แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 91 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 91 แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562
[สเตจจบการศึกษา] จดหมายจากจิคาโกะถึงเรียวฮะ
ถึง เรียวฮะซัง
คิตากาว่า เรียวฮะที่ฉันได้ใช้เวลาอยู่ด้วยนั้นเป็นคนที่เต็มไปด้วยความใจดีค่ะ
คำพูดที่เรียวฮะซังเคยพูดไว้ เธอพูดว่า "จนถึงตอนนี้ที่ได้ทำงานมาก็มีช่วงเวลาที่เจ็บปวด ฉันไม่อยากให้เมมเบอร์คนอื่นต้องมาเจอกับความเจ็บปวดแบบที่ฉันเคยเจอ"
ด้วยคำพูดนั้น อย่างเวลาที่เธอเห็นเมมเบอร์รู้สึกประหม่าเพราะติดเซมบัตสึครั้งแรก เธอก็เป็นคนแรกที่เข้าไปถามไถ่ แล้วก็เข้าไปกอด
ตอนที่ฉันได้เลื่อนขึ้นทีม S ก็ด้วย ช่วงที่ฉันอยู่คนเดียวในทีมที่ไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียวฮะซังก็เข้ามาคุยด้วย ทำให้สบายใจขึ้นทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนขึ้อายแท้ๆ
ตอนแรกฉันคิดว่า "ทำไมถึงได้เซ้าซี้ขนาดนี้นะ" แต่มาคิดดูตอนนี้ ที่ทำไปก็เพื่อจิกะนั่นเอง จิกะที่ทึ่มๆคนนั้นตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะ
ถ้ามีคนที่กำลังหนักใจอยู่ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยแม้ต้องเสียสละตัวเอง เรียวฮะซังน่ะใจดีมากๆจนล้นเกินเลย
แต่ว่าไม่ใช่แค่ใจดีนะ เรื่องที่ฉันโดนดุก็มีบ่อย ถ้าบ่นออกมาแม้แต่นิดเดียวก็จะโดนดุหนักมาก รู้สึกว่าทะเลาะกันก็มี แต่ก็เป็นฉันที่อารมณ์เสียเองตลอดเลย เรื่องพวกนั้นต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบากนะ
น่าแปลกที่ฉันจำไม่ได้เลยว่าทำไมเราถึงสนิทกัน เมื่อไหร่ที่เราเริ่มไปค้างบ้านกัน เริ่มไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ข้างๆกันตรงนี้ กลายเป็นคนที่อยู่ข้างๆกันเสมอ
ตอนแรกเราเป็นเด็กๆในทีมด้วยกัน วันๆก็เล่นสนุกโหวกเหวกโวยวายตามประสา
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้เป็นลีดเดอร์กับรองลีดเดอร์ของทีม
ถ้าเป็นคนที่เคยเห็นเราตอนเริ่มแรกคงคิดไม่ถึงแน่ๆ เราเคยสบายมากๆเพราะมีพวกรุ่นพี่อยู่ เพราะงั้นพอถึงเวลาที่เราต้องมาอยู่ในฐานะคนคอยสรุปภาพรวมให้ทุกคนแล้วเราไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง เรื่องที่จะสอนรุ่นน้องก็ไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ เราเลยได้คุยกันเรื่องทีมเยอะมาก
เพราะเรียวฮะซังน่ะใจดีมากๆ เลยไม่ใช่คนประเภทที่จะพูดสรุปด้วยคำพูดที่เข้มงวด แต่เธอจะสรุปให้ทุกคน ทีละคนๆด้วยความรัก พวกเรารุ่นน้องคอยมองแผ่นหลังนั้นอย่างดีเลย
พอมองย้อนกลับไปในช่วงที่เรียวฮะซังลำบากมากที่สุดในฐานะลีดเดอร์ จิกะเองช่วยอะไรไม่ได้เลย ทั้งการรับฟังเรื่องของเรียวฮะซัง ทั้งเรื่องที่อยู่ข้างๆเวลาที่ลำบาก ทั้งเวลาที่หนักใจฉันก็ไม่สามารถให้คำปรึกษาอะไรได้เลย
เพราะในทีมมีรุ่นพี่น้อย รุ่นพี่ที่จะปรึกษาด้วยได้ก็มีน้อย พอคิดว่าเธอต้องรับภาระคนเดียวมากมาย ฉันก็รู้สึกผิดมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ความกดดันของลีดเดอร์แต่ยังมีความกดดันในฐานะเอซและเซนเตอร์ด้วย ไหนจะเป็น MC ในรายการต่างๆ เธอต้องแบกรับความกดดันมากมาย ถึงอย่างนั้นเรียวฮะซังก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ทั้งรุ่นน้องและฉันเห็นเลย ทั้งๆที่เข้ามาเป็นไอดอลเพราะชอบไอดอล แต่พอได้เป็นแล้วกลับมีเรื่องที่ยากลำบากมากกว่าเรื่องสนุกๆ
คนที่อยู่ข้างหน้าก็มีเรื่องที่กังวลสำหรับคนที่อยู่ข้างหน้า คนที่อยู่ข้างหลังก็มีเรื่องที่กังวลสำหรับคนที่อยู่ข้างหลัง ไม่มีใครหรอกที่ไม่มีเรื่องให้กังวล
ไม่ว่าใครก็มุ่งที่จะก้าวขึ้นไปให้สูงขึ้น ความกังวลจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ทุกคนยอมรับ ไม่ได้มีเฉพาะคำพูดดีๆ คำพูดที่ทำให้เสียใจก็มีเยอะ
เธอรับมันมาด้วยใจทีละอย่างๆ เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่าเรียวฮะซังน่ะผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ แต่ว่าเรื่องนี้ฉันว่าแฟนๆของเรียวฮะซังแล้วก็ตัวเรียวฮะซังเองรู้ดีที่สุด
ฉันมีความสุขจริงๆที่ได้ทำงานในฐานะทีม S อยู่ทีมเดียวกันมาตลอด แม้ว่าได้แค่นั้นจะสุดยอดแล้วก็ตาม แต่ถ้าให้พูด ฉันอยากให้เราติดเซมบัตสึ SKE48 ด้วยกันนะ
เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด สำหรับจิกะแล้ว เรียวฮะซังที่ทำงานในฐานะเซมบัตสึน่ะเจิดจ้ามากๆเลย
ฉันพยายามด้วยความคิดว่าสักวันตัวเองจะได้ไปอยู่ที่จุดนั้นบ้าง จนในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่จิกะทำได้แล้ว แต่ในบรรดาเมมเบอร์ที่ได้ร้องซิงเกิ้ลนั้นกลับไม่มีเรียวฮะซังอยู่ด้วย
คำพูดที่พูดในตอนนั้นว่า "จนกว่าเรียวฮะจะกลับมาติดเซมบัตสึ ช่วยเป็นเซมบัตสึต่อไปด้วยนะ" ฉันเชื่อนะ ทั้งๆที่ฉันเชื่อคำๆนั้นแท้ๆ พอฉันพูดว่าเรามาติดเซมบัตสึด้วยกันเถอะ เธอก็ยังตอบอยู่เลยว่า "งั้นก็เป็น(เซมบัตสึ)ต่อไปสิ"
ถ้าฉันติดเซมบัตสึในเพลงที่แล้ว เพลง "Stand by you" ล่ะก็นะ...ถึงแม้ตอนนี้มันจะสายไปแล้วที่จะมาเสียดาย แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังเสียดาย
จิกะมักจะใช้เวลานานเกินไปเสมอกว่าจะทำความฝันให้เป็นจริงได้ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจทำให้ความฝันที่ "ชิปเปอร์" (Zipper ชื่อคู่หูจิกะเรียวฮะ) จะติดเซมบัตสึด้วยกันเป็นจริงได้
มันเหงาจริงๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหงา แม้ว่าต่อจากนี้จะยังได้เจอกันอยู่ แต่มันก็เหงาอยู่ดี
พอคิดว่าเดือนหน้าคนที่อยู่ด้วยกันมาร่วมๆ 6 ปีจะไม่อยู่ด้วยแล้ว มันก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่
เรียวฮะซังน่ะเป็นลีดเดอร์ที่เอาใจใส่เมมเบอร์ทุกๆคนมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยล่ะ เป็นคนที่รักทีมมากกว่าใคร ฉันคิดว่าเรียวฮะซังเป็นลีดเดอร์ที่ใจดีที่สุดในโลก
จากนี้ไป ฉันก็อยากจะจับมือเดินข้างๆกันแม้เราจะแก่จนเป็นป้าหน้าย่นก็ตาม
เรียวฮะซัง 7 ปีที่ผ่านมาพยายามมาได้ดีมากเลย จากนี้ก็ขอให้คิดถึงตัวเองมากๆให้เท่ากับที่คอยคิดถึงคนรอบข้าง ให้เท่ากับที่อดทนมาตลอดนะ ถึงตาเรียวฮะซังจะมีความสุขมากๆบ้างแล้ว
ฉันรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ มากจนไม่ว่าจะพูดขอบคุณกี่ครั้งก็ไม่พอ
สำหรับจิกะแล้ว เรียวฮะซังเป็นคนที่ฉันอยากให้มีความสุขมากที่สุดในโลก
ไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เรียวฮะซังเป็นคู่หูของจิกะล่ะ
ยินดีด้วยที่จบการศึกษาอีกครั้งนะ
จากผู้ที่รักเรียวฮะซังมากจนถึงขั้นหึงหวง มัตสึโมโต้ จิคาโกะ
วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
[Talk] ยูนานะจบการศึกษา
สำหรับแฟนๆแล้ว การจบการศึกษาของไอดอลเป็นเรื่องที่ทั้งสุขและเศร้าไปพร้อมๆกัน
สุขที่ได้เห็นเขาก้าวไปอีกก้าว ไปในเส้นทางที่เขาตัดสินใจเลือกเอง
เศร้าที่เราจะไม่ได้เห็นเขาในฐานะเมมเบอร์วงไอดอลที่เรารักอีกต่อไปแล้ว
เป็นอารมณ์ที่ถ้าไม่ได้มาตามไอดอลก็คงไม่มีวันได้รู้
ที่ผ่านมา SKE มีเด็กที่เป็นดาวรุ่งมากมายหลายคน จบการศึกษาออกไปในขณะที่อนาคตในวงกำลังสดใสแบบสุดๆ
แต่สำหรับเรา คงไม่มีครั้งไหนอิมแพ็คเท่ากับครั้งนี้ ถือเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ของ SKE เลยก็ว่าได้
เมื่อเด็กที่ถูกวางตัวให้เป็นเอซคนต่อไปของวง เด็กเพียงคนเดียวที่ได้เป็นเซนเตอร์เดี่ยวต่อจากระดับตำนานอย่างจูรินะกับเรนะ เด็กที่ทุกคนมองว่าเป็นอนาคตอันสดใสของ SKE อยู่ดีๆก็ประกาศจบการศึกษาโดยไม่มีวี่แววมาก่อน
ทุกคนก็คงตกใจแล้วก็มีคำถามผุดขึ้นมาเต็มในหัวไปหมดเหมือนๆกัน
มันเกิดอะไรขึ้น? เพราะอะไร?
ทำไมยูนานะถึงทำแบบนี้?
ไหนเคยบอกว่าจะเป็นคนที่พาวงนี้ไปไง?
ไหนที่เคยบอกว่าจะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงอิมเมจของวง?
ไหนที่เคยบอกว่าอยากจะไปนาโกย่าโดมด้วยกัน?
ไหนที่เคยบอกว่าจะไปงานขาว-แดงด้วยกัน?
ไหนที่เคยบอกว่าจะเป็นเซนเตอร์คู่กับราระ?
มันหายไปไหนหมดแล้ว?
เราพยายามจัดการกับความรู้สึกตัวเองอยู่นาน (นานกว่าตอนเรนะโอชิคนแรกของเราแกรดซะอีก)
กว่าจะกล้าเข้าไปอ่านบล็อกของยูนานะที่พูดถึงเรื่องนี้แบบเต็มๆ
อ่านไป แปลไป น้ำตาก็ไหลออกมาเอง
แฟนๆอย่างพวกเรานี่มัน ช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
ตั้งแต่ได้อ่านบล็อกยูนานะ คำถามในหัวเรามันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ "เพราะอะไรยูนานะถึงจบการศึกษา?"
แต่มันกลายเป็นคำถามที่เราย้อนถามตัวเองกลับว่า "ที่ผ่านมามองข้ามตัวตนจริงๆของยูนานะมานานแค่ไหน?"
