให้ “ผู้อื่นสนุกและตัวเองก็สนุก” กระโดดไปเลย ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น! 


โกโต้ ราระ


  • ตัวเองเมื่อ 8 ปีก่อน
―สถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้คือโอโตโกะซากะตั้งอยู่ที่โอฉะโนะมิซึภายในกรุงโตเกียว ที่ตรงนี้คือทางลาดชันที่มัตสึอิ จูรินะซังวิ่งขึ้นในฉากเปิดของ MV ‘Oogoe Diamond’ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว
ราระ :  ค่ะ เคยดู MV เพลงนั้นก็เลยรู้จัก แต่ไม่รู้ชื่อของทางลาดชันตรงนี้เลย
 ―คงคิดว่าพอได้ลองปีนขึ้นมาแล้วน่าจะรู้สึกถึงอะไรบ้างสินะครับ
ราระ :  รู้สึกพิศวงยังไงไม่รู้ค่ะ พอคิดว่า 8 ปีต่อมาตัวเองได้มาวิ่งขึ้นบันไดที่จูรินะซังเคยวิ่งขึ้นไปเมื่อ 8 ปีก่อนแบบนี้… ก็นึกขึ้นมาว่า จูรินะซังก็เคยย่ำเหยียบลงบนบันไดพวกนี้ด้วยเหมือนกันเนอะ
#NOTE ทางลาด ‘โอโตโกะซากะ’ มีความสูงประมาณตึก 4 ชั้น

