แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Translation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Translation แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562

[แปล] บทความ "เพราะชีวิตมีแค่ครั้งเดียว" มัตสึอิ จูรินะ E-talentbank



"เพราะชีวิตมีแค่ครั้งเดียว" สิ่งที่มัตสึอิ จูรินะได้จากการพักงานไป 2 ครั้ง


"พอมีงานใหญ่ๆที่ต้องรับผิดชอบโหมเข้ามาเยอะๆ ตัวเองก็จะเริ่มคิดว่ายากจังนะ พอเริ่มรู้สึกแย่ ร่างกายมันก็แย่ตามไปด้วย ถึงจะดูเหมือนแข็งแรงดี แต่ก็เคยเป็นปอดบวมมาสองรอบ แล้วยังเคยเป็นงูสวัดด้วย ฉันไม่ได้เป็นคนแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปีแรกของยุคเรย์วะ เมื่อได้กลับมาทำงานอีกครั้งในปลายเดือน 11 หลังจากพักงานเพราะสุขภาพร่างกายไม่อำนวย มัตสึอิ จูรินะมีสีหน้าที่สดใสเหมือนก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน

ในปี 2018 เธอก็พักงานไปประมาณ 2 เดือนเพราะเรื่องสุขภาพ คราวนี้พักไปประมาณ 1 เดือน แม้จะพักงานแค่ช่วงสั้นๆแต่เธอกล่าวว่า "มันเศร้าค่ะที่อดเข้าร่วมทั้งการแสดงครบรอบ 11 ปีของ SKE48 ทั้งงานของ ONE Championship"

อีกงานนึงที่เธอรู้สึกเสียดายมากคือ การที่อัลบั้มโซโล่ "Privacy" อัลบั้มแรกของตัวเองวางขาย เธอเริ่มพักงานวันที่ 25 เดือน 9 ในขณะที่อัลบั้มจะวางขายวันที่ 5 เดือน 10 ทำให้ไม่สามารถโปรโมทอัลบั้มตามที่วางไว้ได้

เนื้อเพลงทุกเพลงในอัลบั้ม จูรินะรับหน้าที่เขียนเองทั้งหมด เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่เผยให้เห็นถึงอารมณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เดิมทีเนื้อเพลงเหล่านี้ เริ่มเขียนจากความตั้งใจของเธอที่อยากทำความเข้าใจในเพลงที่ตัวเองร้องให้ดีขึ้น

"เริ่มเขียนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วค่ะ เป็นเหมือนไดอารี่บันทึกความรู้สึกของตัวเอง พอบอกเรื่องนี้กับอากิโมโตะเซนเซย์ เขาก็บอกว่า "งั้น ถ้าทำเป็นเพลงขึ้นมาก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ" เรื่องก็เป็นมาอย่างนั้นแหละค่ะ"

เพลงที่ได้บันทึกเสียงในอัลบั้มเป็นเพลงรักอยู่หลายเพลง จูรินะเองพูดถึงมุมมองความรักของตัวเองอย่างขำๆว่า "เป็นหญิงสาวที่น่ารำคาญ เอาแต่ใจ"

ตัวอย่างเช่น เนื้อเพลงเพลงหนึ่งในอัลบั้ม "Aishiteru"

"ฉันรักเธอ
ที่อยากได้ยินจากเธอตอนนี้
คือฉันรักเธอ
มองตาฉันแล้วบอกฉันสิ
ไม่ใช่ชอบ รักต่างหาก
ไม่ใช่ชอบมาก รักต่างหาก"

"แม้ฝ่ายนั้นจะบอกว่าชอบมาแล้ว ก็ยังต้องการมากกว่านั้นอีก เป็นเพลงที่เขียนจากความคิดทั่วไป แบบว่า "นี่ฉันก็บอกว่าชอบแล้วนะ ยังไม่พออีกเหรอ" อยากให้โมโหนิดนึง พูดเอาแต่ใจหน่อยๆ "พูดอะไรเนี่ย แต่เอาเถอะเพราะน่ารักจะยกโทษให้ก็ได้" อะไรประมาณนั้นค่ะ ฮ่าๆๆ"

เป็นส่วนหวานๆที่จูรินะผู้มีภาพลักษณ์ค่อนไปทางเด็กผู้ชายไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน เจ้าตัวเองก็อยากซ่อนมันเอาไว้อยู่เหมือนกัน

"นิสัยของฉันน่ะ คิดว่าแฟนๆที่มาจับมือฉันทุกคนรู้ดีค่ะ อย่างเช่น ถ้าไปต่อแถวจับมือเมมเบอร์คนอื่น ฉันจะโกรธ เพราะฉันเป็นพวกขี้หึงมาก ฮ่าๆๆๆ ถ้าเป็นคนที่รู้อยู่แล้วจะบอกว่าเพลงนี้มันช่างจูรินะจริงๆ แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้ ดูฉันเฉพาะในทีวีก็คงรู้สึกประหลาดใจค่ะ ที่จริงก็อยากซ่อนเอาไว้ แต่ในฐานะผู้หญิงอายุ 22 ฉันอยากให้หญิงสาวไม่ว่าจะรุ่นเดียวกันหรือเด็กกว่า หรือคนที่กำลังมีความรัก ฟังแล้วมีความรู้สึกร่วมว่า "ฉันก็เป็นแบบนั้น" "

ในบรรดาเพลงที่จินตนาการเกี่ยวกับความรักหลายเพลงนั้น เพลงเดียวที่เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์และความฝันของตัวเธอเองคือ "Ano hi kawashita yakusoku" (สัญญาที่ให้ไว้วันนั้น) "เพราะมีเธอถึงไม่ยอมแพ้ เพราะมีเธอถึงได้พยายาม" เธอในเพลงนี้หมายถึงเมมเบอร์ในวง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง(สตาฟฟ์) ครอบครัวและแฟนๆ

"คนมักจะมองว่าฉันแข็งแกร่ง มีคนเคยบอกฉันว่า "ดูเป็นคนที่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว" แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น มนุษย์น่ะ ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ใช่มั้ยล่ะคะ เพราะมีกำลังใจจากใครสักคนถึงทำความฝันให้เป็นจริงได้ ไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ตัวคนเดียวมันไม่สนุกหรอกค่ะ เป็นเพลงที่เขียนด้วยความคิดว่าฉันเองก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน"

"ประกาศความเป็นมนุษย์" ของมัตสึอิ จูรินะ ในขณะที่วิ่งไปในฐานะไอดอล ก็มักจะรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างสิ่งที่คนอื่นคิดกับสิ่งที่ตัวเองเป็นจริงๆ

"ฉันว่ามันต่างกันคนละขั้วเหมือนชายหญิงเลยค่ะ เวลาที่ออกไปบนเวทีจะดูแข็งแกร่งเป็นพิเศษ อารมณ์แบบจะออกไปท้าทายด้วยความรู้สึกที่แข็งแกร่ง ถ้าไม่งั้นฉันจะพ่ายแพ้ ไม่ก็โดนบดขยี้ มีเด็กๆอยู่มากมาย มีเมมเบอร์อยู่มากมาย มีแฟนๆอยู่มากมาย จะพ่ายแพ้ต่อคำพูดต่างๆที่โยนเข้ามาไม่ได้ แต่ปกติแล้วฉันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด"

ทุกๆวันที่ต้องแบกรับภาระเกินความจำเป็นและเคร่งเครียด บังคับให้ตัวเองต้องสมบูรณ์แบบ ต้องการให้รอบๆตัวมีความอดทนเหมือนตัวเองด้วย

"ในฐานะผู้นำของ SKE48 และ48group ฉันคิดอย่างจริงจังในทุกๆเรื่อง เราจะทำอะไรแบบขอไปทีตลอดไม่ได้ ฉันยังเด็กและฉันก็ทำโดยไม่มีคำว่าทำไม่ได้ แต่ก็มีคนที่ไม่อยากทำ หรือไม่ตั้งใจทำอยู่ใช่มั้ยล่ะคะ หรือบางคนก็อยากทำตามทัศนคติเดิมๆของตัวเอง ถึงอย่างนั้น ในขณะที่ตัวเองทำอย่างอดทน พอเห็นคนที่ไม่มีความอดทนแล้วก็อดเศร้าไม่ได้ มันเจ็บปวด ฉันเริ่มรู้สึกไม่ชอบตัวเองที่คิดแบบนั้น"

บรรยากาศที่เคร่งเครียดรอบตัวจูรินะที่เป็นแบบนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากที่เธอกลับมาจากการพักงานในปี 2018 ในบทสัทภาษณ์ต่างๆ เธอก็พูดว่าตัวเองจะถอยลงก้าวนึง ฝากให้เมมเบอร์คนอื่นๆจัดการแทน

"เมมเบอร์หลายๆคนมาบอกฉันว่า "อย่าต่อสู้ลำพังเลยนะคะ" "พึ่งพาพวกเราบ้างเถอะ" แฟนๆของเมมเบอร์คนอื่นก็มาทักทายที่งานจับมือว่า "พวกเราเป็นกำลังใจให้นะ มาพยายามด้วยกันเถอะ" ก็เลยเริ่มรู้สึกว่าปล่อยวางบ้างก็คงไม่เป็นไร รู้สึกเหมือนตัวตนข้างในค่อยๆเผยออกมา"

เมื่อเดือน 3 ปีนี้ การเปลี่ยนการบริหารจัดการวงจาก AKS มาเป็น Zest ในปัจจุบันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่

ก่อนอื่น สตาฟฟ์ของบริษัทใหม่จะพูดคุยกับเมมเบอร์ทุกคนว่า "อยากทำอะไร" "ความฝันคืออะไร" "ทำอะไรได้บ้าง" รับฟังอะไรหลายๆอย่าง และบอกว่าอยากจะนำไปเชื่อมโยงกับงานในอนาคต

"ฉันคิดมาตลอดเลยว่าอยากให้เมมเบอร์ SKE หลายๆคนได้อยู่ในสปอตไลต์บ้าง ใน SKE มีเด็กที่มีความสามารถมากมายหลากหลาย มีงานหลายๆอย่างที่พวกเขาอยากทำ แต่ที่ผ่านมากลับอยู่ในสภาพที่ไม่ได้ให้พวกเธอแสดงออกได้อย่างเต็มที่ ทุกคนก็ไม่ค่อยสบายใจกัน"

"ถ้าเปลี่ยนเร็วกว่านี้ก็ดีนะคะ ฮ่าๆๆ การมีคนมาดูแล SKE โดยเฉพาะเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะดูเอาแต่ใจ ดูเว่อร์ไปหรือเปล่า แต่การมีคนที่คิดถึงเราเป็นอันดับแรกเป็นเรื่องที่ดีมากๆ พวกเราเองก็เริ่มเบาใจได้"

มันคือการเปลี่ยนแปลงที่รอมานาน ในเวลาเดียวกันก็คิดแบบนั้น

"ถ้ามัน(เปลี่ยน)เร็วขึ้นอีกหน่อย ก็คงไปได้ดีขึ้นกว่านี้ บางคนอาจจะไม่จบการศึกษาก็ได้ แม้จะมีคิดแบบนั้นบ้าง แต่ถึงจะมองย้อนกลับไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร...ตัวฉันน่ะ รู้สึกดีจริงๆที่ยังคงอยู่ตรงนี้โดยไม่ยอมแพ้ ในที่สุดก็มีคนที่คิดถึงแต่เรื่องของ SKE เพิ่มขึ้นแล้ว จะต้องเชื่อมั่นและมุ่งไปข้างหน้า"

การพักงานรอบ 2 ในสภาพการณ์เช่นนี้ ก็ทำให้ความรู้สึกของจูรินะค่อนข้างผ่อนคลาย

"ฉันคิดว่าเราจะทำอะไรก็ได้ แฟนๆก็มาบอกในงานจับมือว่า "ทำอะไรที่ตัวเองชอบเถอะ" เมื่อก่อนแฟนๆที่โกรธเพราะเปลี่ยนสีผมก็มี แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีแล้ว ถึงจะเปลี่ยนสีผม เขาก็จะบอกว่า "น่ารักจัง" ชีวิตมีแค่ครั้งเดียว จงใช้ซะ เพราะเป็นมนุษย์ที่อยากใช้ทุกๆนาทีทุกๆวินาทีให้คุ้ม เลยตัดสินใจแล้วว่าจะทำสิ่งที่อยากทำค่ะ"

เมื่อพิจารณาเรื่องสุขภาพแล้ว ซิงเกิ้ล SKE ที่จะวางแผงเดือน 1 นี้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งวงมาที่เธอไม่ติดเซมบัตสึ