ยูนานะไม่ใช่เด็กที่จะบ่นหรือแสดงอารมณ์อะไรลบๆออกมา
เป็นเด็กจิตใจดีที่ใครอยากให้ทำอะไรก็ทำ แถมยังตั้งใจทำออกมาได้ดีด้วย
ในอีกทางนึง เรามองว่าคงเป็นเพราะยูนานะโตขึ้นแล้ว
มีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็อยากสลัดภาพบางอย่างทิ้งไป ซึ่งก็อาจเป็นภาพที่พวกเราเองนี่แหละยัดเยียดให้
พวกเราเอาแต่มองว่ายูนานะน่ารัก แต่ไม่เคยสนใจเลยว่าแท้จริงยูนานะอยากเป็นแบบไหน
ช่วงหลังที่น้องตัดผมสั้น เปลี่ยนแนวเป็นชาวร็อค หลายคนกลับคอมเม้นต์ว่าชอบยูนานะที่น่ารักใสๆมากกว่า
พวกเรายัดเยียดความคิดของพวกเราให้น้อง โดยที่ไม่ค่อยสนใจความคิดของตัวน้องเองซักเท่าไหร่
พวกเรามัวแต่คิดว่ายูนานะคือความหวัง คือความฝัน คืออนาคตของวง
พวกเราคาดหวังสูงมากถึงมากที่สุดในตัวเด็กผู้หญิงคนนี้
แต่พวกเราไม่เคยสนใจเลยว่า จริงๆแล้วยูนานะรู้สึกยังไงกับทุกความคาดหวังที่ได้รับมา
พวกเราไม่เคยสนใจเลยว่า ตัวยูนานะต้องแบกรับความกดดันมากแค่ไหน
ไม่ใช่ในฐานะไอดอล แต่ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาในวงการนี้โดยที่ไม่เคยชอบหรือรู้จักไอดอลมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ถึงในบล็อกยูนานะจะไม่ได้เขียนออกมาตรงๆ แต่ก็รับรู้ได้ว่ามันคงยากมากสำหรับยูนานะ
เมื่อเราคาดหวังกับอะไรบางอย่างไว้ แล้วผลที่ออกมามันไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็ย่อมต้องผิดหวังมากเป็นธรรมดา
แต่ในกรณีนี้เราไม่ได้ผิดหวังกับยูนานะ เราผิดหวังกับตัวเราเองมากกว่าที่ไปตั้งความคาดหวังไว้แบบนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจตัวน้องเลย
นึกไม่ถึงจริงๆว่าการชอบไอดอลจะให้ข้อคิดชีวิตอะไรแบบนี้ได้ด้วย
ตอนนี้เรารู้แล้วว่า อะไรก็ได้ ขอแค่ให้ยูนานะมีความสุข
ขอแค่ให้ยูนานะยิ้มได้ออกมาจากใจ
แค่นี้เราก็พอใจแล้ว
ระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา การมียูนานะอยู่ใน SKE สำหรับเราถือเป็นลาภอันประเสริฐแค่ไหนแล้ว (ฮาาาาา)
ก็อย่างที่ยูนานะบอกแหละค่ะว่าในฐานะไอดอลก็ได้ทำสำเร็จลุล่วง จบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
เด็กที่ใช้เวลาอยู่ในวงแค่นี้ แต่ถึงขั้นได้ยืนเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลหลัก เป็นคนจุดประกายให้วงนี้มันร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
เป็นเด็กมหัศจรรย์จริงๆนั่นแหละ
เราชอบประโยคนึงที่พี่นกเขียนไว้ในบล็อก (พี่นกซึ่งปกติไม่ได้สนิทกับยูนานะขนาดนั้น)
ที่บอกว่า
"(เธอ)จะไม่เป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างอะไรบางอย่างให้กับ SKE48 อีกแล้วงั้นเหรอ...แต่บางทีเธออาจเป็นไปแล้วก็ได้"
มันใช่เลย ยูนานะเป็นคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ SKE ไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ก็อยากให้ยูนานะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างมีความสุข อัพโซเชี่ยลบ้าง พอให้ได้เห็นหน้ากัน ให้ได้รู้ว่ายูนานะมีความสุขดี
แค่นี้ก็พอแล้ว
ส่วน SKE ไม่ต้องห่วง
เรายังมีเด็กรุ่นใหม่ที่ร้อนแรงและพร้อมจะขึ้นมายืนเป็นแนวหน้าอยู่อีกเพียบ ขอแค่โอกาสที่เด็กๆจะได้แสดงออก
ถ้าจะให้พูด ก็ต้องบอกว่าสถานการณ์ช่วงนี้ดีกว่าช่วงปี 2016 แบบหน้ามือเป็นหลังมือ
มีรายการเยอะมาก หลากหลายช่องทาง ทั้งฟรีทีวี ทั้งวิทยุ ทั้งสตรีมมิ่งออนไลน์
ก็หวังว่าเด็กๆจะคว้าไว้ได้เมื่อโอกาสมาถึง
จบค่ะ
ปล. เราจะเป็นหนักกับยูนานะมากหน่อย เพราะเห็นน้องมาตั้งแต่เดบิวต์เปิดตัวในงานจับมือ จนขึ้นอันเดอร์ในสเตจทีม S ครั้งแรก จนได้มาถึงตอนนี้ เหมือนเห็นลูกโต
ปล2. ไม่ว่ายูนานะจะอยู่ไหน ยูนานะก็จะเป็นลูกเราเสมอค่ะ
ปล3. ยูราระของพี่.......................................
ปล4. เดี๋ยวจะเอาที่แปลบล็อกเมมเบอร์คนอื่นที่เขียนถึงยูนานะมาลงให้อ่านอีกที
วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
(91)[100%SKE48 Vol.2] แปลบทสัมภาษณ์ดาสุ (สุดะ อาคาริ)
Work Out ทะลุลิมิต
DASU BOOT CAMP
สุดะ อาคาริ
จนถึงตอนนี้ สุดะ
อาคาริได้ก้าวข้ามกำแพงมาแล้วหลายกำแพง ไม่ว่ายังไง
ช่วงโมเม้นต์ที่เธอคนนี้เปล่งประกายที่สุดก็คือตอนก้าวข้ามลิมิตนั่นเอง ทัศนคติเช่นนี้
ความกล้าเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย
ตอนนี้เป็นอีกครั้งที่สุดะจะท้าทายกับลิมิตใหม่
ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ทั้งสองทางเลย
- เหนื่อยหน่อยนะครับ (หัวเราะ)
ไม่ว่ายังไงสุดะซังก็กล้าที่จะท้าทายเรื่องใหม่ๆตลอด
ทัศนคติที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างนี้ เราก็อยากมีบ้างเหมือนกัน
สุดะ: ขอบคุณมากค่ะ! แต่ว่า...ปกติก็คงไม่ทำอะไรอย่างนี้แน่ ระหว่าง(สัมภาษณ์)นี้อย่าใช้คำที่ยกย่องขนาดนั้นเลยค่ะ
(หัวเราะ) แต่ฉันดีใจมากที่ได้รับโอกาสนี้ ตอนนี้รู้สึกว่าเป็นคนที่โชคดีมากเลย ที่จริงฉันคิดว่าตัวเองก็เป็นคนมีกล้ามเนื้อ
มีแรงอยู่พอสมควรนะ แต่นี่ทำให้รู้ว่าตัวเองก็ไม่เอาไหนเหมือนกัน
- ไม่ได้เป็นหนักถึงขั้นนั้นซักหน่อย...(หัวเราะ)
สุดะ: ฉันคิดตลอดเลยล่ะว่า
“ฉันนี่ ทำอะไรก็ไม่ได้ซักอย่าง” (หัวเราะ) เพราะงั้นเลยรับความท้าทายนี้มาเต็มที่เลยค่ะ
- พูดถึงความท้าทาย สุดะซังเป็นลีดเดอร์ของทีม E ที่เล่นสเตจใหม่ซึ่งไม่มีเพลงของ SKE เลยซักเพลง
สุดะ: จริงๆก็กลัวมากเหมือนกัน
เดิมพวกเราคิดเหมือนทีม S ว่าจะเล่นสเตจที่ใช้เพลง SKE เท่านั้น ความจริงก็จัดกลุ่ม setlist เลือกเพลงกันเสร็จแล้วเหลือแค่เรียงลำดับเพลง
แต่รู้สึกว่ามันคล้ายกับสเตจทีม S ที่เริ่มเล่นไปก่อนมากๆ
ทุกคนก็ตกใจแบบว่า “จริงเหรอ!” (หัวเราะ)
- “ไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย!?” ใช่มั้ยครับ
(หัวเราะ)
สุดะ: เพราะงั้น เลยคุยกันว่า
“ถ้าเล่นซ้ำกัน ก็อย่าเลยดีกว่านะ” พอตอนที่ปรึกษากับสตาฟฟ์อีกรอบว่าจะเอาไงดี
ตอนนั้นก็มีคนเสนอว่า “ทีมเซอร์ไพรส์ล่ะเป็นไง?” แม้โมเม้นต์นั้นจะตกใจร้อง “เอ๊!!!” ออกมาแต่ก็อยากลองทำดูมากเลยค่ะ การได้ก้าวเข้าไปในที่ๆยังไม่มีใครเคยไปเป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากๆ
- นั่นสินะครับ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกกลัวด้วย?