 ―เมื่อ 8 ปีก่อน ราระซังยังอยู่ป.2 อยู่เลย เป็นเด็กแบบไหนครับ?
ราระ :  ก็ใช้ชีวิตแบบเด็กปกติทั่วไปค่ะ ไปโรงเรียน เรียนเสริมบ้าง….ประมาณนั้น
―เรียนเสริมอะไรบ้างครับ?
ราระ :  คัดลายมือกับเปียโนค่ะ อ๊ะ พอดีตอนนั้นก็เริ่มเล่นกอล์ฟด้วยค่ะ เพราะคุณแม่ไปเรียนกอล์ฟ แล้วคุณครูก็มาทักว่า “ลองเล่นดูมั้ย?” ตรงนั้นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ ตอนแรกก็แค่เล่นเอาสนุกเฉย ๆ
―แต่กลับมีพัฒนาการจนทำเบสท์สกอร์ได้ถึง 85 นี่ โลกเราอะไรก็เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นชอบทำอะไรบ้างครับ?
ราระ :  การแสดงบนเวทีค่ะ เริ่มการแสดงบนเวทีมาตั้งแต่ป.2 แต่ตอนนั้นเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยกล้าแสดงออกก็เลยมีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่ผ่านออดิชั่นในบทที่อยากเล่น แต่พอปีถัดมาก็ลงออดิชั่นกับเพื่อนแล้วก็ผ่านจนได้บทมาล่ะค่ะ! ตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกสนุกกับการได้ร้องเพลง ได้เต้น ก่อนหน้านั้นฉันเป็นคนขี้อายไม่กล้าออกมายืนต่อหน้าคนอื่นน่ะค่ะ แต่แล้วฉันก็ได้สัมผัสถึงความสนุกในการได้ออกมาทำอะไรต่อหน้าคนอื่นเข้าแล้ว
―จูรินะซังเข้า SKE48 ตอนที่อยู่ป.6 และวิ่งขึ้นทางลาดโอโตโกะซากะ แล้วตอนราระซังอยู่ป.6 เป็นยังไงบ้างครับ?
ราระ :  กำลังอยู่ช่วงวัยต่อต้านเลยค่ะ เอาแต่ดื้อ ไม่เชื่อฟังพ่อแม่อย่างเดียวเลย
―ไม่พอใจอะไรเหรอครับ?
ราระ :  ก็ฉันตั้งใจจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่กลับทำเหมือนกับฉันเป็นเด็กน่ะค่ะ
―ป.6 ก็ยังเป็นเด็กจริง ๆ นั่นแหละครับ (หัวเราะ) ทำตัวดื้อแบบไหนบ้างครับ?
ราระ :  อันดับแรกเลยก็คือ ปากร้ายมากค่ะ พอมาตอนนี้ก็กลายเป็นมุกตลกของที่บ้านไปแล้ว
―ในวัยนั้น จูรินะซังก็ได้เป็นเซนเตอร์ของ AKB48 แล้ว ถ้าสมมติว่า ตัวเองไปยืนจุดนั้นบ้าง….จินตนาการออกมั้ยครับ?
ราระ :  โหย จูรินะซังสุดยอดจริง ๆ นั่นแหละค่ะ! ตอนที่ฉันได้เป็นเซมบัทสึในเพลง Mae no meri ฉันไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่เจ๋งมาก ตอนนั้นเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ก็เลยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องสุดยอดมากแค่ไหน
―นับแต่นั้นก็ผ่านมา 1 ปีแล้วนะครับ มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
ราระ :  ก็ได้รู้แล้วว่า ตัวเองได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหนค่ะ ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ่าย MV นี่สนุกดีจัง อารมณ์ว่า “โห เค้าถ่ายกันแบบนี้นี่เอง เย้ โอกินาว่าเจ๋งที่สุดเลย!” ประมาณนี้
―แบบนั้นก็ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งเอาเรื่องนะครับ
ราระ :  แต่ก็ค่อย ๆ เรียนรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วล่ะค่ะ ว่ามันเป็นเรื่องที่สุดยอดมากเกินกว่าที่จินตนาการได้ซะอีก การได้รับเลือกให้เป็นเซมบัทสึไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอกนะคะ แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นเป้าให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกันนะ ตอนนั้นฉันรู้สึกสนุกโดยบริสุทธิ์ใจที่สุดจริง ๆ ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าตอนนี้ไม่สนุกหรอกนะคะ
―นั่นสินะครับ เมื่อได้ยืนอยู่ข้างหน้าคนอื่น ขณะเดียวกันก็ต้องกลายเป็นคนที่ยืนโต้ลมซึ่งพัดเข้าใส่ด้วยเหมือนกัน
ราระ :  เหนื่อยมากเลยค่ะ คิดขึ้นมาเลยว่า “ทำไมกันนะ” พอถึงเวลานั้น ฉันก็จะคิดในแง่ลบมากขึ้นเรื่อย ๆ
―จูรินะซังเองก็ถูกวิจารณ์หนักเอาการเหมือนกันนะครับ ถึงส่วนตัวผมจะคิดว่า “ไปพูดอะไรแบบนั้นใส่เด็กอายุ11แล้วจะได้อะไรขึ้นมา” ก็เถอะ
ราระ :  ไม่เคยมีใครมาว่าอะไรฉันตรง ๆ ในงานจับมือหรอกนะคะ แต่เคยสบตากับคนดูในโคเอ็นแล้วเค้าเมินไปทางอื่นน่ะค่ะ จริง ๆ ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะ…. แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเค้าเกลียดฉันรึเปล่านะ จะเริ่มคิดอะไรแง่ลบแบบนี้น่ะค่ะ
―ผ่านมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว เข้มแข็งมากขึ้นรึยังครับ?
ราระ :  คิดว่า เข้มแข็งขึ้นแล้วนะคะ สมมติว่า ต่อให้มีใครมาว่าอะไรก็ตาม ฉันก็รั้นตอบโต้ไปว่า “ก็เราเป็นคนแบบนี้อะ ทำไมอะ”  ตั้งแต่มาเป็นเซนเตอร์ทีม E ก็เริ่มคิดอะไร ๆ ได้หลายอย่างแล้วล่ะค่ะ