"ก็เศร้าค่ะ ตอนแรกที่สตาฟฟ์มาบอกก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ...แม้จะมีคิดว่าประวัติศาสตร์ที่เราสร้างมาถึงตอนนี้จะหายวับไปงั้นเหรอ แต่ในขณะที่ไม่มีฉัน เมมเบอร์คนอื่นก็จะได้รับความสนใจตรงจุดนั้นบ้าง ฉันเริ่มมองในแง่ดีว่าให้คนได้เห็น SKE ในแบบใหม่ๆก็ดีนะ"

ความคิดที่มีต่อ SKE48 และ 48group ทั้งหมดก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปด้วย

"ที่ผ่านมา ฉันตกหลุมรัก SKE48 และ 48group มากๆ แต่มันมากเกินไปจนเริ่มแย่ เริ่มมองในมุมแคบๆจนไม่อาจดูแลตัวเองได้ จากนี้ก็คิดว่าคงต้องขอนอกใจไปมองด้านอื่นๆบ้างค่ะ"

อย่างหนี่งในนั้นก็คือ การเขียนเพลงเหมือนที่ทำในโซโล่อัลบั้ม เธอเขียนเพลงทั้งหมด 11 เพลงในเวลาประมาณ 1 เดือนที่พักงาน และยังมีการพูดคุยว่าจะนำเนื้อเพลงให้ศิลปินอื่นไปทำเพลงอีกด้วย

"ฉันอยากเป็นนักแต่งเพลงด้วย ไม่ใช่แค่นักร้อง อยากเป็นอากิโมโตะเซนเซย์คนต่อไปค่ะ เพราะฉันฟังและร้องเพลงของอากิโมโตะเซนเซย์มาตลอด เลยเข้าใจวิธีที่อากิโมโตะเซนเซย์เขียนเนื้อเพลง ถ้าจบการศึกษาก็อยากไปเป็นศิษย์ของอากิโมโตะเซนเซย์ คอยเรียนรู้อยู่ข้างๆ ฉันสนุกกับการเขียนเพลงขนาดนั้นเลยล่ะค่ะ"

เมื่อถามว่า "อยากเขียนเพลงให้เมมเบอร์คนไหน?" เธอก็คิดหนัก "ยากจัง เพราะฉันรู้เรื่องของทุกคนเลย" แต่ชื่อที่ยกขึ้นมาก็คือ อาโออุมิ ฮินาโนะ เมมเบอร์เคงคิวเซย์

"อาโออุมิจัง ตอนนี้แสดงในตำแหน่งของฉันอยู่ในสเตจ Te wo tsunaginagara ซึ่งเป็นสเตจแรกที่ SKE ได้รับมาค่ะ ตรงนี้เธอได้รับการผลักดันเป็นพิเศษ ในขณะที่มีรุ่นพี่อยู่ เด็กที่มีประสบการณ์น้อยสุดกลับได้ยืนเป็นเซนเตอร์ คล้ายๆตัวฉันเองในสมัยก่อนเลย ถึงเธอพยายามอย่างหนัก ไม่แสดงจุดอ่อนออกมาให้เห็น แต่ฉันก็คิดนะว่า "ลำบากมากเลยนี่นา" "คงกดดันน่าดูเลยนะ" เมื่อลองได้คุยกัน ได้ฟังคำพูดมากมาย ก็จะเข้าใจความรู้สึกได้ แต่เรื่องนี้น่ะ ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยผ่านมาก่อนจะไม่มีทางเข้าใจได้เลย ทุกคนก็อยากเป็นเซนเตอร์ ทุกคนก็รู้สึกอิจฉา อาโออุมิจังที่ต่อสู้อยู่ท่ามกลางความคิดแบบนั้น ในมุมมองของฉันมันช่างงดงาม อยากทำอะไรให้เธอสักอย่าง ดังนั้นเลยอยากเขียนเพลงให้"

อีกคนที่ถูกยกชื่อขึ้นมาคือ อิดะ เรโอนะ รุ่น 6 เธออยากให้สปอตไลต์ส่องลงมาที่เมมเบอร์ที่พยายามมากๆบ้าง

"กับรุ่นน้อง ต้องปลูกฝังหลายๆอย่างเอาไว้ให้ดี ตัวเองก็ต้องทำให้ดีด้วย เมมเบอร์เด็กๆและเมมเบอร์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะกระตือรือร้นมากกว่าใคร แม้ตัวเองจะเต้นได้แล้ว แม้คนรอบข้างจะมองว่าไม่ต้องพยายามมากก็ได้แล้ว แต่ก็ยังทำมันออกมาอย่างดีที่สุด แบบนั้น ฉันคิดว่ามันเท่มากเลย เมมเบอร์ที่ยังไม่เคยติดเซมบัตสึเลยสักครั้ง ฉันอยากให้โอกาสมาถึงเด็กแบบนี้บ้างค่ะ"

ว่าแต่การเดบิวต์เดี่ยวๆ ไม่ใช่ในนามของวง มีอะไรที่สามารถทำได้บ้างนะ

"คอสตูมกับเมคอัพมั้งคะ ถ้าออกมาคนเดียวไม่มีวงอยู่ด้วย จะต้องทำให้มีความสมดุล แต่ว่าตัวคนเดียวก็สามารถทำอะไรอิสระ รูปที่ใช้โปรโมตก็แทบไม่ได้แต่งหน้าเลย โชว์ผิวของตัวเอง ดูสะอาดๆตา การทำแบบนี้ถ้าเป็นวงก็คงยากค่ะ"

ในทางกลับกัน การทำกิจกรรมในฐานะ AKB48 ก็ค่อนข้างลำบากกับคอสตูมของกรุ๊ปที่มีรูปแบบกำหนดตายตัว

"ฉันไม่ค่อยเข้ากับชุดน่ารักๆพวกนั้น เลยไม่ค่อยอยากใส่ค่ะ แต่ว่า...เอาความจริงนะคะ เพราะเมมเบอร์อายุน้อยๆก็เข้ามาเยอะขึ้น ทางฉันก็ต้องใส่ตามให้เหมือนๆกัน แต่การที่มียูกิรินซัง (คาชิวากิ ยูกิ) อยู่เป็นความหวังของฉันค่ะ ฮ่าๆๆๆ อย่างยูกิรินซังกับสุดะจัง (สุดะ อาคาริ) อายุมากกว่าฉันอีก เขายังใส่ได้เลย ฉันเลยบ่นไม่ได้ ชุดน่ารักๆน่ะ น่าอายจะตาย แต่ไม่ว่ายังไงจะพยายามดึงการแต่งหน้าทำผมให้มาทาง(ของตัวเอง)นี้ให้ได้ ฮ่าๆๆ"

ในวันที่ 6 เดือน 1 จูรินะจะจัดโซโล่ไลฟ์ โดยไม่มีผู้เข้าชม ลักษณะของไลฟ์จะถ่ายทอดผ่าน SHOWROOM

"ฉันน่ะ ไม่ค่อยชอบอะไรธรรมดาๆค่ะ อยากทำอะไรที่มันแตกต่าง พอคิดอะไรหลายๆอย่างแล้วไม่มีผู้เข้าชมดีกว่า อย่างเวลาไปออกรายการเพลง ก็มีแฟนๆบอกว่า "หาไม่ค่อยเจอเลย" แต่คราวนี้จะถ่ายฉันเต็มๆ ก็คงจะได้สนุกเต็มที่ ตอนที่ประกาศว่าจะไม่มีผู้เข้าชมก็มีคนถามเหมือนกันว่า "ทำไมถึงไม่ให้คนเข้าไปดูล่ะ" เรื่องนั้นมันมีที่มาค่ะ คือหลังจากไลฟ์วันที่ 6 เดือน 1 แล้ว ตอนที่ฉันได้เล่นโซโล่ไลฟ์ต่อหน้าคนดูจริงๆ ตัวฉันเองก็คงจะยินดีมากขึ้นไปอีก ฉันอยากเห็นภาพแบบนั้นค่ะ"

ทั้งกับวง และกับตัวเอง เธอผ่อนคลายมากกว่าแต่ก่อน จูรินะผู้ที่อธิบายนิสัยของตัวเองว่า "ใจร้อน" ตอนนี้กำลังคิดถึงอาชีพในอนาคตอยู่

"หลังจบการศึกษาจากวง ฉันก็อยากเป็นศิลปินที่ได้ร้องได้เต้นต่อไป ฉันเข้ามาในวงการเพราะชื่นชอบอามุโระ นามิเอะซังกับโคดะ คุมิซัง แล้วก็สักวัน อยากทำสิ่งที่ตัวเองยังไม่เคยทำ คือการเป็นโปรดิวเซอร์ที่เจ๋งกว่าซาชิฮาร่า ริโนะซังค่ะ ต่อให้จบการศึกษาแล้ว ก็คิดว่าดอกไม้จะเบ่งบานเพิ่มอีกค่ะ"

แผ่นหลังของมัตสึอิ จูรินะผู้ที่ออกวิ่งในฐานะไอดอลมาตั้งแต่อายุ 11 ปี ขณะนี้ดูเบา(ภาระ)ลงกว่าแต่ก่อน ดังนั้นต่อจากนี้ เธอต้องกระโดดได้สูงขึ้นอีกเป็นแน่

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

[สเตจจบการศึกษา] จดหมายจากจิคาโกะถึงเรียวฮะ



ถึง เรียวฮะซัง

คิตากาว่า เรียวฮะที่ฉันได้ใช้เวลาอยู่ด้วยนั้นเป็นคนที่เต็มไปด้วยความใจดีค่ะ

คำพูดที่เรียวฮะซังเคยพูดไว้ เธอพูดว่า "จนถึงตอนนี้ที่ได้ทำงานมาก็มีช่วงเวลาที่เจ็บปวด ฉันไม่อยากให้เมมเบอร์คนอื่นต้องมาเจอกับความเจ็บปวดแบบที่ฉันเคยเจอ"

ด้วยคำพูดนั้น อย่างเวลาที่เธอเห็นเมมเบอร์รู้สึกประหม่าเพราะติดเซมบัตสึครั้งแรก เธอก็เป็นคนแรกที่เข้าไปถามไถ่ แล้วก็เข้าไปกอด

ตอนที่ฉันได้เลื่อนขึ้นทีม S ก็ด้วย ช่วงที่ฉันอยู่คนเดียวในทีมที่ไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียวฮะซังก็เข้ามาคุยด้วย ทำให้สบายใจขึ้นทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนขึ้อายแท้ๆ

ตอนแรกฉันคิดว่า "ทำไมถึงได้เซ้าซี้ขนาดนี้นะ" แต่มาคิดดูตอนนี้ ที่ทำไปก็เพื่อจิกะนั่นเอง จิกะที่ทึ่มๆคนนั้นตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะ

ถ้ามีคนที่กำลังหนักใจอยู่ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยแม้ต้องเสียสละตัวเอง เรียวฮะซังน่ะใจดีมากๆจนล้นเกินเลย

แต่ว่าไม่ใช่แค่ใจดีนะ เรื่องที่ฉันโดนดุก็มีบ่อย ถ้าบ่นออกมาแม้แต่นิดเดียวก็จะโดนดุหนักมาก รู้สึกว่าทะเลาะกันก็มี แต่ก็เป็นฉันที่อารมณ์เสียเองตลอดเลย เรื่องพวกนั้นต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบากนะ

น่าแปลกที่ฉันจำไม่ได้เลยว่าทำไมเราถึงสนิทกัน เมื่อไหร่ที่เราเริ่มไปค้างบ้านกัน เริ่มไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ข้างๆกันตรงนี้ กลายเป็นคนที่อยู่ข้างๆกันเสมอ

ตอนแรกเราเป็นเด็กๆในทีมด้วยกัน วันๆก็เล่นสนุกโหวกเหวกโวยวายตามประสา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้เป็นลีดเดอร์กับรองลีดเดอร์ของทีม

ถ้าเป็นคนที่เคยเห็นเราตอนเริ่มแรกคงคิดไม่ถึงแน่ๆ เราเคยสบายมากๆเพราะมีพวกรุ่นพี่อยู่ เพราะงั้นพอถึงเวลาที่เราต้องมาอยู่ในฐานะคนคอยสรุปภาพรวมให้ทุกคนแล้วเราไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง เรื่องที่จะสอนรุ่นน้องก็ไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ เราเลยได้คุยกันเรื่องทีมเยอะมาก

เพราะเรียวฮะซังน่ะใจดีมากๆ เลยไม่ใช่คนประเภทที่จะพูดสรุปด้วยคำพูดที่เข้มงวด แต่เธอจะสรุปให้ทุกคน ทีละคนๆด้วยความรัก พวกเรารุ่นน้องคอยมองแผ่นหลังนั้นอย่างดีเลย

พอมองย้อนกลับไปในช่วงที่เรียวฮะซังลำบากมากที่สุดในฐานะลีดเดอร์ จิกะเองช่วยอะไรไม่ได้เลย ทั้งการรับฟังเรื่องของเรียวฮะซัง ทั้งเรื่องที่อยู่ข้างๆเวลาที่ลำบาก ทั้งเวลาที่หนักใจฉันก็ไม่สามารถให้คำปรึกษาอะไรได้เลย