สุดะ:
เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยลองทำมาก่อน
แล้วก็เป็นสเตจที่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่สุดด้วยใช่มั้ยล่ะคะ ตอนแรกสุดขนาดท่าเต้นก็ยังไม่รู้ชัดเจนเลย
แล้วยังต้องคิดท่าเพิ่มด้วย พวกแสงไฟก็ต้องเซ็ตใหม่หมด เรียกว่าใช้เวลา
ใช้แรงไปกับมันเยอะมาก และเหนือสิ่งอื่นใดคือ กังวลว่าแฟนๆจะงงว่า “เพลงของ AKB เหรอ?” มั้ย
- เพราะพวก “คลั่งเลือดแท้” ก็เหมือนจะมีอยู่ด้วยล่ะนะครับ
แต่นั้นมันก็เป็นส่วนที่แข็งแกร่งนะ
สุดะ: นั่นสินะคะ
แต่ว่าก็มีความรู้สึกขึ้นมาว่า ยังไงก็ต้องทำ! น่ะค่ะ (หัวเราะ)
ตอนที่เริ่มเห็นว่า “น่าจะทำได้นะ” ฉันก็รู้สึกได้ว่าทุกคนน่ะตื่นเต้นกันมาก
อยากให้เอาความรู้สึกแบบนี้มาผูกรวมกันค่ะ
- วันเริ่มเล่นสเตจแรก คิโมโตะ (คาน่อน) ซังก็พูดว่า “อยากให้ทีม E เป็นทีมที่เป็นตัวแทนของ SKE ได้”
คำพูดนี้น่าประทับใจมาก ได้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังประกาศว่า SKE48 จะท้าทายต่อไปไม่หยุดยั้งเลย
สุดะ: ใช่ค่ะ! ฉันว่าไม่ว่าอะไรก็ทำได้
- สเตจใหม่ทีม E
ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่รู้สึกว่าทิศทางลมจะเริ่มเปลี่ยนไปอีกแล้ว คุมาซากิ
(ฮารุกะ) ซังและฟุรุฮาตะ (นาโอะ) ซังได้ประกาศว่าจะเป็นคนสืบทอดตำแหน่งเซ็นเตอร์ แน่นอนว่าสุดะซังเองก็คงรู้สึกได้ใช่มั้ยครับ?
สุดะ: จะว่ายังดีน้า...ไม่กี่ปีมานี้ ฉันก็เป็นตัวแทนของ
SKE48 ยืนอยู่ข้างหน้าพร้อมกับ (มัตสึอิ) จูรินะซัง ก็อาจจะมีถือตัวอยู่บ้าง
แม้ยังไม่ถึงขั้นมั่นใจในตัวเองแต่ก็รู้สึกว่าต้องแบกรับความรับผิดชอบอยู่เหมือนกัน
ดังนั้นพอได้ยินรุ่นน้องพูดว่า “อยากจะเป็นจูรินะซังคนต่อไป”
“อยากจะก้าวข้ามจูรินะซัง” ใจนึงก็คิดว่าพวกเขาพึ่งพาได้จริงๆ อีกใจก็คิดว่า “ถ้าฉันเป็นอีกคนที่พวกเขาอยากก้าวข้ามมั่งก็คงดีน้า”
ไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้นมันก็รู้สึกแย่นิดหน่อยค่ะ
- โอ้...”ก่อนจะถึงจูรินะซัง ลืมใครไปรึเปล่า?” อะไรประมาณนี้
สุดะ: คิดในใจว่า “ก็ฉันนี่ไง!” ในใจคิดงี้ตลอดเลยค่ะ!
- ย้ำ 2 รอบเลยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าทุกคนได้ยินเรื่องพวกนี้ คงตัวสั่นกันหมดแล้ว
สุดะ: ก็อยากลองแกล้งถามพวกเขาดูเหมือนกันว่า “นี่ฉันไม่นับเป็นกำแพงที่อยู่หน้าพวกเธอเหรอ?”
(หัวเราะ) แต่ว่าก็อยากให้พวกเขาพยายามให้เต็มที่จริงๆค่ะ ฉันเองก็พร้อมจะแข่งด้วยเหมือนกัน
เฮะๆๆ
- ไม่หรอกครับ แบบนี้ถูกต้องแล้ว เราไม่ได้เห็น “Killer สุดะ” มานานแล้ว (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าที่พูดหมายความอย่างนี้รึเปล่านะครับ
แล้วสุดะซังตอนนี้จับตามองเมมเบอร์คนไหนมากที่สุดครับ?
สุดะ: ใครน้า? แต่นาโอะจังน่ะ
ใน “Kin no ai, Gin no ai” มีท่อนที่เราต้องร้องด้วยกัน ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองลอยขึ้นมาเลยล่ะ
เดิมฉันก็คิดว่านาโอะจังมีสิ่งที่ทำให้ขนลุกได้เสมอตั้งแต่สมัยเป็นเคงคิวเซย์แล้ว เพราะงั้นพอมองดูเธอแล้วฉันรู้ตัวว่าคงทำได้ไม่ดีเท่านั้นแน่
ก็คิดได้ว่าตัวเองต้องพยายามต่อไป อยากเชื่อมั่นว่าตอนนี้ยังไม่ใช่ที่สุดของตัวเองค่ะ
- พูดถึงที่สุดของสุดะซัง ที่ผ่านมาก็ก้าวข้ามลิมิตตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ละครั้งที่ดีดตัวออกไปใช้แรงอย่างมหาศาล ท้าทายกำแพงที่อยู่ข้างหน้ามาเรื่อยๆจนเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เหรอครับ
สุดะ: ฮุๆๆ ค่ะ
- จะท้าทายต่อไปหรือจะออกตามหาคุณค่าอื่นๆที่ต่างออกไป ตอนนี้เลือกทางไหนครับ?
สุดะ: เรื่องนี้นะ...เลือกทั้งสองทางเลยค่ะ! ไม่ว่าทางไหนฉันก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่อยากให้คนพูดว่า “ไม่เห็นจำเป็นต้องยึดติดกับเซมบัตสึ
AKB ก็ได้นี่?” แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจโลกภายนอกนะคะ
คือภายในกรุ๊ปก็ตั้งใจพยายาม งานเดี่ยวนอกกรุ๊ปก็ทำไปพร้อมกันด้วย ที่จริงก็มีคนที่ทำแบบนี้ได้อยู่ไม่ใช่เหรอคะ
งั้นฉันเองก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน ยังไงก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ!
- ขอบคุณมากๆเลยครับ สำหรับคำตอบแบบ 100% สุดะ อาคารินี้!
วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561
(91)[100%SKE48 Vol.2] แปลบทสัมภาษณ์สั้นๆฮารุทามุ(ฟุตามุระ ฮารุกะ) + พี่นก(ทาคายานางิ อากาเนะ) + เอโกะเทน (เอโกะ ยูนะ)
ฟุตามุระ ฮารุกะ
- ถึงจะถ่ายทำไปตั้งแต่ 5 เดือนที่แล้ว แต่รูปที่ใช้ไม่เหมือนคราวก่อนนะครับ
ฮารุ:
คราวนี้ไม่ใช้รูปที่ถ่ายเมื่อ 2 ปีก่อนก็ดีแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ)
- กราเวียร์นั้นตั้งชื่อไปตรงๆว่า “Sexy
Harley” ถ้าหลังจากนี้ฟุตามุระซังได้ถ่ายอีกจะเป็น “Sexy….” อะไรครับ?