  • ถ้อยคำหนึ่งของมากิโกะ

―ทีม E เริ่มโคเอ็นใหม่ในวันที่ 9 กันยายนและได้ยืนในตำแหน่งเซนเตอร์ รู้สึกยังไงบ้างครับ?
ราระ :  ต่อให้ตัวเองกำลังเต้นอยู่ ความสุดยอดของรุ่นพี่ก็ยังสะดุดตาอยู่ดีค่ะ ตรงนี้มันก็เลยทำให้คิดว่า ตัวเองมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้จะดีเหรอ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวฉันในตอนนั้นยังเอาชนะรุ่นพี่ไม่ได้เลย ถ้าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
―เป็นเพราะประสบการณ์ต่างกันมากเกินไปสินะครับ เราทำอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี
ราระ :  แต่ถ้าพูดออกไปแบบนั้นแล้ว….มันก็ นะ ฉันรู้ดีว่าตัวเองยังทำหน้าที่ไม่สำเร็จ จะบอกว่าเจ็บใจมั้ยก็ใช่ แต่ปวดใจมากกว่าค่ะ บางครั้งก็อยากวิ่งหนีบ้างเหมือนกัน
―ช่วงซ้อมเป็นยังไงบ้างครับ?
ราระ :  ทรมานสุด ๆ เลยค่ะ อย่างแรกก็คือ ความจำฉันแย่มากก็เลยมีอะไรที่จำไม่ได้เต็มไปหมด แถมในจุดที่ตัวเองจำได้แล้ว แต่รุ่นพี่กลับทำได้ดีกว่ามาก ๆ อีกเรื่องก็คือฉันไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าแบบไหนออกไปดี อืม จริง ๆ ก็รู้นะ แต่เทียบกับรุ่นพี่แล้วยังไม่เอาไหนสุด ๆ เลย …..ทีนี้ก็จะเริ่มกดดันตัวเองว่า ทำไมคนไม่ได้เรื่องอย่างเราถึงได้เป็นเซนเตอร์นะ
―แถมยังเป็นโคเอ็นที่เต็มไปด้วยเพลงของทีมเซอร์ไพรซ์ด้วย ตัวอย่างที่มีให้ดูก็น้อยมาก แต่ก็ยังต้องจำท่าเต้นให้ได้ด้วยสินะครับ
ราระ :  ใช่ค่ะ มีแต่ท่าเต้นใหม่ ๆ เต็มไปหมด ฉันเต้นไม่ได้จนร้องไห้ออกมาเลยล่ะค่ะ ไปบอกกับอาจารย์สอนเต้นว่า “หนูไม่ไหวแล้วค่ะ” แล้วตอนนั้นมากิโกะซังก็มาดุว่า “มัวแต่ร้องไห้ไปก็ไม่มีอะไรเริ่มต้นหรอกนะ” ฉันก็เลยหยุดร้องไห้ได้ค่ะ
―แล้วตอนนั้นลีดเดอร์ สุดะ อาการิล่ะครับ?
ราระ :  ฉันแอบสงสัยมาตลอดเลยล่ะค่ะว่าสุดะซังจะคิดยังไงกับเรื่องนี้กันนะ
―คือไม่ได้คุยอะไรกันเป็นพิเศษเรื่องที่ได้เป็นเซนเตอร์สินะครับ?
ราระ :  ค่ะ สุดะซังเป็นคนที่มีความสามารถในการแสดงมาก ๆ เค้าอาจจะคิดก็ได้ว่า “ทำไมถึงเป็นราระ?” แถมตอนนั้นสุดะซังเพิ่งได้เป็นคามิ 7 ในการเลือกตั้งด้วย
―สุดะซังเองก็คงจะผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งแล้วล่ะครับ เค้าคงจะรู้สึกเจ็บใจทุกครั้งเหมือนกัน แต่ยังไงซะ ก็เป็นโชคชะตาของราระซังที่ต้องรับมันให้ได้ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม…. ยังถือว่าเร็วเกินไปสำหรับตัวเองหรือเปล่าครับ ที่จะคิดแบบนี้?
ราระ :  โชคชะตา….?
―ยังไงซะ การเป็นเซนเตอร์ก็ถือเป็นเรื่องที่กำหนดเอาไว้แล้ว และวงการนี้ไม่ใช่โลกที่จะใช้อันดับหรือความนิยมมาตัดสินทุกสิ่งด้วย
ราระ :  ก็มีความรู้สึกที่อยากลองเผชิญหน้ากับตัวเองสักตั้งบ้างนะคะ แต่ฉันยังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ก็เลยมักวิ่งหนีอยู่เรื่อย
―ก็แปลว่า ตอนนี้ยังห่างไกลกับชื่อ “ราระ” สินะครับ
ราระ :  จริง ๆ เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายน่ะค่ะ  อือ จริง ๆ ก็มีด้านที่มองโลกในแง่บวกเหมือนกันนะคะ ฉันพยายามจะไม่คิดให้มากเกินไปนักว่าแฟน ๆ จะคิดยังไงกับฉัน เพราะจริง ๆ ก็รู้สึกว่ามีคนที่คอยเชียร์ฉันมากกว่าคนที่ว่าร้าย แต่พอเป็นปัญหาของตัวเองขึ้นมาก็มักจะคิดแง่ลบเสมอเลย เพราะรุ่นพี่สุดยอดมากจริง ๆ ฉันอยากไล่ตามพวกเค้าให้ได้ แต่ทำยังไงก็ยังไล่ไม่ทันซะที
#NOTE ชื่อ ‘ราระ’(楽々) เขียนด้วยอักษร   ซึ่งมีความหมายว่า “เบิกบานใจ ง่าย ๆ สบาย ๆ ไร้กังวล”