เพราะในทีมมีรุ่นพี่น้อย รุ่นพี่ที่จะปรึกษาด้วยได้ก็มีน้อย พอคิดว่าเธอต้องรับภาระคนเดียวมากมาย ฉันก็รู้สึกผิดมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ความกดดันของลีดเดอร์แต่ยังมีความกดดันในฐานะเอซและเซนเตอร์ด้วย ไหนจะเป็น MC ในรายการต่างๆ เธอต้องแบกรับความกดดันมากมาย ถึงอย่างนั้นเรียวฮะซังก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ทั้งรุ่นน้องและฉันเห็นเลย ทั้งๆที่เข้ามาเป็นไอดอลเพราะชอบไอดอล แต่พอได้เป็นแล้วกลับมีเรื่องที่ยากลำบากมากกว่าเรื่องสนุกๆ

คนที่อยู่ข้างหน้าก็มีเรื่องที่กังวลสำหรับคนที่อยู่ข้างหน้า คนที่อยู่ข้างหลังก็มีเรื่องที่กังวลสำหรับคนที่อยู่ข้างหลัง ไม่มีใครหรอกที่ไม่มีเรื่องให้กังวล

ไม่ว่าใครก็มุ่งที่จะก้าวขึ้นไปให้สูงขึ้น ความกังวลจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ทุกคนยอมรับ ไม่ได้มีเฉพาะคำพูดดีๆ คำพูดที่ทำให้เสียใจก็มีเยอะ

เธอรับมันมาด้วยใจทีละอย่างๆ เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่าเรียวฮะซังน่ะผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ แต่ว่าเรื่องนี้ฉันว่าแฟนๆของเรียวฮะซังแล้วก็ตัวเรียวฮะซังเองรู้ดีที่สุด

ฉันมีความสุขจริงๆที่ได้ทำงานในฐานะทีม S อยู่ทีมเดียวกันมาตลอด แม้ว่าได้แค่นั้นจะสุดยอดแล้วก็ตาม แต่ถ้าให้พูด ฉันอยากให้เราติดเซมบัตสึ SKE48 ด้วยกันนะ

เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด สำหรับจิกะแล้ว เรียวฮะซังที่ทำงานในฐานะเซมบัตสึน่ะเจิดจ้ามากๆเลย

ฉันพยายามด้วยความคิดว่าสักวันตัวเองจะได้ไปอยู่ที่จุดนั้นบ้าง จนในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่จิกะทำได้แล้ว แต่ในบรรดาเมมเบอร์ที่ได้ร้องซิงเกิ้ลนั้นกลับไม่มีเรียวฮะซังอยู่ด้วย

คำพูดที่พูดในตอนนั้นว่า "จนกว่าเรียวฮะจะกลับมาติดเซมบัตสึ ช่วยเป็นเซมบัตสึต่อไปด้วยนะ" ฉันเชื่อนะ ทั้งๆที่ฉันเชื่อคำๆนั้นแท้ๆ พอฉันพูดว่าเรามาติดเซมบัตสึด้วยกันเถอะ เธอก็ยังตอบอยู่เลยว่า "งั้นก็เป็น(เซมบัตสึ)ต่อไปสิ"

ถ้าฉันติดเซมบัตสึในเพลงที่แล้ว เพลง "Stand by you" ล่ะก็นะ...ถึงแม้ตอนนี้มันจะสายไปแล้วที่จะมาเสียดาย แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังเสียดาย

จิกะมักจะใช้เวลานานเกินไปเสมอกว่าจะทำความฝันให้เป็นจริงได้ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจทำให้ความฝันที่ "ชิปเปอร์" (Zipper ชื่อคู่หูจิกะเรียวฮะ) จะติดเซมบัตสึด้วยกันเป็นจริงได้

มันเหงาจริงๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหงา แม้ว่าต่อจากนี้จะยังได้เจอกันอยู่ แต่มันก็เหงาอยู่ดี

พอคิดว่าเดือนหน้าคนที่อยู่ด้วยกันมาร่วมๆ 6 ปีจะไม่อยู่ด้วยแล้ว มันก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่

เรียวฮะซังน่ะเป็นลีดเดอร์ที่เอาใจใส่เมมเบอร์ทุกๆคนมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยล่ะ เป็นคนที่รักทีมมากกว่าใคร ฉันคิดว่าเรียวฮะซังเป็นลีดเดอร์ที่ใจดีที่สุดในโลก

จากนี้ไป ฉันก็อยากจะจับมือเดินข้างๆกันแม้เราจะแก่จนเป็นป้าหน้าย่นก็ตาม

เรียวฮะซัง 7 ปีที่ผ่านมาพยายามมาได้ดีมากเลย จากนี้ก็ขอให้คิดถึงตัวเองมากๆให้เท่ากับที่คอยคิดถึงคนรอบข้าง ให้เท่ากับที่อดทนมาตลอดนะ ถึงตาเรียวฮะซังจะมีความสุขมากๆบ้างแล้ว

ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ มากจนไม่ว่าจะพูดขอบคุณกี่ครั้งก็ไม่พอ

สำหรับจิกะแล้ว เรียวฮะซังเป็นคนที่ฉันอยากให้มีความสุขมากที่สุดในโลก

ไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เรียวฮะซังเป็นคู่หูของจิกะล่ะ

ยินดีด้วยที่จบการศึกษาอีกครั้งนะ

จากผู้ที่รักเรียวฮะซังมากจนถึงขั้นหึงหวง มัตสึโมโต้ จิคาโกะ


วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

[แปล]รวบรวมบล็อกที่พูดถึงการจบการศึกษาของยูนานะ

บล็อกมินารุน

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12439712615.html

การประกาศของยูนะ. โอบะ มินะ.

สวัสดีค่ะ SKE48 ลีดเดอร์ทีม KII โอบะ มินะค่ะ

แม้จะกะทันหัน แต่ในโคเอ็นวันนี้ยูนะก็ได้ประกาศจบการศึกษาค่ะ
ก่อนอื่นเลยก็ ยูนะ เหนื่อยหน่อยนะ

SKE48 ต่อจากนี้ไป ยังไงก็ยังต้องการยูนะ

เด็กที่มีแก่นแท้อันมั่นคงและมุ่งตรงไปข้างหน้าน่ะไม่ได้หากันได้ง่ายๆ

ยูนะมีทั้งความสามารถทั้งเซ้นส์อยู่ในตัว ทั้งเป็นธรรมชาติและมหัศจรรย์
ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ทำให้เซอร์ไพรส์และทำให้ทุกคนหลงใหล

ฉันคิดว่าตัวตนแบบนี้แหละที่จะวิ่งนำ SKE48 ต่อไปในอนาคต

แต่ดูเหมือนว่าตัวยูนะเองจะเจอความฝันใหม่แล้ว

การจบการศึกษามันเหงาจริงๆ
ไม่อยากจะเชื่อเลย
ความรู้สึกที่ห่างไกลกัน
ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ
เพราะมันเศร้ามากๆ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้

แต่ว่า การจบการศึกษาน่ะไม่ใช่เรื่องแย่นะ

ที่บอกว่าอยากให้เด็กที่เราชอบได้ทำนู่นทำนี่
ให้ได้พบความฝันที่งดงามน่ะ

ถึงจะเป็นเรื่องที่ทำใจยากแต่ก็อยากให้คอยผลักดันข้างหลังเขาให้ดี

เพราะฉันเองเรื่องจบการศึกษาก็อยู่ไม่ไกลแล้ว
ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกอยากสนับสนุน

ทั้งคาโอตันและยูนะกำลังจะออกเดินทางไป
แม้ว่าไม่มี 2 คนนี้แล้วจะเศร้ามากๆก็ตาม
แต่ฉันคิดว่าการก้าวออกไปในสิ่งใหม่ๆนั้นเป็นเรื่องที่เท่จริงๆ

ถึงจะเหลือเวลาในการเป็นไอดอลน้อยแล้ว
แต่ก็หวังว่าจะได้สร้างความทรงจำดีๆเพื่อยูนะเยอะๆ...

เหนือสิ่งอื่นใด
ขอให้ยูนะสนุกและมีความสุขด้วยเถอะ

มินารุน

--------------------------------------------------

บล็อกชูริ

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12440161504.html

ทาคายานางิ อากาเนะ ไอดอลกับอนาคต

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นท์และไลค์นะคะ

เพราะมันกะทันหัน
ฉันพลาดเรื่องนี้ไป
ก็เลยจะมาพูดถึงเรื่องนี้ค่ะ

ฉันไม่ได้ขึ้นแสดงโคเอ็น
ก็เลยรู้เรื่องช้าไปหน่อย

การจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะจัง

ตอนที่ได้ยินจากเมมเบอร์
ก็เผลอร้อง เอ๋!!? ออกมาโดยไม่รู้ตัว

จังหวะนี้อ่ะนะ!!

ถึงจะเป็นเรื่องที่พูดในบทสัมภาษณ์ไปไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้วก็เถอะ

ตอนที่ SKE48 อยู่ในวิกฤติ
เธอเป็นเด็กที่โผล่ขึ้นมาอย่างสง่างาม เป็นคนที่นำเรื่องดีๆมาสู่ SKE48 มากมาย

ด้วยตัวตนของคนๆหนึ่ง
ด้วยพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่อะไรๆมันเปลี่ยนไป
แต่ฉันก็ได้เห็นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

เพราะเธอไม่ใช่ประเภทที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเท่าไหร่
ทั้งเรื่องที่เจ็บใจ เรื่องที่ลำบาก
คงจะมีอะไรหลายอย่าง

เธอเป็นประเภทที่หาได้ยากใน SKE48
เป็นแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

รู้สึกเหมือน SKE48 ได้รับแสงอันเจิดจ้า

เธอเป็นเด็กมหัศจรรย์ค่ะ

เธอจะเป็นคนสร้างอนาคต ฉันจมอยู่กับความคิดนั้นโดยไม่ได้รู้เลย
ความคิดที่ว่า "(เธอจะ)จบการศึกษาไปก่อนฉันเองอีก"
มันไม่ได้อยู่ในหัวฉันเลยสักนิด

เรื่องนี้ ฉันไม่ได้พูดถึงยูนะคนเดียวนะ
คือมันเศร้ามากที่ฉันต้องเป็นคนมาอำลาส่งรุ่นน้องน่ะ

สักวันฉันอยากให้เธอมาอำลาส่งฉัน

แล้วก็อยากให้เธอปกป้องอนาคตของ SKE48 ให้ดี
อยากให้เธอสร้างมันขึ้นมา

ฉันอยากเห็นเธอในแบบนั้น
ไม่ว่ายังไง นี่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

แต่ว่ายูนะน่ะ
เป็นไอดอลแบบที่ซื่อตรงต่อตัวเอง ไม่มีบิดพลิ้ว
เป็นไอดอลที่ทำให้คนหลงใหล

คงจะทำให้ใครหลายคนซาบซึ้งจับใจ
พลางคิดไปว่า(เธอ)จะไม่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะสร้างอะไรบางอย่างให้กับ SKE48 อีกแล้วงั้นเหรอ

แต่บางทีเธออาจเป็นไปแล้วก็ได้

ที่จริง ฉันก็ชอบของแฮนด์เมดนะ
เราชอบเรื่องนี้เหมือนกัน เลยได้ไปร้านขายอุปกรณ์ด้วยกัน 2 คน
ได้เดินดูของนู่นนี่ ซื้ออะไรมาตั้งหลายอย่าง
เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ

ฉันชอบของที่ยูนะทำจริงๆน้า

แม้จะเหลืออีกแค่เดือนนิดๆ
แต่ถ้าได้ไปซื้อของด้วยกันอีกก็คงดีนะ

แล้วก็จนกว่าโอบาตะ ยูนะที่เป็นไอดอลจะถึงท้ายที่สุด
ฉันจะคอยเฝ้ามองเธอเป็นอย่างดีเลยค่ะ


--------------------------------------------------

บล็อกคาโอตัน

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213233927478

ยูนานะ

ยูนะที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์นี่สุดยอดจริงๆ

แน่นอนว่านอกเหนือไปกว่านั้นก็คือความพยายาม

อย่างฉันเนี่ย
ไม่ได้เกิดมาพร้อมอะไรแบบนั้น
ฉันมันเป็นพวกดิ้นรนหาทางทำอะไรสักอย่างแล้วก็เกาะมันไว้ให้แน่น
เพราะงั้นกับเด็กที่มีพร้อมอยู่แล้วเนี่ย
ฉันก็ยังอิจฉาอยู่นะ (หัวเราะ)

เซนเตอร์เดี่ยวน่ะ
ต่อจากจูรินะซังกับเรนะซัง
เธอเป็นคนที่ 3

ตั้งแต่ตอนที่เรนะซังจบการศึกษาเป็นต้นมา
ยูนะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ SKE เลย

ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อมองกลับไปแล้ว
10 ปีที่ผ่านมา เรามีเซนเตอร์เดี่ยวแค่ 3 คนเอง
ฉันว่ามันเป็นปัญหาทางโครงสร้างอยู่เหมือนกันนะ (หัวเราะ)

ทั้ง Igai ni mango และ Muishiki no iro
เป็นเพลงที่ดีมากๆ
การที่ยูนะเป็นเซนเตอร์
ทำให้อนาคตของ SKE มุ่งไปในทางที่สดใหม่และสดใส

เธอได้สร้างทางเส้นนั้นขึ้นมา

เพราะยูนานะไม่เคยปริปากบ่น สีหน้าก็ไม่แสดงออก
ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกหนักใจ ข้องใจ หรือกดดันอะไรหรือเปล่า

เธอยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับสายตาของรุ่นพี่อันเฉียบคมที่มองอยู่ด้านหลัง
เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่า ยูนะเป็นรุ่นน้องที่พึ่งพาได้จริงๆ

เพราะงั้น
ตอนที่ฉันคิดจะเล่น Fukyowaon
ฉันก็คิดทันทีเลยว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเป็นเซนเตอร์ แล้วก็เลยขอไป

ยูนะกับราระกับเรียวฮะ

ทั้ง 3 คนคือคนที่ฉันอยากให้รับหน้าที่สำคัญในเพลงนี้

นี่น่ะ สำหรับฉันมันเดือดมากเลยนะ (หัวเราะ)

ขอบคุณที่มอบสิ่งนี้ไว้ให้
ประกาศจบการศึกษาก็เหนื่อยหน่อยนะ

ที่จริงแล้วสเตจนี้จะต้องเป็นสเตจวันเกิดของฉัน
แต่เพราะฉันข้อเท้าพลิก ก็เลยต้องเลื่อนออกไป กลายเป็นสเตจปกติแทน

เพราะคิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสดูสเตจ KII ในฐานะคนดูมากเท่าไหร่
พอมีโอกาสก็เลยคิดว่าไปดูที่เธียเตอร์ดีกว่า
แล้วก็มีประกาศจบการศึกษา

ฉันว่าถ้ามันเป็นสเตจวันเกิดของฉันล่ะก็ เธอคงไม่ได้ประกาศ
ก็เลยรู้สึกว่าดีแล้วที่เธอสามารถประกาศได้เร็วขึ้น แม้นิดนึงก็ยังดี

อันที่จริง ยังไงเธอก็ยังเป็นคนที่ SKE จำเป็นต้องมีอยู่
ฉันไม่อยากให้จบการศึกษาเลย
แต่ยูนะบอกว่าได้เป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วและได้เจอเป้าหมายใหม่แล้ว
เมื่อเห็นแบบนั้น ก็คิดว่าคงเปล่าประโยชน์ที่จะหยุดมัน

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากด้วยนะ

แผ่นหลังที่สุดเท่นั้นจะทำให้คนหลงใหลจนถึงท้ายที่สุดเลยแหละ

คาโอตัน


--------------------------------------------------

บล็อกราระ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190212222720262

สิ่งที่คิดในตอนนี้

วันนี้ยูนานะประกาศจบการศึกษาล่ะค่ะ

ยูนานะที่ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเดินไปข้างหน้า ขัดกับท่าทางภายนอกนั้น
มันเท่มากเหมือนกันนะ

ฉันว่ามันเป็นการลาจากที่เบาบางเหมือนสายลมอยู่นะ

แฟนๆทุกคนเองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
เพราะคิดว่ายังไงยูนานะก็คงอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง

ตอนที่ได้ข่าวก็ตกใจมากเลยล่ะ

ทำไมกัน?
เพราะอะไร?

ความรู้สึกแบบนั้นมันรุนแรงมาก

น้ำตามันไหลไม่หยุด
รู้สึกเหมือนในใจฉันมันมีรูโหว่

ยูราระ

เราถูกเรียกแบบนั้นบ่อยๆ

ตอนที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นดับเบิ้ลเซนเตอร์น่ะ
ฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากๆเลย
ความรู้สึกที่ไม่อยากยอมแพ้มันแรงกล้ามาก

เธอเป็นคนๆเดียวที่ทำให้ความรู้สึกนั้นส่องสว่างในใจฉัน การที่ยูนานะจะจบการศึกษามันทำให้ฉันเศร้ามาก คิดไม่ถึงเลยล่ะ

แม้แต่ตอนนี้ที่รู้เรื่อง(จบการศึกษา)แล้ว ฉันก็ยังคิดอยู่เลยว่าอยากจะพยายามไปด้วยกันสองคนให้มากขึ้นกว่านี้

ตัวฉันคนเดียวไม่อาจตั้งเป้าที่ตรงนั้นได้หรอก

แต่ถ้าเป็นเราสองคนก็อาจจะทำได้

ฉันรู้สึกแบบนั้น

แต่ว่า ยูนะกำลังจะมุ่งไปในทางที่ยูนะคิด

เพราะงั้น ราระเองก็จะมุ่งไปในทางที่ตัวเองคิดเหมือนกัน

ตอนนี้ตัดสินใจแล้วล่ะ

ถึงจะพูดแบบนั้น
เส้นทางที่ตัวฉันเองคิดมันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่หรอก

แต่ฉันจะมุ่งไปโดย
ไม่ลืมที่จะเป็นตัวของตัวเอง
ไม่ลืมที่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
ไม่ลืมความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ
ไม่ลืมที่จะคิดลงไปลึกๆไม่ใช่คิดอะไรตื้นๆ

ฉันมองเห็นหนทางท่ามกลางหมอกหนานี้ได้ไกลขึ้นอีกนิดนึงแล้วรึเปล่านะ

ฉันคิด

สำหรับฉัน คนที่มีตัวตนเหมือนยูนะน่ะ
นอกจากยูนะก็คงไม่มีอีกแล้ว
รู้สึกว่าต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว

เธอเป็นคนที่สำคัญกับฉันมากๆขนาดนั้นเลยล่ะ

เพราะงั้น
ไม่ว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเปล่งประกายในทางที่เลือกแล้วให้ได้

ฉันคิดอย่างนั้นแหละ

--------------------------------------------------

บล็อกไอริ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213212113836

เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ มิซุโนะ ไอริ

[เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ]

ฉันอาจจะไม่มีความสามารถเรื่องคำศัพท์เท่าไหร่แต่ฉันจะเขียนเพื่อสื่อถึงทุกคนให้ดีที่สุดค่ะ

ฉันรู้มานานแล้วว่ายูนะจะจบการศึกษา

เพราะตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์ในการประกาศจบการศึกษาเลยไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงแต่คิดว่าคงต้องมีความกล้ามากๆ

ฉันคิดว่ายูนานะได้ทำหน้าที่ในฐานะไอดอลต่อหน้าแฟนๆได้สมบูรณ์ 100% เลยล่ะ

ฉันจะพูดแค่ตรงนี้นะคะ ตอนช่วงประมาณ Igai ni mango ที่ยูนะแจ้งเกิด  ตอนที่ยูนะคิดเรื่องสปีชที่จะพูดนั้น

เธอคงมีเรื่องที่หนักใจ เรื่องแย่ๆอยู่มากมายแน่ๆ แต่การถูกเลือกให้เป็นเซนเตอร์ Mango แล้วจะบอกว่ารู้สึกแย่ ก็กลัวว่าถ้าพูดไปจะถูกคนต่อว่า
เธอเลยไม่ส่งเสียงใดๆ เรื่องนั้นฉันมองเห็นอยู่นะ

ในขณะที่ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์ในตอนนั้น ก็มีความคับข้องใจที่กดดันอยู่โดยพวกเราไม่ได้รู้สึกถึง

ฉันน่าจะให้กำลังใจเธอได้มากกว่านั้นนะ มาคิดได้เอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
ยูนานะน่ะ ไม่ว่าจะมีอะไร เธอก็สามารถยืนบนเวทีด้วยรอยยิ้มได้

ตัวฉันน่ะ ถ้ามีเรื่องที่ไม่ชอบก็จะออกมาทางสีหน้า จะพูดออกมาเลย แต่ยูนะน่ะเป็นภาพสะท้อนของไอดอลที่แท้จริง

ช่วงนี้โอโนะ (ชื่อเรียกคู่หูยูนานะกับไอริ) ก็เริ่มมีงานเพิ่มขึ้น

ตอนที่ถ่ายกราเวียร์โอโนะลงใน BUBKA

ตอนที่ทำงานก่อนหน้านั้นก็เหมือนจะเคยพูดไปว่าอยากให้มีงานของโอโนะบ้าง

เป็นเพราะยูนะ ก็เลยได้ถ่ายงานของนิตยสารนี้รึเปล่านะ? ฉันดีใจมากจริงๆ

เพราะมีงานอดิเรกเหมือนกับยูนะ เราก็เลยสนิทกัน

ไม่คิดว่าจะได้รับงาน ได้เล่นด้วยกันทุกวันผ่านการเป็นคู่หูโอโนะแบบนี้

บอกตามตรง มิซุโนะเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับการที่จะไม่มีเพื่อนรักที่สนิทกันอยู่ด้วยแล้ว มันรู้สึกเหงามากๆเลยล่ะ
ยูนะจบการศึกษาน่ะเป็นเรื่องดีมากนะ
เธอบอกว่าเป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วสินะ
มันเท่มากๆเลยไม่ใช่เหรอ

ตัวฉันเองยังห่างชั้นกับยูนะ ยังเอื้อมไม่ถึงก็จริงอยู่ แต่ฉันอยากจะใช้ชีวิตแบบนั้นล่ะ!
ความคิดนี้มันแรงกล้ามาก
พอได้ฟังคำพูดของยูนะแล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมาเลย

จากนี้ก็จะพูดถึงมิซุโนะบ้าง
แล้วรูโหว่ของยูนะนี้ถมให้เต็มยังไง? มีแฟนๆเขียนแบบนั้น

ความเห็นของมิซุโนะคือ รูโหว่อะไรนั่นไม่มีหรอกค่ะ
ด้วยตัวตนเพียงหนึ่งเดียวของยูนะกับความพยายามของเด็กคนนี้ มันถึงออกมาเป็นแบบในตอนนี้ ไม่ว่าใครก็มาแทนยูนานะไม่ได้

แต่ที่ทำได้ก็คือเรื่องที่พูดว่าตั้งเป้าที่จะเซมบัตสึกับเป็นเซนเตอร์ค่ะ

ตอนเริ่มแรกฉันพูดอยู่บ่อยๆว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อจะกำลังสำคัญให้ SKE48 ให้ได้

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฉันเริ่มไม่ได้พูดถึงมัน

งั้นฉันจะพูดเป้าหมายนั้นอีกครั้งค่ะ

ฉันอยากเป็นเซมบัตสึและเป็นเซนเตอร์ของ SKE48 ค่ะ

จะพยายามเต็มที่โดยไม่ลืมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในตอนนั้น

ฉันจะพูดถึงสเตจก่อนหน้านี้สักหน่อยแล้วกันนะคะ

ไอดอลน่ะ ไม่รู้ว่าตอนจบจะมาถึงเมื่อไหร่

ในขณะที่ไอดอลเปล่งประกายอยู่ก็อยากให้สนับสนุนเต็มที่โดยไม่มารู้สึกเสียใจภายหลัง ฉันคิดอย่างนั้นค่ะ

ชีวิตไอดอลของยูนะจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือน 3
จนกว่าจะถึงท้ายที่สุดก็อยากเชียร์ยูนะให้เต็มที่
ขอฝากให้แฟนๆสนับสนุนยูนะเป็นอย่างดีด้วยนะคะ

ถึงจะเลิกไปแต่เราก็เป็นเพื่อนกันตลอดไป

โอโนะน่ะไม่มีวันตาย

รักเธอนะ

จาก มิซุโนะ ไอริ



--------------------------------------------------

บล็อกยูกิ


[ยูนะ] อาราอิ ยูกิ 82

อาราอิ ยูกิค่ะ!
Ameblog ครั้งที่ 82

สวัสดีค่ะตอนเย็น!
เมื่อวานไม่มีเวลาก็เลยไม่ได้โพสต์บล็อก

เขียนเสร็จแล้วก็เลยจะโพสต์ล่ะค่ะ
ถ้าโพสต์เร็วกว่านี้หน่อยก็คงดี

เมื่อวานมีสเตจ KII ค่ะ
แล้วก็มีการประกาศจบการศึกษาของยูนะ

ยูน้าาาา

ยูนะบอกฉันแล้วก่อนหน้านี้
ถึงจะมีเวลาทำใจสักพักแล้ว แต่ตอนที่ประกาศก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่ดี

อยากให้มันเป็นเรื่องโกหกจัง

การได้เห็นท่าทางที่แสดงอย่างเต็มที่บนเวที
ได้เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นเต็มที่กับการทำงานนี้
จะเลิกจริงๆงั้นเหรอ??
ฉันคิดอย่างนั้นวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบ

แต่ว่านั่นคือจุดที่ดีของยูนะล่ะ
เต็มที่จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด เท่มากเลย

ถึงจะมองดูน่ารัก
แต่ภายในน่ะบ้าบิ่นน่าดู

ยิ่งได้รู้จักยูนะมากขึ้น
ความรู้สึกนับถือมันก็ยิ่งท่วมท้น

เด็กที่ลงตัวพอดีแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆนะ!
เป็นไอดอลที่สุดยอดเลยล่ะ
รักนะ

จบการศึกษาแล้วก็มาเป็นเพื่อนกันเนอะ

จาก ยูกิ


--------------------------------------------------

บล็อกยูซึกิ


(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

แล้วก็ตอนจบของสเตจวันนี้ ก็มีประกาศจบการศึกษาจากยูนะล่ะ!