ฮารุ: ถ้าลงติดต่อกันเป็นซีรี่ย์
“Sexy Parts” (อวัยวะที่เซ็กซี่) เป็นไงคะ? คราวนี้ก็เป็น
“ริมฝีปาก”
- จะลงทุกอาทิตย์เลยสินะครับ
(หัวเราะ) แล้วส่วนที่เซ็กซี่ของตัวเองคือตรงไหน?
ฮารุ: ทั้งหมดเลยค่ะ
แม้แต่ออร่าก็ด้วย!
- นี่เว่อร์เกินไปแล้ว (หัวเราะ)
ฮารุ: ขอโทษค่ะ พูดเว่อร์เกินจริง
(หัวเราะ) แต่ว่าฉันไม่ได้คิดว่าหุ่นตัวเองเซ็กซี่เลย
- ความรู้สึกแบบนี้ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ
ไม่อวบเกินไปแล้วก็ไม่ผอมเกินไป ดูเป็นคนที่ออกกำลังกายมาดี
ฮารุ: ฉันน่ะ
จริงๆแล้วเป็นพวกมองโลกแง่ร้ายค่ะ แต่เทรนเนอร์จะคอยตะโกนว่า “ต้องทำได้สิ!
สู้!” พอได้ไปยิมแล้วทำให้ฉันมองโลกแง่ดีขึ้น
เพราะงั้นมันดีมากเลยที่จะใช้ปรับอารมณ์ แล้วก็พอได้ไปยิมก็ได้รู้รายละเอียดการเทรนนิ่ง
กลายเป็นว่ามีคนล่ำบึ้กมาต่อแถวในงานจับมือเยอะมากเลยค่ะ (หัวเราะ) แบบว่า
“ยกได้กี่โลเหรอ?” “ก่อนนอนกินเวย์โปรตีนก็ดีนะ” คุยกันไปฉันก็คิดว่าทั้งที่ฉันเป็นไอดอลแท้ๆนะ
(หัวเราะ) แต่ว่าความรู้สึกแบบที่ไม่บังคับตัวเองมากเกินไปมันก็สบายจริงๆค่ะ
- เป็นตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ดีนะครับ อยู่ในที่ๆดีใช้ได้เลย
ดังนั้นเลยนึกไม่ค่อยออกว่าคู่แข่งของฟุตามุระซังจะเป็นใคร
ฮารุ: เมื่อก่อนฉันจะเป็นแบบว่า
ตอนนี้ตั้งเป้าที่คนนี้ ตอนนี้จะตั้งที่คนนี้ แต่ตั้งแต่หาคาแรคเตอร์ของตัวเองเจอแล้วก็ไม่ค่อยสนใจรอบข้างเท่าไหร่แล้วค่ะ
เพราะงั้นถ้าจะให้มองคู่แข่งล่ะก็ ทุกคนก็เป็นคู่แข่งหมดล่ะนะ ดังนั้นเลยอยากเป็นตัวของตัวเอง
เพิ่มฐานแฟนตัวเองค่ะ ในงานจับมือก็มีคนที่มาครั้งแรกเพราะได้ดู “SASUKE” ด้วยค่ะ
- “SASUKE” แฟนๆหน้าใหม่! บางทีอาจจะติดใจจากตอนถอดเสื้อก็ได้นะครับ
ฮารุ: เป้าหมายฉันปีนี้คือ “มิดชิดให้มากขึ้น” ค่ะ
แต่ว่า...จากนี้ไปก็อยากจะตอบแทนให้สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตารอเหมือนกันค่ะ
(หัวเราะ)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทาคายานางิ อากาเนะ
- บทสัมภาษณ์นี้ ลงใน “100%SKE48”
Vol.2 ด้วย ก่อนอื่นเลย คอนเสิร์ต Zero Position เหนื่อยหน่อยนะครับ
ชูริ: มาดูด้วยสินะคะ?
ทราบมาจากชิราอิชิ โคจิซัง(สมาชิกวง YOUR SONG IS GOOD ซึ่งเป็นแฟน
SKE) น่ะค่ะ หลังจากคอนเสิร์ตฉันก็เอาแต่พูดเรื่องเพลง Cross (หัวเราะ)
- เราก็อุตส่าห์ตั้งตารอว่า อันดับ 1 ของ request
hour จะเป็นเพลง Cross (หัวเราะ) เพราะเห็นว่าเริ่มเคาท์ดาวน์โดยแบ่งเพลงเป็นเพลงไอดอลแต่ละยุค
เลยคิดว่าที่ 1 อาจจะใช่
ชูริ: อย่างนั้นมันก็กลายเป็นคอนเสิร์ต
“เพื่อทาคายานางิ” สิคะ! (หัวเราะ)
แต่ว่าคราวนี้ตัวฉันเองได้ร่วมทำงานเบื้องหลังด้วย รู้สึกสนุกมากกว่าเหนื่อยค่ะ
ไม่ได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่โตเกียวนานแล้ว คราวหน้าถ้ามีงานของ Zero Position
อีกก็อยากเล่นคอนเสิร์ต SKE48 ทั้งวงค่ะ! แต่ว่าผลงานมันดีมากตั้งแต่ครั้งแรกเลย ครั้งที่สองคงจะยิ่งยากขึ้นไปอีก
- ครั้งที่ 2 ก็มีความยากอยู่สินะครับ ที่ทำ (เล่ม 2)
นี่พวกเราก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน
ชูริ: อะฮ่าๆๆๆ
นั่นสินะคะ
- คราวนี้น่ะ มีคำถามนึงที่เราถามทุกคนเลย
เมมเบอร์ที่ทาคายานางิซังจับตามองมากที่สุดตอนนี้คือใครครับ?
ชูริ: อืม...เหมือนจะมีนะคะแต่แค่ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง
นั่นคือเอโกะ (ยูนะ) จังค่ะ เป็นประเภทที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะเก็บไว้กับตัวเอง
แต่เอโกะจังบอกฉันว่า “พอได้เจอชูริซังก็เริ่มพูดคุยกับคนอื่นได้แล้วค่ะ”
ทั้งๆที่ฉันคิดว่าคงจะไม่สนิทกับเด็กคนไหนเป็นพิเศษแล้วนะ แต่มีเด็กที่เดินตามรอยฉันอยู่ก็เหมือนได้ทิ้งมรดกเอาไว้เลย
- ได้ไปทานข้าวด้วยกันมั่งมั้ยครับ?
ชูริ: ไม่เคยค่ะ
เธอแทบไม่ยอมสบตาฉันเลย เวลาคุยกันปกติก็จะอยู่ข้างๆ (หัวเราะ) ฉันพูดเองอาจดูเว่อร์ไป
แต่ความรักจากเอโกะจังมันบริสุทธิ์มากๆเลยค่ะ
ตรงไปตรงมามาก...เรื่องนี้น่ะไว้คราวหน้ามาคุยกันอีกรอบนะคะ
- แฟนๆ SKE48 คงจะร้อง “อยากเป็นทาคายานางิจังเลย”
กันใหญ่แล้ว (หัวเราะ) แล้วจะหาโอกาสมาใหม่นะครับ ฝากด้วยครับ!