―ใน MC วันแรกที่บอกว่า “ต่อให้เกลียดฉัน ก็อย่าเกลียดทีม E เลยนะคะ!” เรื่องนี้เป็นมายังไง?
ราระ :  ทำเล่น ๆ ไปงั้นเองค่ะ แต่นั่นแหละที่ถือว่าฉันเตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับตัวเองเอาไว้แล้ว
 ―มีอะไรที่กำลังทำอยู่เพื่อขยับเข้าใกล้ความเป็นตัวเองในอุดมคติบ้างหรือเปล่า?
ราระ :  ฉันจะดูคลิปจากกล้องฟิกแล้วก็จดเอาไว้ว่าตัวเองทำพลาดตรงไหนบ้าง แต่ทำที่บ้านน่ะค่ะ ไม่อยากให้ใครเห็น อาย
 ―ดูคลิปของตัวเองแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
ราระ :  น่าเบื่อสุด ๆ เลยค่ะ รู้สึกว่าภาพลักษณ์ตัวเองช่างราบเรียบไร้มิติ
 ―รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ลอยเด่นขึ้นมาจากกลุ่มคนอื่น ๆ?
ราระ :  ใช่ค่ะ ตัวเองกำลังเต้นอยู่แท้ ๆ นะ แต่สายตากลับโดนดึงไปหามากิโกะซังซะงั้น
 ―เพราะมีเมมเบอร์ที่ตั้งใจเต้นจริงจังอยู่เต็มไปหมดด้วยสิ
ราระ :  ฉันเป็นคนเต้นไม่แรงน่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าอยากจะเต้นแรง ๆ หรอกนะคะ แต่ฉันชื่นชมการเต้นอย่างหนักหน่วง แต่ก็ดูงดงามด้วยในขณะเดียวกันเหมือนอย่างมากิโกะซังมากเลย