ร้องไม่ได้นะ แม้ฉันบอกตัวเองแบบนั้น
แต่คิดแบบนั้นไปก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉันก็ร้องอยู่ดี ฮ่าๆๆ

ทุกคนบอกฉันว่านึกว่าจะร้องหนักกว่านี้ซะอีก
แต่ก็คิดว่า จะมาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้าตัวที่ประกาศได้ไง
ก็เลยพยายามกลั้นไว้
แต่ก็กลั้นไม่ได้เลยซักนิด

การที่ยูนะมีความฝันใหม่เนี่ยเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ
แน่นอนว่าฉันจะคอยสนับสนุน

จากนี้ต่อไปฉันจะทำแบบนั้นล่ะ
ยูนะที่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับฮิดากะน่ะ 
ทั้งเปล่งประกายแล้วก็น่ารักมากๆ

คนที่สนิทด้วยรอบตัวฉันจะจบการศึกษาไปอีก 1 คนแล้ว
พูดตามตรง มันก็เจ็บปวด
แต่พอคิดว่า
ถ้าผ่านมันไปได้ จะได้เห็นอะไรเพิ่มอีกมั้ยนะ
เพราะงั้นฉันจะทะนุถนอมทุกๆวันที่เหลืออยู่

เพราะคิดว่าถึงจะจบการศึกษาไปก็ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์เราจะจบลงไปด้วยซะหน่อย
ก็เลยไม่กังวลอะไร

จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด
ฉันอยากเป็นคนที่ยูนะจะฝากใจไว้ ทำให้เธอสบายใจได้

ฉันกินบราวนี่ที่ยูนะทำให้ระหว่างทางกลับบ้าน
อร่อยมากๆเลยล่ะ

ขอบคุณนะ!
ที่ประกาศไปก็ เหนื่อยหน่อยนะ

(รูป: ถึงจะใส่ฟิลเตอร์แต่ฮิดากะก็ตาแดงมากเลย)

ทุกคนที่คอยสนับสนุนเอง
ก็คงจะสะเทือนใจกันอยู่
ค่อยๆ มุ่งไปข้างหน้าไปด้วยกันเนอะ
ยังไงทางข้างหน้าก็ยังอีกยาวไกล

งั้นก็

ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ

แผนที่จะไปเที่ยวกับยูนะ
ขอให้ได้ไปเร็วๆด้วยเถอะ

by ยูซึกิ


--------------------------------------------------

บล็อกคุมะ


ยูนะจิ

การประกาศจบการศึกษาของยูนานะ
ไม่ว่ายังไงพอได้เห็นท่าทางตอนประกาศ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา

เหงาจริงๆ

ได้รอยยิ้มของยูนานะช่วยเยียวยามาตั้งเท่าไหร่...

คุมะจิกับยูนะจิ
พอคิดว่าจะไม่ได้เรียกกันแบบนี้เหมือนปกติแล้วก็อดรู้สึกเหงาไม่ได้

ต่อจากนี้แน่นอนว่า ถึงจะจบการศึกษาไปแล้วก็ยังเจอกันได้
แต่ไม่ว่ายังไงก็เหงาอยู่ดี...

แต่ว่า การตัดสินใจเดินไปในเส้นทางใหม่ของตัวเองเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ไม่ใช่ง่ายเลย...

เพราะงั้น ฉันสนับสนุนความรู้สึกของยูนะจินะ

ไอดอลที่ชื่อว่าโอบาตะ ยูนะน่ะ สุดยอดจริงๆ

ไอดอลน่ะ แม้จะจบการศึกษา
แต่พวกเธอจะยังคงต้องเปล่งประกายต่อไปแน่ๆ

เรื่องนี้แฟนๆทุกคนก็คงจะรู้ดีอยู่

ระยะเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา

มาสร้างความทรงจำกับยูนะจิเยอะๆกันเถอะ!

ยูนะจิ รักนะ!

--------------------------------------------------

บล็อกรันรัน


เรื่องยินดีกับเรื่องเหงาๆ ยูนาน้าาา
(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

สวัสดีตอนเย็นค่ะ
รันรัน ยามาอุจิ สุซุรันค่ะ

ก่อนอื่น..

การประกาศจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะ

ยูนาน้าาาา...เหงาชะมัด

ยูนานะที่พูดว่าชอบสุซุรันซังมาตลอดเลยค่ะ
เพราะอยู่กันคนละทีมเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันเท่าไหร่
พอเวลาเจอกันก็คิดว่าอยากจะคุยด้วยจังนะ
แต่เพราะนิสัยขี้อายนิดๆของฉัน ทำให้ตื่นเต้น
ก็เลยพูดไม่ออกบ่อยๆ
พอมีประกาศ ช่วงเวลาแบบนั้นเป็นอะไรที่ฉันรู้สึกเสียดายมาตลอดเลย...

เพราะงั้นเลยอยากอยู่ข้างๆยูนานะให้ใกล้ขึ้นอีก
อยากสนิทกันจังเลยน้า

เป็นคนเดียว ที่พูดว่าชอบฉัน
เป็นรุ่นน้องคนสำคัญเลยล่ะ...ร้องไห้

รุ่นน้องที่บอกว่าชอบฉันน่ะ
ล้ำค่ามากจริงๆล่ะ!!! ร้องไห้

ยูนานะ
ยินดีด้วยที่ประกาศจบการศึกษา
ฉันคิดว่า มันคงเป็นผลที่ออกมาจากความหนักใจมากๆ
ฉันเองก็เคยคิดกลับไปกลับมาเหมือนกัน
ตั้งกี่ครั้งที่อยากจบการศึกษา...ไม่จบดีกว่า...
การตัดสินใจครั้งนี้ คงเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่

แล้วเธอก็เพิ่งจะ 17 เองนี่นะ
เรื่องที่อยากทำ เรื่องที่สนุกๆ อนาคตที่ยังไม่เคยเห็น
ฉันอยากให้เธอไปให้สุดเลย!!

ยูนานะ ช่วงเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา
เพราะสัญญาไว้แล้วว่า เมื่อเราเจอกันก็มาอยู่ด้วยกันเยอะๆนะ
ดังนั้นฉันจะทำให้เต็มที่เลย!! สัญญา!

อ่าาาา แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังเหงาอยู่ดี

โอชิเมมจบการศึกษา 
ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ
ถ้าตอนที่ชอบ ปล่อยเวลาผ่านไป
ไม่พยายามมาเจอ ไม่สนับสนุน ไม่ให้กำลังใจ อย่างเต็มที่
ก็จะต้องเสียดายแน่ๆ...

ฉันเองตอนที่อยากพยายาม
แต่ไม่ได้พยายามให้เต็มที่ ก็เสียดายเหมือนกัน

การจบการศึกษาของเมมเบอร์
ทำให้มีความรู้สึกที่หลากหลาย

เด็กที่น่ารักขนาดนั้นจบการศึกษา
ไม่วายังไงก็เศร้าจริงๆ แต่...
เพื่อให้ยูนานะเป็นเด็กผู้หญิงที่งดงามยิ่งๆขึ้น
ฉันจะสนับสนุนเต็มที่ๆๆ

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากตัวด้วยนะ!!!!




วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

[แปล] Ameblog ยูนานะ 2019-02-13 "ความรู้สึกของฉัน"

บล็อกยูนานะ
https://ameblo.jp/ske48official/entry-12439811663.html


ความรู้สึกของฉัน โอบาตะ ยูนะ


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และไลค์ ใน Ameblog ครั้งก่อนนะคะ

ก่อนอื่นเลย
ฉัน
โอบาตะ ยูนะจะจบการศึกษาจาก SKE48 สิ้นเดือน 3 นี้ค่ะ!!

ขอโทษด้วยที่บล็อกที่ฉันไม่ได้เขียนมานานต้องเป็นแบบนี้

คิดว่าการประกาศที่กะทันหันนี้คงทำให้หลายๆคนตกใจ
หลายๆคนคงสงสัยว่า ทำไมกันนะ? 

ถ้าให้พูดก็คงจะยาว ฉันอยากจะบอกความรู้สึกที่ฉันต้องการจะบอกเท่านั้นค่ะ

เพราะฉันพูดไม่ค่อยเก่ง ถ้าทำให้สับสนก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ก่อนอื่น
ฉันคิดเรื่องจบการศึกษาตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ

ปีที่แล้วเป็น 1 ปีที่สนุกและไม่มีเรื่องที่น่าเจ็บใจเลย

ได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์ใน Muishiki no iro
ในเลือกตั้ง ก็ได้ติดอันดับที่ 34 ซึ่งเป็นอันดับที่งดงาม...

ตั้งแต่หน้าร้อนจนถึงช่วงใบไม้ร่วงก็ได้เข้าร่วมอีเว้นท์ต่างๆมากมาย

ถึงขั้นว่า ถ้าให้พูดก็คงไม่หมด! เลยล่ะค่ะ
มีเรื่องที่น่ายินดีเต็มไปหมด

ในระหว่างนั้นก็มีความคาดหวังต่อฉัน...
เรื่องนี้น่ะ

เป็นเรื่องที่ฉันดีใจมากเลยค่ะ

มีคนบอกบ่อยๆว่า งานจับมือก็รออยู่นะ

แต่ว่า
ในระหว่างนั้น

พอมีคนถามว่า เป้าหมายใหม่ที่อยากทำต่อไปคืออะไรเหรอ?

ตัวฉันที่ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้

ตัวฉันที่คิดว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะไอดอลอย่างสมบูรณ์แล้ว

ไอดอลที่จริงแล้วเป็นยังไงกันนะ? ตัวฉันเองรู้ดีที่สุดค่ะ

ฉันเข้าใจดีว่า
เราควรตั้งเป้าให้สูงขึ้น
เราจะยังพอใจที่ตรงนี้ไม่ได้

เพราะงั้น

ฉันคิดว่าการจะเป็นไอดอลด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆมันไม่ถูกต้องค่ะ

รอบตัวฉันก็มีเมมเบอร์ที่อยากทำอะไรต่างๆมากขึ้น อยากเป็นแบบนั้นแบบนี้มากขึ้น

ในระหว่างนั้น ตัวฉัน
เริ่มรู้สึกว่าการยืนอยู่ข้างหน้ามันไม่ถูกต้อง

เดิมที ตัวฉันไม่ได้รู้จักไอดอล หรือ SKE มากเท่าไหร่ เพราะคุณยายให้มาลองออดิทชั่นเลยได้เข้ามา

เริ่มทำงานด้วยความกังวล โดยที่แทบจะไม่รู้อะไรเลย

ความรู้สึกแบบว่า จะทำยังไงดีนะ? มันเต็มไปหมด

แม้จะเป็นแบบนั้นรอบตัวฉันก็มีเมมเบอร์และแฟนๆที่ร้อนแรงอยู่

วงนี้เป็นยังไงนะ?
ทำไมถึงได้ร้อนแรงกันขนาดนี้?

แต่ว่า
ในการทำงานก็เริ่มรู้สึกว่าวงนี้เป็นวงที่ดีมาก

ฉันเองก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง
และเริ่มมีเป้าหมาย...

เริ่มแรกสุดฉันแทบจะพูดไม่ได้เลย
มันคงทำให้แฟนๆรำคาญ

แต่ในขณะที่ทำงาน ฉันก็มีเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้อยู่ในใจตลอดมา

แล้วก็ ที่มักจะโดนถามบ่อยๆ คำตอบของฉันก็มีแค่

ตำแหน่ง!