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
รักแรกของนางฟ้า
เอโกะ ยูนะ
- คราวนี้เราตัดภาพเซ็ต "เอโกะเทนบิกินี่" ที่ไม่เคยตีพิมพ์มาลงครับ
เอโกะ: ขอบคุณนะคะ (หัวเราะ)
- อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับกราเวียร์นะครับ คือก่อนหน้านี้เราได้คุยกับทาคายานางิ (อากาเนะ) ซัง....
เอโกะ: (โพล่งออกมา) เอ๋! อะไรเหรอคะ? คุยอะไรเหรอ?
- อย่างพวกเรื่องความรักของเอโกะซัง อะไรนั้นล่ะครับ (หัวเราะ)
เอโกะ: ดูเหมือนจะมาทางฉันคนเดียวเลยนะคะ (หัวเราะ) ถึงมันจะไม่ผิดก็เถอะ ฮุๆๆ....
- ก็ดูแล้วตอนนี้เหมือนเรื่องราวความรักกำลังจะเริ่มขึ้นเลย เป็นสีหน้าของเด็กสาวที่ดูแปลกไปจากปกตินี่ครับ!
เอโกะ: แรกสุดคงเป็นตอนสเตจ "Ramune no nomikata" น่ะ...
- (เริ่มพูดถึงเองเป็นครั้งแรกเลย!)
เอโกะ: ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่ในทีมจบการศึกษากันไป ทั้งได้เป็นเซมบัตสึครั้งแรกใน Coquettish Juutaichuu ปรับอารมณ์ตัวเองไม่ทันเลยค่ะ ก่อนหน้าสเตจจะเริ่มก็แอบร้องไห้อยู่ข้างหลังคนเดียว ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงชูริซังเข้ามาเรียก ฉันน่ะเวลามีเรื่องกลุ้มใจจะไม่ค่อยปรึกษาใคร ชอบเก็บเอาไว้กับตัวเอง แต่ถ้าเป็นชูริซังก็จะพูดด้วยได้ค่ะ คืนวันนั้นก็ส่งเมล์ไป แล้วเธอก็บอกมาประมาณว่า "ถ้าโอเคกับฉันล่ะก็ ฉันอยู่ตรงนี้เสมอนะ" เฉยเลยค่ะ!
- เพราะชื่อเอโกะซังอยู่ติดกับทาคายานางิซัง รู้สึกเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเลยล่ะครับ คราวหน้าขอสัมภาษณ์ "เอโกะชูริ" ด้วยนะครับ!
- "เป็นไปได้ว่านี่จะเป็นรักครั้งแรกของเอโกะ ยูนะ" ชัดเจนขึ้นมาเลยนะครับ (หัวเราะ)
เอโกะ: จะว่าไงดีล่ะ...แบบว่าสุดยอด...เขินมากเลย! ขนาดเวลาว่างๆก็อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความฝันของฉัน หรือมีเรื่องอะไรดีๆ ก็บอกกับชูริซังหมดเลย...ประมาณนั้นแหละค่ะ
- ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นนางฟ้าของเอโกะซัง งั้นขอเปลี่ยนเรื่องนิดนึงนะครับ (หัวเราะ) ฟุรุฮาตะ (นาโอะ) ซังที่อยู่รุ่นเดียวกันและคุมาซากิ (ฮารุกะ) ซังรุ่นน้องได้ประกาศว่าจะเป็นเซ็นเตอร์ให้ได้ เอโกะซังมองเรื่องนี้ยังไงครับ
เอโกะ: ฉันก็ทำกิจกรรมในฐานะ SKE48 มาประมาณ 5 ปีแล้ว แน่นอนว่าตำแหน่งที่เป็นเป้าหมายก็คือเซ็นเตอร์ค่ะ แต่จนกว่าจะสามารถพูดออกไปได้เต็มปากก็อยากจะแข็งแกร่งกว่านี้ค่ะ ความรู้สึกเจ็บใจกับตำแหน่งที่ยืนอยู่ก็มีเหมือนกัน- ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นนางฟ้าของเอโกะซัง งั้นขอเปลี่ยนเรื่องนิดนึงนะครับ (หัวเราะ) ฟุรุฮาตะ (นาโอะ) ซังที่อยู่รุ่นเดียวกันและคุมาซากิ (ฮารุกะ) ซังรุ่นน้องได้ประกาศว่าจะเป็นเซ็นเตอร์ให้ได้ เอโกะซังมองเรื่องนี้ยังไงครับ
- เพราะชื่อเอโกะซังอยู่ติดกับทาคายานางิซัง รู้สึกเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเลยล่ะครับ คราวหน้าขอสัมภาษณ์ "เอโกะชูริ" ด้วยนะครับ!
เอโกะ: ยินดีค่ะ! ถึงจะนั่งมองหน้าตรงๆไม่ได้ก็ตาม (หัวเราะ)
(91)[100%SKE48 Vol.2] แปลบทสัมภาษณ์โอจัง x ยูกะตัน (สุเอนากะ โอกะ x อาซาอิ ยูกะ)
พลุนั้นพวกเราจะเป็นคนจุดเอง
การแสดงอย่างเต็มที่ด้วยผมที่ยาวสลวย
ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็สามารถดึงดูดสายตาได้อย่างอาซาอิ ยูกะ และสุเอะนากะ โอกะ
ในฐานะ
“7D2”
ลูกคนสุดท้องของ SKE48
คู่หูที่เกลียดการยอมแพ้ได้พูดถึงความทะเยอะทะยานอันร้อนแรง เมื่อรุ่น 8 เข้ามา
แน่นอนว่ามันจะต้องร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีกอย่างไม่ต้องสงสัย!
อาซาอิ
ยูกะ x สุเอนากะ
โอกะ
2 คน 21 ตำแหน่ง
- ก่อนอื่นอยากถามถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนครับ เป็นยังไงครับ?
โอจัง: เพราะเราต้องขึ้นแสดงสเตจใหม่ทีม E (เริ่มวันที่
9 กันยายน 2016) ด้วยกัน ก็เลยได้อยู่ด้วยกันเยอะมากค่ะ
- เคยไปเที่ยวด้วยกันมั้ย?
โอจัง: ถ้าแค่ 2 คน ยังไม่เคยค่ะ
ยูกะตัน: เคยแต่ไปด้วยกันหลายคน
- ที่เชิญทั้ง 2 คนมา เพราะได้ดูไลฟ์ที่มิฮามะเมื่อเดือน 8 ครับ
คุณสองคนเป็นเซนเตอร์คู่ในการแสดงของเคงคิวเซย์เพลง Hanabi wa Owaranai
เป็นการแสดงที่น่าสนใจมาก
ทั้งคู่: ขอบคุณมากค่ะ!
- นอกจากนั้น ในคอนเสิร์ตจบการศึกษาของชิบาตะ อายะซัง (ที่ Zepp
Nagoya) ก็โดดเด่นมาก ในสเตจวันแรกของทีม E ก็เป็นเคงคิวเซย์แค่
2 คนที่ได้ขึ้นแสดง เพราะงั้นเลยคิดว่าจะต้องคุยด้วยให้ได้น่ะครับ
ทั้งคู่: ขอบคุณค่ะ
- มีโอกาสได้ออกมายืนแถวหน้ามากขึ้นแล้ว เริ่มรู้สึกบ้างมั้ยครับ?