  • กลัดกลุ้มผูกมัด

―วันที่ 27 ต.ค. มีโคเอ็น ‘ZERO POSITION’ ที่อากาซากะBLITZ ด้วย วันนั้นราระซังเต้นอย่างสบาย ๆ เลยนะครับ
ราระ :  วันนั้นรู้สึกกับการเปลี่ยนบรรยากาศน่ะค่ะ! ไม่รู้ทำไม? สงสัยเพราะเวทีใหญ่ ๆ จะดีว่าล่ะมั้ง?
 ―ดูท่าทางสนุกสนานมากเลยล่ะครับ
ราระ :  คงเพราะความรู้สึกมันต่างกันด้วยล่ะมั้งคะ ทำยังไงก็ยังเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองตอนขึ้นโคเอ็นทีม E ไม่ได้ซะที
―เพราะต้องเป็นเซนเตอร์รึเปล่า?
ราระ :  ก็คิดอยู่บ้างนะคะว่าเพราะอย่างนั้นรึเปล่า ก็ฉันยังปีนไปไม่ถึงจุดที่เหมาะสมกับการเป็นเซนเตอร์ของทีมเลย แต่โคเอ็นของ ‘ZERO POSITION’ เต้นด้วยความรู้สึกสนุกล้วน ๆ เลยล่ะค่ะ มีความสนุกสนานมากกว่าความรู้สึกกดดันนะ
 ―ถ้าสักวันสามารถแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงท่าทางสนุกสนานในโคเอ็นของทีม E ได้ก็คงดีไม่น้อยนะครับ
ราระ :  เรื่องนี้ตัวเองก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ รู้สึกเหมือนว่าในทีม E ตัวเองจะทำแต่ในสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำเท่านั้นเอง คิดมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้
 ―มีอะไรบางอย่างผูกมัดเราไว้หรือเปล่า?
ราระ :  น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ ฉันก็อยากเป็นอิสระเหมือนกันนะคะ หลังจากคิดแล้วคิดอีกก็พบว่าตัวเองกำลังตัวหดเล็กลงเรื่อย ๆ ก็รู้อยู่หรอกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลย
 ―ถ้าเผชิญหน้ากับมันได้อย่างสบาย ๆ ตามชื่อของตัวเอง…..ความรู้สึกก็น่าจะเปลี่ยนไปได้บ้างนะครับ
ราระ :  ฉันอยากเป็นตัวของตัวเองค่ะ คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองให้ได้
 ―แต่ถูกกำหนดให้ป็นเซนเตอร์ของรุ่น 7 ยังไงก็ต้องเรื่องคิดหนักอยู่ดีล่ะนะครับ
ราระ :  ถ้าไม่ใช่เซนเตอร์ก็คงไม่ได้คิดอะไรเลยล่ะค่ะ ถ้าพยายามทำตัวร่าเริง ผลมันอาจจะออกมาในทางตรงกันข้าม ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยก็ได้…..
 ―กระนั้นแล้ว อยากจะเป็น “เซนเตอร์ที่แท้จริง” ให้ได้ใช่ไหมครับ
ราระ :  นั่นสิคะ ก็มีความรู้สึกแบบนั้นนะคะ! แม้จะมีบ้างที่รู้สึกเกรง ๆ เวลาต้องยืนในตำแหน่งเซนเตอร์ แต่เพลง ‘Gonna Jump’ สนุกมากเลยค่ะ อาจเป็นเพราะว่าได้รับการประกาศในวันนั้นเลยว่าเป็นเซนเตอร์นะ ก็เลยไม่ทันได้มีเวลาคิดอะไรมาก
 ―เวลามีปัญหา ได้ปรึกษาใครบ้างหรือเปล่า?
ราระ :  ไม่ค่ะ
 ―กับพวกผู้ใหญ่ก็ด้วย?
ราระ :  ไม่ปรึกษาค่ะ
 ―คิดว่าน่าจะถูกเปรียบเทียบกับโอบาตะ ยูนะซังอยู่บ่อย ๆ นะครับ ซึ่งเราก็ไม่ปรึกษาปัญหากับโอบาตะซังเหมือนกัน?
ราระ :  เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่า ยูนานะเค้าคิดยังไงน่ะสิคะ ยูนานะเองก็น่าจะคิดอะไรอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เค้าไม่พูด แถมฉันเองก็อ่านความคิดเค้าไม่ออกด้วย คล้าย ๆ ว่าเราสองคนพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ล่ะมั้ง
 ―แต่ราระซังอายุ 16 เองนี่ครับ ถ้าคิดเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองคนเดียว ยังไงก็ต้องเจอทางตันบ้างไม่ใช่เหรอ?
ราระ :  ก็ใช่น่ะสิคะ! เพราะงั้นแหละ ก็อยากปรึกษาใครบ้างนะ แต่ไม่มีคนให้ปรึกษาด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ใช่ว่าไม่มีซะทีเดียวหรอกนะคะ ตอนคุยกับผู้จัดการก็มีคุยเรื่องปัญหาอยู่บ้างเหมือนกัน จริง ๆ อยากปรึกษากับจูรินะซังนะคะ
 ―แปลว่ายังไม่ได้ปรึกษาใครเรื่องที่เป็นเซนเตอร์ทีม E ?
ราระ :  ยังค่ะ ยังไม่มีจังหวะเลย