อยากเป็นเซนเตอร์งั้นเหรอ?
แม้จะเป็นเรื่องที่ถูกถามบ่อยๆ 
แต่ตัวฉัน จริงๆไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่งเท่าไหร่หรอกค่ะ

แน่นอน ถ้าถามว่า อยากเป็นเซนเตอร์เหรอ? ก็ต้องอยากเป็นอยู่แล้วล่ะค่ะ

มันเป็นตำแหน่งที่ไม่ว่าใครก็อยากเป็น
ถ้าเป็นไอดอล ก็ต้องมีตำแหน่งเป็นเป้าหมายนั่นแหละ

ก่อนจะได้เป็นเซนเตอร์

ฉันซึ่งไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่ง
ก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นเซมบัตสึก่อน ด้วยเป้าหมายนั้น
ฉันก็ทำเรื่องที่อยู่ตรงหน้าไปด้วยความรู้สึกที่เป็นตัวของตัวเอง

และเมื่อวันเวลาผ่านไปฉันก็ได้ติดเซมบัตสึ Igai ni mango และได้เป็นเซนเตอร์

ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ฉันคิดว่า ฉันจะไหวมั้ยนะ?

แต่ถึงอย่างนั้น
เพราะถูกเลือกแล้ว

ฉันก็คิดว่า การที่มีเซนเตอร์แบบฉันแล้ว SKE จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็คงดีนะ

ก็เลยออกตัววิ่ง

ตัวฉันที่เดิมทีไม่มีความมั่นใจใดๆ คำพูดของทุกคนช่วยฉันไว้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่...

ต้องขอบคุณแฟนๆทุกคนจริงๆค่ะ

นั่นสิน้า
ถึงจะเขียนอะไรสะเปะสะปะไปบ้าง
แต่ก็ได้พูดอะไรที่อยากพูดล่ะ

เป้าหมายในฐานะไอดอลก็คือ
การได้ทำสิ่งต่างๆให้เป็นจริงพร้อมกับแฟนๆ
เมื่อได้รับความคาดหวังที่มากขึ้น

ฉันวิ่งมาถึงตรงนี้ด้วยความคิดว่าจะต้องพยายามไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงขึ้นให้ได้

แต่ว่า
ตัวฉันที่คิดว่าได้ทำมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้น
ความรู้สึกที่อยากจะท้าทายอะไรใหม่ๆมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น
ฉันเลยเลือกที่จะจบการศึกษา

ไม่ว่ายังไง
การทำอะไรครึ่งๆกลางๆมันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ
มันเสียมารยาทกับคนที่เค้าเอาจริงเอาจัง

แน่นอนว่า
ในฐานะไอดอล
สเตจ งานจับมือ ไม่ว่าจะทำอะไร
ฉันไม่มีทางทำด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆแน่ค่ะ ไม่มีทาง

ฉันอยากทำให้มันสมบูรณ์จนถึงท้ายที่สุด
เพราะยังอยากตอบแทนความรู้สึกขอบคุณนี้อยู่

ทั้งการแสดง ทั้งรอยยิ้ม ทั้งความร่าเริง
ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันสามารถทำได้
ฉันก็อยากจะตอบแทนในแบบของฉันค่ะ

สัญญาเลย

ถึงจะยาวไปหน่อย
แต่นี่เป็นความรู้สึกของฉันในตอนนี้ค่ะ

อย่างในงานจับมือ

ตอนที่ถูกถามถึงเป้าหมายว่า อยากทำอะไรต่อไปเหรอ?
แล้วไม่อาจตอบได้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ตอนนั้นมันเจ็บปวดมากเลยค่ะ

การไม่สามารถพูดออกมาได้ ฉันเกลียดจริงๆ

ฉันหนักใจมากที่ทำให้หลายคนสับสน

แต่เพราะมีแฟนๆที่ร้อนแรงทุกคน
ถึงมีฉันในตอนนี้

เพราะได้รับความกล้ามา
ถึงได้สังเกตเห็นความรู้สึก
ที่มันบอกว่ามุ่งไปในเส้นทางใหม่กันเถอะ
ที่มันบอกว่าอยากทำนั่นนี่

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ เพื่อจะตอบแทนให้สมกับที่ได้รับมา
โอบาตะ ยูนะ ในฐานะไอดอลที่เปล่งประกาย
จะสนุกให้เต็มที่เลยค่ะ!

มาสร้างความทรงจำด้วยกันเยอะๆเถอะค่ะ!

จนกว่าจะถึงท้ายที่สุดก็ฝากด้วยนะคะ!!

รักนะ




(yu ❛ ڡ ❛ )na

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

(91)[100%SKE48 Vol.3] แปลบทสัมภาษณ์เอโกะชูริ (เอโกะ ยูนะ x ทาคายานางิ อากาเนะ)

HEAVENLY

นี่คือความสัมพันธ์ที่ทะนุถนอมไว้โดยไม่มีใครล่วงรู้
แต่ทว่า ไม่มีใครสามารถหยุดมันลงได้อย่างแน่นอน
แฟนๆ SKE เฝ้ามองไปที่ความรักน้อยๆอย่างใจจดใจจ่อ
เพียงแค่ผลักดันข้างหลังนั้นเบาๆ
โลกใบนี้ก็มีเพียงแค่เธอสองคน



จดหมายรักที่อ้อมค้อม


- คิดว่าที่ถ่ายทำวันนี้เป็นยังไงบ้างครับ?

ชูริ: สนุกมากค่ะ! แต่ว่าใจเต้นตึกตักไม่หยุดเลย

เอโกะ: ฮุๆๆๆ...เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายใกล้กันขนาดนี้สินะคะ

ชูริ: ครั้งแรกจริงๆนั่นแหละ! ไม่สิๆ มันก็...(นั่งอยู่ไม่สุข)

- เป็นสองคนที่ยังไงก็ไม่กล้าสบตากัน

ชูริ: ไม่กล้ามองหน้ากันตรงๆเลยค่ะ แม้จะเคยไปนั่งร้านคาเฟ่ที่ชินจูกุด้วยกัน แต่ก็นั่งข้างๆกัน แบบนี้ถึงจะสบายใจได้ ถ้านั่งหันหน้าเข้าหากัน...จะสั่นค่ะ

เอโกะ: ฮุๆๆๆ

- ความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้ มันมาจากอะไรนะ?

ชูริ: อะไรน้า...

เอโกะ: คืออะไรกันนะ?

ชูริ: ถ้าพูดถึงเรื่องตั้งแต่เริ่มต้น ก็คงจะเป็นตอนที่เอโกะซังเหมือนจะกำลังกังวลอะไรซักอย่าง ที่ฉันเข้าไปคุยคงเป็นตัวจุดประกายน่ะ สำหรับฉันมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก แต่สำหรับเอโกะซัง นั่นเป็นการปรึกษากับคนอื่นครั้งแรก

เอโกะ: ฉันไม่เคยปรึกษากับใครมาก่อนเลยค่ะ

ชูริ: ฉันรู้มาจากแฟนๆว่าในนิตยสารมีบทสัมภาษณ์ บอกว่า “ตอนที่ชูริซังเข้ามาชวนคุย รู้สึกดีใจจริงๆ” ฉันก็คิด “เขียนอะไรไปกันเนี่ย” ตื่นเต้นขึ้นมาเลยค่ะ

- แต่ว่าพอได้ปรึกษากันคราวนั้นแล้ว ต้องเป็นเรื่องหนักๆค่อยมาปรึกษาหรือเปล่า?

ชูริ: เหมือนจดหมายรักที่อ้อมไปอ้อมมาน่ะค่ะ (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นฉันติดซ้อมละครเวที AKB49 อยู่พอดีก็เลยไม่ได้เจอกัน ฉันเอาแต่คิดเรื่องของเอโกะซัง แล้วก็พบว่า “แปลกจัง? ทำไมรู้สึก...เหมือนว่าใจเต้นตึกตักเลยฟระ!

- ในระหว่างที่ไม่ได้เจอหน้ากัน ความรักก็ก่อตัวขึ้น

ชูริ: ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นว่าไม่กล้าสบตากันเลย ที่จริงฉันไม่รู้หรอกว่าเธอรู้สึกพิเศษกับฉัน เรื่องนี้เธอก็ไม่ได้มาบอกกับฉันเอง ฉันรู้มาจากนิตยสารน่ะ เนอะ!

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆ เป็นอย่างนั้นแหละค่ะ

- แต่ได้อ่านบทความก็ทำให้จิ้นได้แล้ว

ชูริ: ใช่ค่ะ แบบว่า “เอโกะซังตอนนั้น ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าแบบไหนกันนะ?”

- เป็นช่วง Coquettish Juutai chuu ครับ น่าจะประมาณ 2 ปีกว่าได้

เอโกะ: ค่ะ ตอนนั้นเรื่องที่กังวลก็คือเรื่องประกาศเซมบัตสึในวันรุ่งขึ้น

ชูริเป็นช่วงที่หลังจากเอโกะซังมาอยู่ KII แล้วก็เริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ตอนแรกๆก็ไม่ได้ค่อยได้คุยกันบ่อยนะคะ อิมเมจในตอนนั้นคือ “เอโกะจังจากทีม S ที่น่ารักมาก ทุกคนเอ็นดู” แต่ว่าเพราะเรื่องนี้ แป๊บเดียวก็กลายเป็นประหม่าไปซะงั้น

- พูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นรักครั้งแรกของเอโกะซังไม่ใช่เหรอ

เอโกะ: มีแค่ที่นี่ (กองบก.BUBKA) แหละค่ะที่เรียกแบบนี้! ดันเขียนลง “100% SKE48” เล่มก่อนไปแบบนั้น...

ชูริ: ในเล่มแจกฟรีที่ TSUTAYA ก็ลงแบบนั้นนะ (หัวเราะ)

- แต่ว่า เอโกะซังไม่มีสเปคผู้ชายที่ชอบนี่ครับ ใช่มั้ย

เอโกะ: ไม่มีค่ะ

- นั่นไงล่ะ งั้นสำหรับเอโกะซังแล้วความรู้สึกที่มีต่อทาคายานางิ ไม่ใช่ “ความรัก” หรอกเหรอ?

เอโกะ: อะไรเนี่ยยยย

- ธีมของเล่ม 3 คือ “ความรัก” ไงครับ เพราะงั้นด้วยธีมนี้ถ้าไม่ลง “เอโกะชูริ” ล่ะก็ ต้องโดนประหารแน่

เอโกะ: ไม่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าคนที่เริ่มไม่กล้าสบตาก่อนก็คือ ชูริซังไม่ใช่เหรอคะ?

ชูริ: ใช่!

เอโกะ: จากนั้นพอเอามาคุยกันใน MC ในสเตจ ฉันก็เริ่มเขินแล้วกลายเป็นว่าไม่กล้าสบตาชูริซังเหมือนกัน (หัวเราะ)

- พูดอีกอย่าง ความรู้สึกระหว่างคุณสองคน...ก็คือ “ความรัก” นั่นแหละ

ชูริ: ความรักเหรอ...แต่ว่าอันที่จริงก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกกับเมมเบอร์คนไหนมาก่อนเลยล่ะ

- จะว่าไป นี่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆช่วงมัธยมไม่ใช่เหรอ แบบว่า A คุงกับ B จังแม้จะชอบกันแต่ก็ต้องบอกผ่านเพื่อนชื่อ C จังว่า “A น่ะ บอกว่าชอบ B นะ” หลังจากนั้นถึงได้รู้ความรู้สึกของสองฝ่าย ประมาณนั้นน่ะ

ชูริ: นั่นแหละค่ะ! นั่นน่ะ เป็นช่วงวัยรุ่นที่มาช้ามากเลยไม่ใช่เหรอ

- นิตยสารที่ทำให้มั่นใจว่าทั้ง 2 คนมีความรู้สึกต่อกันก็คือใน 100%เล่มก่อน ตอนที่สัมภาษณ์เอโกะซัง ตอนนั้นพอพูดไปว่า “เพิ่งจะสัมภาษณ์ชูริซังไป...” อยู่ดีๆเอโกะซังก็ถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า “เอ๋? พูดอะไรบ้างเหรอคะ?” หน้าก็เริ่มแดงนิดๆ แถมยังจับผมตัวเองแก้เขินด้วย ดูยังไงก็เป็นสีหน้าของเด็กสาวที่กำลังมีความรักชัดๆ

เอโกะ: ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยค่ะ!

- คติของนิตยสารเล่มนี้ก็คือ “พิสูจน์ความจริงที่เที่ยงแท้” (หัวเราะ) ตั้งแต่นั้น นิตยสารเล่มนี้ก็ได้จัดสัมภาษณ์พิเศษขึ้นมา นัดหมายกับ “เอโกะชูริ”

ชูริ: ฮ่าๆๆๆๆ

- มันคือ “ความรัก” ไงล่ะ อีกอย่างวันนี้ที่ไปถ่ายกันมาทั้งวันก็มีบรรยากาศมุ้งมิ้งเต็มไปหมด

ชูริ: มีตลอดเลยล่ะ! ตั้งแต่วันก่อนจะไปถ่าย ใจฉันก็เต้นตึกตัก นี่มันคือความรักสินะ?

- คือความรักครับ ความรักเป็นจุดกำเนิดของความสัมพันธ์

ทั้งคู่: ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ



แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว


- ทาคายานางิซังคิดว่าเอโกะซังมีตรงไหนบ้างที่ทำให้ใจเต้นแรง?