ยูกะตัน: นั่นสินะคะ เราสองคนต่างก็เคยยืนข้างหลังสุดมาแล้ว
โอจัง: น่าจะประมาณปีก่อน
ยูกะตัน: ตอนแสดงเพลง Mae no Meri ในสเตจ
เราสองคนก็ยืนอยู่หลังสุดของริมทั้งสองฝั่ง
โอจัง: อยู่ตรงริมสุดของแถวสุดท้าย ตอนที่รู้ตำแหน่งของตัวเองรู้สึกเจ็บใจมากเลยค่ะ
ยูกะตัน: เจ็บใจมากจริงๆ แต่ตอนนี้ฉันได้ยืนเซนเตอร์เพลง Gonna
Jump ในสเตจเคงคิวเซย์ ส่วนโอจังก็ยืนเซนเตอร์ใน Kin no ai, Gin no
ai
- ใน 1 ปีที่ผ่านมานี้ พยายามทำอะไรบ้าง?
โอจัง: เพราะอยากขึ้นแสดงในสเตจเลยพยายามค่ะ สมัยก่อนฉันน่ะ
สมมติว่าจะส่งเคงคิวเซย์ไปงาน 4 คน ฉันจะไม่ได้ไปแน่นอน คงเพราะยังแสดงได้ไม่ดีพอ เพราะอยากจะทำงานพวกนั้นเลยยิ่งต้องพยายามมากขึ้น
- ซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายเลย?
โอจัง: ใช่ค่ะ!
- ซ้อมในห้องซ้อมเหรอครับ?
โอจัง: ใช่ค่ะ ก่อนอื่นก็จำท่าเต้นมาจากบ้าน แล้วก็มาซ้อมกับเพลงในห้องซ้อม
จากนั้นก็เริ่มเต้น ตรงไหนที่ยังไม่ดีก็จะซ้อมอีก...ประมาณนี้ค่ะ
- รุ่น 7 คงไม่ได้มารวมตัวกันซ้อมสินะครับ?
โอจัง: ซ้อมแยกกันค่ะ
ยูกะตัน: เราไม่มีโอกาสที่จะรวมตัวกันค่ะ เลยต้องซ้อมแยกกัน
- นั่นสินะ แต่ละคนก็ต้องแยกกันขึ้นสเตจ คงจะรวมตัวกันก็ยาก
นี่จำได้กี่สเตจกันครับ?
ยูกะตัน: ฉันได้ 7 สเตจค่ะ!
โอจัง: ฉันได้ 6 ค่ะ!
ยูกะตัน: ฉันน่ะได้ 9 ตำแหน่งใน 7 สเตจ
โอจัง: ในเสตจ Party ฉันจำได้ 4 ตำแหน่งล่ะ...
ยูกะตัน: เก่งจัง!
โอจัง: KII 3 ตำแหน่ง, S 2 ตำแหน่ง, E 2 ตำแหน่ง สเตจใหม่ทีม E 1 ตำแหน่ง ก็เท่ากับ....12
ตำแหน่ง!
- จำได้เยอะขนาดนั้นเลย! นี่เรียนรู้ด้วยตัวเองหมดเลยรึเปล่าครับ?
โอจัง: แรกๆก็เรียนรู้ด้วยตัวเองค่ะ
ยูกะตัน: พวกเราได้อันเดอร์ครั้งแรกช้ามากค่ะ
โอจัง: เพิ่งได้เริ่มเมื่อเดือน 1 ปีนี้ (2016) เอง
ยูกะตัน: ของฉันเริ่มเดือน 12 ปีที่แล้ว (2015) ตอนนั้นรุ่น 7
แทบจะได้อันเดอร์กันไปหมดแล้ว รู้สึกว่า “แย่แล้ว” จริงๆค่ะ
โอจัง: กังวลมากเลยล่ะ
ยูกะตัน: ก็เลยเริ่มพยายามซ้อมให้มาก...
- ปรับตัวเหรอครับ?
ทั้งคู่: ค่ะ!
- ฮ่าๆๆๆ คงเคยคิดว่า “ต้องปรับตัวให้ได้ สู้ตาย!” สินะ
ทั้งคู่: คิดค่ะ!
โอจัง: พอไปบอกผู้จัดการว่า “ตำแหน่งนั้นกับตำแหน่งนี้ฉันจำได้แล้วนะคะ!” ก็จะได้รับการทดสอบ
ยูกะตัน: สอบไม่ผ่านก็มีเหมือนกันนะคะ ตอนทดสอบรุ่น 7 ที่จะขึ้นสเตจ Seifuku
no me ครั้งแรก ฉันตกล่ะ!
โอจัง: ฉันน่ะขนาดทดสอบรอบสองแล้วก็ยังตกค่ะ
ยูกะตัน: นั่นน่ะ ร้องไห้หนักมากเลย แต่ว่าพอตอนหลังซ้อมจนจำได้แล้ว
ก็ผ่านการทดสอบ ในที่สุดก็ได้ยืนในจุดที่เคยสอบตก รู้สึกแบบทำสำเร็จแล้ว!
- รุ่น 7 เดบิวต์ครั้งแรกในไลฟ์งานจับมือเปิดตัวเพลง Coquettish
Juutai chuu (ที่ Pacifico Yokohama) เมื่อวันที่ 31 มีนาคมปีที่แล้ว (2015)
ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้มั้ยครับ?
ทั้งคู่: จำได้ค่ะ!
โอจัง: ตื่นเต้นมากค่ะ ตำแหน่งในตอนนั้นดีมากๆเลย อยู่ตำแหน่ง 3 กับ 4 ค่ะ!
ยูกะตัน: ฉันอยู่ตำแหน่ง 2 ค่ะ! เซนเตอร์คือคาโน่จัง
คาโน่จังน่ะป็อปมากตั้งแต่เริ่มออดิทชั่น ได้ที่ 1 น่ะค่ะ
- ตอนออดิทชั่นรุ่น 7 มีป็อปปูล่าร์โหวตสินะ งั้นสเตจ Party วันแรกเมื่อวันที่
6 กรกฎาคมล่ะครับ?
ยูกะตัน: ฉันชนะยูนานะ (โอบาตะ ยูนะ) ด้วยค่ะ!
โอจัง: ฉันได้อยู่หน้ากว่าราระ (โกโต้ ราระ) อีกค่ะ!
- พูดอีกอย่างคือ ตั้งแต่นั้นก็ตกลงไปเรื่อยๆ
ทั้งสองคนก็เป็นพวกไม่ชอบความพ่ายแพ้ แล้วที่โรงเรียนมีเรื่องที่ไม่ยอมแพ้มั้ยครับ?
โอจัง: ตอนที่แข่งกับเพื่อนๆเรื่องการสอบ ฉันแพ้ค่ะ ตอนที่เพื่อนมาอวดว่าได้คะแนนเยอะกว่าฉันน่ะ
มันเจ็บใจชะมัด!
ยูกะตัน: ตอนฉันอยู่ประถมฉันเป็นกรรมการนักเรียนค่ะ ฉันถนัดสรุปเรื่องต่างๆ
แต่ตอนนี้ได้ทำกิจกรรมของ SKE48 ตามที่ฝัน เลยแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนๆในห้องเลยค่ะ
- อ๊ะ? เป็นงั้นเหรอ?
ยูกะตัน: เพราะงั้น หลังจากนี้จะพยายามมีเพื่อนให้มากขึ้น!