  • เสริมความกล้ากับความมั่นใจ

―การออดิชั่นรุ่น 8 จบลง กำหนดผู้ผ่านการคัดเลือกแล้ว รู้สึกกังวลอะไรหรือเปล่า?
ราระ :  จนถึงตอนนี้ ฉันก็ได้รับเลือกให้เป็นเซมบัทสึ ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีนะคะ แต่ถ้ามีรุ่น 8 เข้ามาแทนที่ตัวเองก็น่ากังวลเหมือนกัน รู้สึกตื่นเต้นด้วย แต่ก็กังวลด้วยน่ะค่ะ
 ―อย่างเช่น จู่ ๆ ก็ได้เป็น W เซนเตอร์กับจูรินะซัง อะไรแบบนี้
ราระ :  แบบนั้นก็แย่สิคะ! แต่ยังไงฉันก็ต้องใจดีกับเด็กคนนั้นให้ได้เหมือนอย่างที่เรียวฮะซังใจดีกับฉันค่ะ อ๊ะ แต่ถ้าคนนั้นอายุมากกว่าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
 ―ยืดอกไปเลยครับว่าเราเป็นรุ่นพี่! และอันนี้ก็เป็นคำถามที่ถามทุกคนนะครับ คิดว่าใครเป็นคู่แข่งของตัวเองในตอนนี้ครับ?
ราระ :  เอ๋? อันนี้ก็ถามกับยูนานะด้วยใช่มั้ยคะ?
 ―เดี๋ยวจะไปถามหลังจากนี้ครับ เลยยังไม่รู้ งั้นคำตอบก็ให้เป็น “โอบาตะซัง” แล้วกันนะครับ?
ราระ :  อ๊า ถ้ายูนานะไม่ตอบชื่อฉันก็น่าอายแย่เลยสิคะ (หัวเราะ) เอ้อ แต่ฉันว่ายูนานะคงจะตอบชื่อฉันแหละ งั้นให้คู่แข่งของฉันเป็นยูนานะนี่แหละค่ะ!
 ―รู้สึกกังวลกับแนวโน้มการก้าวหน้าของโอบาตะซังบ้างหรือเปล่า?
ราระ :  ยูนานะมีความเป็นไอดอลสูงนะคะ ไม่เหมือนฉันเลย เราไม่ใช่สายเดียวกันน่ะค่ะ ก็เลยไม่ค่อยกังวลอะไรมาก แต่ในจุดที่ชวนให้คิดมากก็จะคิดเหมือนกันนะ อะไรแบบนี้ แต่ช่วงแรก ๆ (โนจิมะ) คาโนะกับยูนานะนี่ สองคนนั้นเค้าไฟลุกเปรี๊ยะ ๆ ใส่กันเลยล่ะค่ะ ตอนนั้นฉันเห็นแล้วก็ขำจะตาย (หัวเราะ) แต่ตัวฉันเองน่าจะเริ่มรู้สึกถึงการแข่งขันตั้งแต่ได้เป็นเมมเบอร์ของ Love Crescendo ล่ะมั้ง
 ―จำเป็นต้องมีคู่แข่งหรือเปล่าครับ?
ราระ :  ฉันว่าจำเป็นค่ะ! ซึ่งฉันพยายามจะสร้างขึ้นด้วยตัวเอง อย่างถ้าคิดว่า “เรื่องนี้แหละที่ไม่อยากแพ้!” มันก็ทำให้รู้สึกว่ามีแรงจูงใจที่จะลงมือทำนะ ฉันเป็นพวกเกลียดความพ่ายแพ้น่ะค่ะ สิ่งที่จำเป็นสำหรับตัวฉันในตอนนี้ก็คือความมั่นใจน่ะนะคะ ฉันอยากเป็นคนที่สามารถยืดอกพูดได้เต็มปากเลยว่า “ฉันนี่แหละคือเซนเตอร์!”
 ―ที่เหลือก็อยากให้สนุกให้เต็มที่นะครับ!
ราระ :  ก็จริง ฉันอาจจะลืมความสนุกไปแล้วก็ได้! ชื่อฉันเนี่ย “ราระ” มีที่มาจากความหมาย “คนอื่นก็สนุก ตัวเองก็สนุก”  นะคะ
 ―งั้นการที่ได้เข้าสู่วงการเอนเตอร์เทนเมนต์ก็ถือเป็นพรหมลิขิตสินะครับ (หัวเราะ) ไม่เป็นไรหรอกครับ เราน่าจะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นจากการปีนขึ้นโอโตโกะซากะแล้วนี่นา
ราระ :  จริงด้วย! ฉันจะพยายามต่อไปอย่างมีความกล้ากับความมั่นใจค่ะ!
rararara

วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561

[#ゆらら] แปลบทสัมภาษณ์ยูราระ BOMB Feb'18



คู่แข่งที่คอยช่วยผลักดันซึ่งกันและกัน ทั้งสองคนอยากรับหน้าที่เป็นดับเบิ้ลเซนเตอร์!


- ทั้งคู่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เคยได้สัมผัสการเป็นเซนเตอร์ SKE48 มาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายคู่กันลง BOMB

ราระ: ถึงช่วงนี้จะยุ่งๆแต่ เราสองคนได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ไปค้างบ้านกันด้วย

ยูนานะ: แม้ว่าพออยู่คนละทีมแล้วจะได้ไปน้อยลงก็เถอะ

- ตอนที่ทั้งคู่ได้เป็นเซมบัตสึครั้งแรก ได้คุยอะไรกันบ้างครับ?

ยูนานะ: เหมือนจะไม่ได้คุยอะไรนะคะ ตอนอยู่ด้วยกันสองคนก็ไม่ค่อยได้คุยเรื่อง SKE ค่ะ

ราระ: ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องไร้สาระค่ะ อย่างพวกขนมในร้านสะดวกซื้ออะไรงี้ เวลาอยู่กับคนเยอะๆโอกาสจะคุยกันสองคนก็น้อย

ยูนานะ: ใช่ๆ จะคุยตอนอยู่ด้วยกันแค่สองคน

ราระ: ถึงยูนานะจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าราระอยู่ด้วยจะชอบรับมุกล่ะ รับได้ค่อนข้างเฉียบเลยด้วย

ยูนานะ: ที่ต้องรับมุกน่ะ เพราะเป็นราระพูดมาก็เลยตอบออกไปเองต่างหาก



- แม้จะได้เป็นเซมบัตสึด้วยกันเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 แต่มีความประทับใจตรงไหนที่เปลี่ยนไปบ้างมั้ย?