ชูริ: อืมมม ตรงไหนนะ? ไม่ใช่ความรู้สึก “น่ารักจัง” แบบพวกลูกหมาหรือเด็กน้อยน่ะค่ะ แล้วก็ไม่ใช่น่ารักแบบไอดอลด้วย...คงเป็นแบบคนๆนึง เป็นเด็กสาวคนนึงล่ะมั้ง...

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆๆ

ชูริ: ยิ่งอธิบายยิ่งดูทำให้เข้าใจผิดแฮะ บ้าจริง (หัวเราะ)

- ก็ความน่ารักแบบลูกหมาหรือเด็กน้อยมันไม่มีความรู้สึกเขินหรือทำให้ใจเต้นนี่ครับ แต่กับ “เอโกะชูริ” ให้ความรู้สึกแบบนั้น

ชูริ: อ่า เพราะอะไรกันนะ? แต่ว่าถ้าใช้ตรรกะนี้หาคำตอบต่อไปล่ะก็ จะกลายเป็นว่าไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงจริงๆนะ...

- ในเมื่อต่างก็ชอบกันอยู่แล้ว แต่กลับรักษาระยะห่างไว้นิดนึง มันเหมือน “สถานการณ์แบบอิโนกิ-อาลี” เลย (สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก)

เอโกะ: อ่า ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเลยก็เถอะ (หัวเราะ)

- พูดอีกอย่างมันเป็น “สถานการณ์แบบเอโกะ-ชูริ” น่ะครับ ถ้าเอโกะซังลองแสดงความรู้สึกที่มีต่อทาคายานางิซังล่ะ?

เอโกะ: คุยเรื่องนี้ต่อหน้าชูริซังน่าอายออกค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าจะพูดยังไงดี จริงๆก็เคยคิดเหมือนกันว่า “วันนี้ชูริซังจะอยู่มั้ยนะ”

- โอ้ๆๆ

เอโกะ: เวลามีถ่ายงานหรืองานจับมือก็ชอบคิดว่า “ได้เวลาเดียวกับชูริซังเลย” พอรู้ตัวอีกทีก็คิดแบบนี้ไปแล้ว

ชูริ: เอโกะซังมี LINE มาว่า “ช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเลย” ตอนนั้นฉันก็คิดว่า “นี่คงเรียกว่าคาหนังคาเขาแล้วล่ะมั้ง” จะชอบทำอะไรแสดงออกมาเองโดยไม่รู้ตัวน่ะค่ะ

เอโกะ: เอ๋!!?

ชูริ: ฉันหมายความไปในทางที่ดีน่ะ แต่ดูยังไงก็เป็นการกระทำที่ไม่ได้คิดไว้ก่อนแน่ หลังจากมีประกาศว่าเอโกะซังได้เล่น “AKB49 ก็ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลย ฉันได้โผล่ไปดูซ้อม “AKB49” อยู่ครั้งนึง แต่เหมือนตอนนั้นเอโกะซังจะแยกซ้อมอยู่ที่ตึกอีกชั้นนึง เลยไม่ได้เจอกันเลยค่ะ

เอโกะ: ใช่ค่ะ

ชูริ:  ฉันเห็นว่ามันก็ช่วยไม่ได้ก็เลยกลับค่ะ จากนั้นเอโกะซังก็ส่ง LINE มาว่า “ชูริซังมาเหรอคะ! ทั้งที่บอกว่าอยากเจอแท้ๆ” แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆแบบนั้น

เอโกะ: ฮุๆๆๆๆ

ชูริ: ทั้งที่ปกติออกจะเป็นเด็กขี้อายน่ะ

เอโกะ: ฉันก็พูดแบบนี้บ่อยนะคะ

ชูริ: คงเพราะตรงไปตรงมาแบบนี้ เลยรู้สึกใจเต้นแรงน่ะ

เอโกะ: แต่ว่า ถ้าอยู่ต่อหน้าคงพูดไม่ออกค่ะ ถ้าไม่ใช่ LINE ก็พูดไม่ออก

- นี่มันเหมือนเนื้อเพลงอะไรซักอย่างเลยนะครับ (หัวเราะ) จริงสิ! อากิโมโตะเซนเซย์จะต้องคิดถึงเรื่อง “เอโกะชูริ” แน่ๆถึงได้เขียนเพลง “Chicken LINE” ออกมา...

ชูริ: ไม่ใช่แล้วค่ะ!

- แต่ว่า Chicken ไม่ใช่นกเหรอครับ

เอโกะ: ฮุๆๆๆ ตลกอ่ะ (หัวเราะ)

- ประเด็นนี้ไว้ก่อนแล้วกัน (หัวเราะ) ตั้งแต่เมื่อกี้ก็รู้สึกตะหงิดๆ ทาคายานางิซังเรียกเอโกะซังว่า “เอโกะซัง”

ชูริ: เรื่องนี้มีที่มาค่ะ ฉันเคยบอกกับพวกรุ่นน้องว่า “เรียกฉันว่าชูริจังก็ได้นะ” ไม่ก็ “ไม่ต้องเติมซังก็ได้” แต่ถึงฉันพูดอย่างนั้น เอโกะซังก็เหมือนไม่ฟังเลย เพราะงั้นคงต้องเป็นฉันเองที่ต้องทำตาม เพื่อให้เท่าๆกับเอโกะซังก็เลยเรียกเธอว่า “เอโกะซัง” ค่ะ

- ใช้ “ชูริซัง” กับ “เอโกะซัง” แสดงความเสมอกัน งั้นเวลาส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเหินห่างเหรอครับ? ที่เปลี่ยนวิธีเรียกอย่างนี้น่ะ

ชูริ: ไม่ค่ะ

- อายุห่างกัน 8 ปีใช่มั้ยครับ

ชูริ: ไม่ต้องบอกก็ได้... (หัวเราะ)

- ความรัก อายุไม่สำคัญหรอกครับ

ชูริ: นี่ นี่มันคำถามชี้นำนี่

ถูกต้องครับ คำถามชี้นำ (หัวเราะ)

เอโกะ: อุฮุๆๆๆ

ชูริ: แหม พวกคำถามแบบ “งั้นมันเป็นยังไงแน่?” นี่น่ะ คือฉันก็อยากให้แฟนๆรู้สึกสงสัยต่อไป เพราะงั้นฉันไม่ตอบหรอกค่ะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนไปจินตนาการกันเองนะ



ทาคายานางิสุดเท่


- จะว่าไปแล้ว เอโกะซังก็เคยเขียนถึงทาคายานางิซังใน SKE48 mail ด้วยนี่ครับ

เอโกะ: ค่ะ (เขิน) เพราะไม่อยากให้ชูริซังเห็นก็เลยไม่เขียนลงบล็อก เรื่องเกี่ยวกับชูริซังที่ค่อนข้างส่วนตัวมักจะเขียนใน SKE48 mail ค่ะ

ชูริ: เรื่องนี้น่ะ แทนที่จะให้แฟนๆมาบอกฉัน ไม่คิดว่า “ฉันพูดเอง” จะดีกว่าเหรอ?

เอโกะ: ไม่ค่ะ แบบนี้ก็สนุกดี พอเขียนเรื่องพวกนี้ในเมล์แล้ว ในงานจับมือก็จะมีแฟนๆวิ่งไปบอกกับชูริซังเองค่ะ

ชูริ: แต่ว่า ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าเนื้อหาเป็นยังไง

เอโกะ: นั่นเป็นเพราะฉันบอกพวกเขาไว้ว่า “อย่าไปบอกชูริซังนะคะว่าฉันเขียนอะไร”

ชูริ: แล้วฉันก็ไปทวีตในทวิตเตอร์ว่า “ดูเหมือนว่าเอโกะซังจะเขียนเกี่ยวกับฉัน เขียนเรื่องอะไรกันแน่น้า จะไม่เขียนลงบล็อกหน่อยเหรอ ไม่งั้นฉันไม่ได้อ่านนะ” ปรากฎว่ามีแฟนๆมาตอบว่า “งั้นก็สมัครรับเมล์สิ” แต่แบบนั้นมันไม่ได้น่ะสิ ก็เอโกะซังไม่อยากให้ฉันอ่านก็เลยเขียนลงใน SKE48 mail ไง หลังจากนั้นเพราะเป็นแบบนี้ เอโกะซังก็เลยเขียนถึงฉันลงในบล็อก “บ้าง”

- สุดท้ายก็วนกลับมา ทั้งๆที่แค่อยากคุยด้วยแต่ต้องลำบากขนาดนี้ (หัวเราะ)

ชูริ: เดิมความสัมพันธ์ของ “เอโกะชูริ” น่ะจมอยู่ใต้น้ำค่ะ แต่หลังๆนี่หมือนว่าแฟนๆ SKE48 จะเริ่มสังเกตเห็นกันแล้ว แต่สื่อที่สังเกตเห็นเรื่องนี้ ก็มีแค่กองบก. 100% เท่านั้นแหละค่ะ

- แน่นอนอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) แล้วก็แปลกใจมากด้วยที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ “เอโกะชูริ” ถ่ายแบบด้วยกันสองคน

เอโกะ: ใช่ค่ะ เมื่อก่อนไม่เคยถ่ายด้วยกันสองคนเลย

- จะว่าไป เอโกะซังเคยเขียนเรื่องพวกนี้ลงใน SKE48 mail หมดแล้วมั้ง?

เอโกะ: เอ่อ “วันนี้ชูริซังพูดมาแบบนี้ล่ะ ดีใจมากๆเลย” อะไรประมาณนั้นค่ะ...(หน้าแดง)

ชูริ: ฮ่าๆๆๆ

- ตอนนี้น่ะ เป็นสีหน้าของเด็กสาวที่กำลังอยู่ในความรักไม่ใช่เหรอครับ (หัวเราะ)

เอโกะ: ฮื่ออออ!

- ฮ่าๆๆๆๆ ไม่กี่วันก่อนตอนที่นัดกันที่ชินจูกุ ทาคายานางิซังก็ให้ของขวัญวัดเกิดเอโกะซังด้วยนี่ครับ

ชูริ
: ใช่ค่ะ เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการแต่งหน้า ที่เลือกของขวัญชิ้นนี้มันมีที่มานะคะ เพราะว่าเอโกะซังเคยบอกฉันว่าฝันอยากจะเป็นนางแบบในอนาคต นั่นเป็นตอนที่เอโกะซังยังไม่ได้บอกใครเลยเกี่ยวกับความฝันนี้

เอโกะ: ชูริซังเป็นคนแรกค่ะที่ฉันเปิดใจคุยเรื่องความฝัน ที่ผ่านมาไม่เคยบอกใครเลย ได้แต่เก็บเอาไว้

ชูริ: เพราะงั้นฉันเลยบอกว่า “จะต้องพูดความคิดของตัวเองออกมานะ” สนับสนุนผลักดันเธอแบบนั้น จากนั้นเอโกะซังก็ค่อยๆเริ่มพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา แล้วก็ได้งานของ LOVE berry ด้วย อีกอย่างเพราะเธอเคยบอกว่ากำลังศึกษาเทคนิคการแต่งหน้าอยู่พอดี ดังนั้นก็เลยให้เป็นอันนี้ค่ะ

เอโกะ: ชูริซังคอยคิดถึงเรื่องของฉันตลอดเลย

ชูริ: ก็เพราะว่าฉันเป็นคนแรกที่เอโกะซังเปิดใจด้วยไง ยังไงก็ต้องดูแลเป็นพิเศษน่ะ

- สายสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน ผมคิดว่าได้สร้างกระแสใหม่ๆให้กับ SKE48 เลยนะ ทั้ง 2 คนไม่อยากลองจัด SHOWROOM ด้วยกันหน่อยเหรอครับ? แบบหันหน้าเข้าหากัน

ชูริ: ไม่ได้ๆๆๆ

เอโกะ ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ!

ชูริ: แต่ว่า ก็อยากจะจัด SHOWROOM ด้วยกันสักวันเนอะ

เอโกะ: อยากจัดด้วยค่ะ! สักวันมาจัด SHOWROOM ด้วยกันนะคะ!

- เอโกะซังบอกไว้ในบล็อกว่า “ถ้าได้จัดรายการพิเศษกับชูริซังล่ะก็ มีเรื่องเยอะแยะเลยที่อยากคุย” ใช่มั้ยครับ อยากคุยอะไรบ้างล่ะ?