ราระ: อิมเมจของยูนานะจนถึงตอนนี้อาจจะดูนุ่มนิ่มแต่ช่วงนี้ฉันว่าดูมีความมั่นใจแล้วก็สง่าขึ้นนะ

ยูนานะ: ราระก็เหมือนกัน ตอนถ่าย MV ก็ดูเหมือนว่าเรื่องเต้นจะเลเวลอัพขึ้นมากเลย พอเห็นแล้วก็คิดว่าฉันเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน

ราระ: ฉันไม่อยากยอมแพ้ยูนานะทั้งการแสดงอารมณ์และการเต้น เรื่องนี้น่ะ เป็นแรงผลักดันให้ราระเลยแหละ ฉันคิดว่าถ้าอยู่กับยูนานะล่ะก็ จะสามารถแสดงพลังที่ไม่ธรรมดาออกมาได้

ยูนานะ: ฉันก็เหมือนกัน ที่ได้อยู่รุ่น 7 ด้วยกันแรกสุดก็คิดว่าเธอเท่สุดๆไปเลย ราระเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันอยากพยายามมากขึ้น



- รุ่นแรกจนถึงรุ่น 5 เหลือกันอยู่ประมาณ 1-3 คน รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นยุคของรุ่น 6 รุ่น 7 เลยนะ

ราระ: ไม่หรอกค่า รุ่น 7 น่ะ ยังหรอก อย่างรุ่น 6 ก็มีพวกเรียวฮะซัง คุมาซากิซัง รุ่น 5 ก็มีนาโอะซัง เอโกะซัง พวกราระน่ะยังไล่ตามอยู่ค่ะ จะแซงน่ะยังเป็นไปไม่ได้หรอก

ยูนานะ: ฉันน่ะได้เป็นเซนเตอร์ตอนที่ยังไม่มีความมั่นใจเลย รู้สึกได้ถึงความห่างชั้นกับรุ่นพี่ ทำให้ฉันไม่อยากยอมแพ้ เพราะอย่างนั้นตอนนี้ก็เลยพยายามมาก ตัวตนของพวกรุ่นพี่ยิ่งใหญ่มากค่ะ

ราระ: เข้าใจเลย! ราระก็เหมือนกัน แรกๆรู้สึกว่ากำแพงกับรุ่นพี่น่ะหนามาก ทำเอาฉันซึมเพราะความไม่เอาไหนของตัวเองเลยล่ะ โดยเฉพาะทีม E มีคนสำคัญๆอยู่เยอะ แล้วก็มีจุดที่ราระต้องบาลานซ์กับสุดะซังเยอะด้วย ดูเหมือนขนาดตัวจะอยู่แค่ครึ่งเดียว(ของสุดะ)เอง (หัวเราะ) ไม่ใช่แค่รุ่นพี่นะ อย่างสุกาวาระก็ด้วยตัวสูงชะมัด พอขึ้นทีม ก็เรียนรู้ที่จะเต้นให้ดูตัวใหญ่

ยูนานะ: KII น่ะ ทุกคนมีการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรื่องนี้ฉันก็คิดหนักว่าจะต้องแสดงตัวของตัวเองออกไปให้ได้ จะต้องให้คนรู้สึกถึงตัวตนเรามากขึ้น พอได้เห็นการเต้นที่ดุดันและน่ารักของชูริซัง ก็คิดตลอดเลยว่าสุดยอด

- สุดท้าย เป้าหมายปี 18 คืออะไรครับ?

ยูนานะ: เป็นดับเบิ้ลเซนเตอร์กับราระ!! เป็นฝันที่อยากให้เป็นจริงสักวันค่ะ

ราระ: จริงๆเหรอ!? ราระก็เหมือนกัน! อยากลองตั้งยูนิตที่มีแค่เราสองคนด้วย

ยูนานะ: ชื่อยูนิตก็ "ยูราระ" ไง

ราระ: แม้ว่าจะเน้นหนักที่ชื่อราระก็ตาม (หัวเราะ)

ยูนานะ: โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่ค่อยมีโอกาสออกรายการวาไรตี้ ปีนี้ก็อยากจะไปออกมากขึ้นค่ะ

ราระ: ราระก็ด้วย อยากเป็นคนที่ดำเนินรายการวาไรตี้ได้ดีมากขึ้น ขอใช้โอกาสแจ้งเกิดในรายการ Zero Position เป็นเป้าหมายค่ะ


blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]