เอโกะ: อืมมม จะพูดยังไงดีนะ...ฉันเป็นพวกที่มีบางเรื่องที่ยังไงก็ไม่อยากเอามาคุยกับคนอื่น แม้แต่คนในครอบครัวก็ด้วย

ชูริ: ฉันก็เป็นเหมือนกัน

เอโกะ: ขนาดตอนที่คุยกับชูริซังครั้งแรกก็ไม่ใช่ต่อหน้านะคะ แต่ใช้คุย LINE เอาน่ะ

ชูริ: จริงด้วย ตอนที่คุยกับเอโกะซัง ทั้งที่ตอนนั้นเธอบอกว่า “ไม่มีอะไรค่ะ” แต่เย็นวันนั้นกลับส่ง LINE มา

เอโกะ: วันนั้นน่ะ ทำไมอยู่ๆถึงอยากคุยกับชูริซังกันนะ? ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ชูริ:  ฉันก็ไม่คิดว่าจะ LINE มา

เอโกะ: มันรู้สึกแบบว่า ถ้าเป็นชูริซังล่ะก็ คงพูดได้แน่

ชูริ: ฉันว่าอาจเป็นเพราะตอนนั้นสถานการณ์ของเรา 2 คนคล้ายกันล่ะมั้ง ตอนนั้นเอโกะซังแม้จะมีเรื่องกลุ้มใจแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้ ตอนนั้นในทีมฉันเองก็อยู่ตรงจุดนั้นเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่า “ฉันก็เหมือนกัน” เลยกลายเป็นว่าสามารถพูดเรื่องที่อยู่ในใจออกมาได้

เอโกะ: ที่ได้พูดออกมามันทำให้ฉันรู้สึกดีมากค่ะ ตั้งแต่นั้นมีเรื่องอะไรก็จะ LINE บอกชูริซังตลอด

- นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นแหละ อาจเรียกว่าเป็นโมเม้นต์ที่เอโกะซังเกิดใหม่เลยก็ได้นะครับ ได้ยินว่าไม่กี่วันก่อนในทัวร์ที่ชิบะ ทาคายานางิซังก็กอดไปหนึ่งทีด้วย

เอโกะ: ค่ะ! เพราะฉันขอชูริซังไปว่า “ช่วยบอกว่า “สู้ๆนะ” กับฉันหน่อยค่ะ”

ชูริ: ฉันเลยบอกไปว่า “สู้ๆนะ สู้ๆ ไม่ต้องร้องไห้! แล้วก็ลูบหัวๆแล้วก็เดินกลับไป

เอโกะ: เท่มากเลย!

ชูริ: จะว่าไป เอโกะซังเคยพูดเรื่องที่น่าเสียใจด้วยครั้งนึง

เอโกะ: จำได้ค่ะ!

ชูริ: เรื่องนั้นน่ะ พอได้ยินฉันก็ตกใจจนร้อง “เอ๊!?” เลยล่ะ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาดนะ 

เอโกะ: ตอนนั้น สภาพฉันน่ะแย่มากเลยล่ะค่ะ

ชูริ:  เพราะฉันไม่อยากให้เอโกะซังคิดแบบนี้ ก็เลยดุเธอไปว่า “แบบนี้มันไม่ได้นะ”

เอโกะ: พอฉันถูกชูริซังดุก็เริ่มรู้สึกตัว หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นปกติค่ะ

- เท่มากเลย (หัวเราะ)

ชูริ: บางทีการดุก็จำเป็นค่ะ แบบนั้นตัวเองก็จะมีความระมัดระวังด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นในงานจับมือช่วงคริสมาสต์เมื่อปีที่แล้ว

- จริงสิ ในงานอีเว้นท์อัลบั้มเอโกะซังก็เคยปลอบทาคายานางิซังด้วยใช่มั้ยครับ

ชูริ: มันเป็นช่วงที่ฉันกำลังย่ำแย่มากน่ะ

เอโกะ: ระหว่างที่ถ่ายรูปอยู่ พอดีเดินผ่านหน้าห้อง แล้วก็เห็นชูริซังกำลังร้องไห้อยู่

ชูริ: ตอนนั้นฉันสะดุ้งเลยค่ะ ก็ดูแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีใครเข้ามาแน่เลยเลือกห้องนั้นน่ะ

เอโกะ: ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า “ชูริซังร้องไห้...” จากนั้นไม่ได้คิดอะไร ก็เดินเข้าไปในห้อง ลูบหลังชูริซังเลยค่ะ

ชูริ: ตอนนั้นมีเรื่องเสียใจที่ไม่เกี่ยวกับงานค่ะ แต่ว่าตอนทำงานน่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยิ้มให้ได้ อย่างเช่นตอนที่ตีแบดกับแฟนๆ  ยิ่งเป็นงานที่สนุกอย่างนี้ด้วย แต่จริงๆแล้วยังไงก็เก็บไม่อยู่เลยวิ่งไปร้องไห้ที่ห้องเก็บคอสตูม

- นี่บังเอิญผ่านไปพอดีเลยมองเห็น ดูท่าคุณสองคนจะมีด้ายแดงผูกกันอยู่นะครับ

ชูริ: นิยายเรื่องนี้ดูราคาถูกชะมัด!

เอโกะ: ถ้าชูริซังร้องไห้ ฉันคงเป็นห่วงมากเลยค่ะ

ชูริ: เมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ถ่ายทำ “Konya wa Join us” ก็เหมือนกัน พอเห็นฉันเดินร้องไห้ตรงทางเดิน เธอก็ LINE มาว่า “ชูริซังไม่เป็นไรนะคะ?”

เอโกะ: ก็เป็นห่วงจริงๆนี่ จริงสิ วันเกิดชูริซังเมื่อปีที่แล้วก็เหมือนกัน!

ชูริ: อ่า เรื่องนั้น ตอนวันเกิดน่ะแม้ KII ทุกคนจะมาอวยพร แต่ตัวฉันเองกลับรู้สึกว่าปีนั้นฉันไม่เติบโตขึ้นเลย ทั้งๆที่ทุกคนมาอวยพรให้ฉันอย่างมีความสุขแต่ตัวเองกลับรู้สึกไม่มีความสุขกับวันเกิดแบบนั้นได้...เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนั้นมากก็เลยร้องไห้ออกมาค่ะ

- สายสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนข้องเกี่ยวกันบ่อยๆ งั้นขอถามซักนิดนะครับ คริสมาสต์ปีนี้นัดกันไว้ว่ายังไงบ้าง?

ชูริ: ทำไมถึงถามเรื่องนี้ล่ะ! ก็คงจะจัดปาร์ตี้กับเมมเบอร์ KII ล่ะมั้ง? ตอนนั้นแค่นั่งข้างๆกันโดยไม่รู้ตัวเหมือนปกติก็พอแล้ว ถ้าสองต่อสองล่ะก็คงไม่ไหว!

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆ

- จากนั้นสองคนก็ขอตัวออกมาจากงานปาร์ตี้ก่อน...

ทั้งคู่: ไม่ค่ะ!

-  ในคืนที่หิมะตกอย่างเงียบสงบ...

ชูริ: จะจิ้นคริสมาสต์แนวอีโรติคทำม้ายยย (หัวเราะ) แต่ว่า ตอนที่ทุกคนกำลังกินข้าวด้วยกันก็จะนั่งข้างกันโดยไม่รู้ตัวตลอดเลย

เอโกะ: นั่นสินะคะ (หัวเราะ)

ชูริ: เวลาอยู่ในห้องแต่งตัวก็ใช่ ไม่ว่าใครจะเข้ามาในห้องก่อน ก็จะมีที่ว่างที่นึงอยู่ข้างๆตลอดเลย

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆ

- ในทีมเขาก็รู้กันทั่วนะครับว่าสองคนสนิทกันมาก



ศัตรูของนางฟ้า


- สุดท้ายนี้ ยังไงก็ยังอยากถามเรื่องงานเลือกตั้ง AKB48 หน่อย เอโกะซัง เป้าหมายปีนี้คืออะไรครับ?

(T/L note: บทสัมภาณ์นี้สัมภาษณ์เมื่อต้นปี 2017 ดังนั้นงานเลือกตั้งในนี้จึงหมายถึงงานเลือกตั้งปี 2017)

เอโกะ: ที่ปีก่อนได้อันดับ 35 ทั้งๆที่ติดอันดับครั้งแรกแต่ก็ได้อันกับที่ดีขนาดนั้น หลังจากประกาศ เมมเบอร์ที่ติดอันดับก็จะมายืนถ่ายรูปรวมกันใช่มั้ยคะ ตอนนั้นที่กำลังแนะนำ Next Girls อยู่ รู้สึกว่าตัวเองอยากจะไปยืนอยู่แถวแรกจริงๆค่ะ วิวที่เห็นในตอนนั้นยังตรึงอยู่ในใจ เพราะงั้นปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ Under Girls ค่ะ แล้วก็ซักวันนึงถ้าได้ไปยืนร้องเพลงอยู่ข้างๆชูริซังก็คงดี

ชูริ: โอ้ (เขิน)

- ส่วนทาคายานางิซัง ก็ตัดสินใจลงสมัครเร็วมากเลย

ชูริ: หลังจากจบงานเลือกตั้งปีที่แล้ว ก็ได้จัดงานพบปะแฟนๆค่ะ ตอนนั้นก็ได้ประกาศไว้แล้ว

- มีเป้าหมายที่ตั้งไว้มั้ยครับ?

ชูริ: อันดับ 8 ค่ะ เหตุผลเหรอ อย่างแรกเลยก็เพราะปีนี้ฉันซึ่งเป็นรุ่น 2 เข้ามาอยู่ SKE48 เป็นปีที่ 8 แล้ว แล้วก็คงมีวันที่ฉันจะออกจาก SKE48 หวังว่าหลังจากนั้นทุกคนจะยังเป็นแฟน SKE48 ต่อไป อีกอย่าง พอหมุนเลข 8 ไปอีกทางก็จะเป็นอินฟินิตี้ใช่มั้ยคะ ฉันเชื่อในความรักของแฟนๆที่ไม่มีวันจบสิ้นค่ะ...นั่นแหละเป็นเหตุผลอย่างที่สอง

- ถ้าแบบนั้น ก็ไม่ได้ตั้งเป้าที่คามิ 7 แต่ตรงนี้ก็คาดหวังไว้เหมือนกันใช่มั้ยครับ?

ชูริ: ค่ะ พูดถึงอันดับ 7 ไม่ว่ายังไงก็จะนึกถึงอาคาริน (สุดะ อาคาริ) เมื่อปีที่แล้วตลอดเลย ก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากติดใน 7 อันดับนะคะ แต่แค่สำหรับฉันแล้ว อันดับ 8 เป็นอันดับที่เหมาะสมน่ะค่ะ

- ปีนี้ลงเลือกตั้งอย่างไม่ลังเลเลยซักนิด

ชูริ: ก็ขนาดคนที่ประกาศไปแล้วว่า “ปีนี้เป็นปีสุดท้าย” ยังลงได้เลยนี่คะ!

เอโกะ: ฮุๆๆๆๆ

ชูริ: โอบะ มินะ ก็พอกันนั่นแหละ!

- ถ้ามีเพื่อนมาด้วยเยอะขึ้นก็ไม่น่ากลัวแล้ว!

ชูริ: แต่ว่าฉันแค่อยากให้ทุกคนเข้าใจ นั่นคือจิตใจของพวกเรามันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ!

- นั่นสินะครับ แล้วความมุ่งมั่นที่จะเป็น “วงที่คนติดอันดับมากสุด” ซึ่งหลุดมือไปเมื่อปีที่แล้ว ก็คงจะมากขึ้นด้วยสินะ?

ชูริ: ปีนี้ (โอยะ) มาซานะซังกับคาโอตัน (มัตสึมุระ คาโอริ) ก็ลงสมัครด้วย ก็มีความรู้สึกว่าเราน่าจะคว้ามันกลับมาได้

- ปีนี้ดูมองโลกในแง่ดีมากเลยนะครับ

ชูริ: ใช่ค่ะ! ไม่พูดอะไรในแง่ลบอีกแล้วล่ะ!

เอโกะ: ถ้าพูดออกมาอาจโดนตบได้น่ะค่ะ

- “ถ้าพูดอะไรในแง่ลบออกมาจะโดนตบ” สัญญากับโอบะซังไว้อย่างนี้สินะ เอโกะซัง ในงานเลือกตั้งนี่มีเมมเบอร์ที่จับตามองมั้ยครับ?

ชูริ: อ่า เรื่องนี้ฉันก็สงสัยเหมือนกัน มีเมมเบอร์ที่ไม่อยากยอมแพ้มั้ย?

เอโกะ: เอ่อออ จะว่ามีก็มีค่ะ...พูดออกมาได้ใช่มั้ยคะ?

ชูริ: แต่ว่า ฉันก็พอรู้สึกได้อยู่บ้างล่ะ เป็นเมมเบอร์ในทีมเดียวกันใช่มั้ย?

เอโกะ: ค่ะ อยู่ทีมเดียวกัน

ชูริ: นอกจากเด็กคนนั้นก็คงไม่มีใครแล้วล่ะ ไม่ต้องบอกก็ได้นะ!


- สุดท้ายก็ถูกความรักของทาคายานางิซังปกป้องไว้ได้นะ (หัวเราะ)

blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]