- นี่เราคุยอะไรกันอยู่เนี่ย (หัวเราะ)
ที่อยากทราบคือเรื่องที่ไม่ยอมแพ้ต่างหากครับ
ยูกะตัน: ดันพูดไปคนละเรื่องเลย (หัวเราะ)
แรงผลักดันของทั้งสองคน
- สำหรับการดิ้นรนต่อสู้ของทั้งสองคน ถ้าถูกชมเรื่องไหนจะดีใจที่สุดครับ?
โอจัง: เรื่องไหนก็ดีใจค่ะ แต่ถ้ามีคนบอกว่า “แสดงได้ดีมากเลย” จะดีใจมากค่ะ!
ยูกะตัน: “ตรงนี้ของเพลงนั้นน่ะ ทำได้ดีมากเลย” ถ้าชมแบบนี้จะดีใจมากค่ะ
ฉันน่ะชอบสุดะ อาคาริซังมาก ตอนที่ได้ดู “Koisuru Fortune Cookie” ในทีวี พอเห็นสุดะซังโพสท่าทำมือเป็นรูปหัวใจก็ชอบเลยค่ะ
เป็นเพราะโมเม้นท์นั้นเลย! ดังนั้นถ้าฉันทำให้คนชอบแบบนั้นได้บ้าง
ก็จะดีใจมาก
- ก่อนหน้านี้ชอบ 48group มาก่อนรึเปล่า?
ยูกะตัน: ฉันได้ไปดูคอนเสิร์ต SKE48 ที่นาโกย่าโดมค่ะ (เมื่อเดือน 2 ปี 2014)
- เกี่ยวกับที่มีลูกพี่ลูกน้องเป็นคิซากิ ยูริอะรึเปล่า?
ยูกะตัน: ใช่ค่ะ
- สุเอนากะซังเป็นแฟน 48group รึเปล่าครับ?
โอจัง: ฉันชอบ SKE48 มานานแล้วค่ะ ยังได้ไปตามรอยสถานที่สำคัญด้วย
- เห็นในบล็อกแล้วล่ะครับ (หัวเราะ) ทั้งสองคนมีกิจกรรมที่น่าสนใจมาก
แล้วอะไรที่เป็นแรงผลักดันครับ?
ยูกะตัน: การได้พบปะกับแฟนๆค่ะ งานจับมือน่ะสนุกมาก
อยากให้แฟนๆมาเพิ่มขึ้นแม้คนนึงก็ยังดี ถ้าคุยเหมือนๆกันหมดก็คงน่าเบื่อ
เพราะงั้นจะพยายามคุยเรื่องที่ไม่ซ้ำกันค่ะ
- ถึงจะเพิ่งอยู่ม.1 แต่สุดยอดเลยนะครับ!
ยูกะตัน: ช่วงนี้ก็มีแฟนๆของสุดะ อาคาริซังมาด้วยค่ะ! คุยเรื่องสุดะซังกัน
สนุกจริงๆค่ะ!
- ตอบด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุขจากใจเลยนะ (หัวเราะ) ความสามารถในการสื่อสารของทั้งสองคนนั้นดีมากเลยนะครับ
คุยกับผู้ใหญ่ไม่กลัวเหรอครับ?
ยูกะตัน: ก่อนฉันเข้ามา SKE48 ก็เคยสัมภาษณ์ในรายการทีวีค่ะ
ตอนที่ถามว่าอาหารเป็นไงมั่ง ฉันได้แต่พูดว่า “อร่อยค่ะ” แต่ว่าตั้งแต่เข้า SKE48
มาก็ค่อยๆพูดเก่งขึ้นแล้ว
- ยินดีด้วย (หัวเราะ) แล้วแรงผลักดันของสุเอะนากะซังล่ะครับ?
โอจัง: แรงผลักดันคือการได้เข้ามาอยู่ SKE48 ค่ะ
ฉันอยากเข้า SKE48 อยากเต้นแบบ SKE48 มีแฟนๆมาดู มีรุ่นพี่ มีรุ่นเดียวกัน พวกนี้เป็นแรงผลักดันหมดเลย
- ทำไมถึงชอบ SKE48 ขนาดนี้ล่ะ?
โอจัง: เพราะการเต้นที่เท่มาก ได้ดูพวกเขาเปล่งประกายในทีวีก็ชื่นชมมากๆค่ะ
ตั้งแต่ “Tsuyoki mono yo” ก็เริ่มชอบแล้ว
- ที่แท้ก็คนเก่าแก่ (หัวเราะ)
โอจัง: ตอนนั้นอายุประมาณ 7 ขวบค่ะ ตอนป.4 ก็อยากเป็นไอดอล แม้ตอนนั้นจะทำงานนางแบบอยู่แต่ก็อยากลองเป็นไอดอล
อีกอย่างมีรุ่นพี่นางแบบที่ได้เข้า AKB48 ด้วย รู้สึกว่าสุดยอดมาก
ฉันก็เลยอยากเข้าบ้างน่ะค่ะ
- รุ่นพี่คนนั้นคือ?
โอจัง: โยโกชิม่า อาเอริจังค่ะ
- ดราฟต์รุ่น 1 ที่มาจากไอจินั่นเอง
โอจัง: แต่ว่า ที่รู้สึกประทับจากที่ดูทางทีวีก็สำคัญค่ะ
อยากจะเป็นคนที่สร้างตวามประทับใจแบบนั้นได้บ้าง
- แค่ป.4ก็มีความคิดลึกซึ้งขนาดนี้แล้ว!
อาซาอิซังเริ่มรู้จัก SKE48 จากลูกพี่ลูกน้องยูริอะหรือเปล่าครับ?
ยูกะตัน: จริงๆฉันเป็นพวกขี้อายค่ะ เพราะงั้นเลยไม่ค่อยได้คุยกับยูริอะซังเท่าไหร่
แต่ว่าตอนนาโกย่าโดม ได้เห็นยูริอะซังโซโล่เพลง Sore demo suki dayo
ก็เลยเริ่มคิดว่า ฉันก็อยากเข้า SKE48 เหมือนกัน!
จะแพ้รุ่น 8 ไม่ได้
- อยากทราบความคิดของทั้งสองคนครับว่ามีความประทับใจเกี่ยวกับอีกฝ่ายยังไง?
โอจัง: ยูกะตันน่ะแสดงสีหน้าอารมณ์ออกมาเก่งมากค่ะ ในสเตจก็ยิ้มได้สุดยอดมาก
รู้สึกว่าเท่ชะมัด เปลี่ยนสีหน้าได้เก่งมากเลย
ยูกะตัน: โอจังน่ะหน้าตาดีมาก สวยมากเลยค่ะ!
ไม่ว่าส่วนไหนก็สวย
โอจัง: ชมกันเว่อร์ไปแล้ว (หัวเราะ)
ยูกะตัน: อีกอย่างหุ่นก็เพรียวบาง มีสไตล์มากๆ คาแรคเตอร์ก็สุดยอด แต่คาแรคเตอร์หลังเวทีกับบนเวทีน่ะไม่เหมือนกันนะคะ
ชุดซ้อมน่ะเป็นลายเสือดาว!
- ม.3 ก็ใส่ลายเสือดาวแล้ว!
โอจัง: ค่ะ!
ยูกะตัน: ฉันคงใส่ไม่ได้อ่ะ!
- อย่าใส่นะครับ (หัวเราะ) แล้วความประทับใจบนเวทีล่ะ?
โอจัง: การเต้นของยูกะตันกางออกไปกว้างมาก เพราะงั้นฉันเองก็จะยอมแพ้ไม่ได้
รู้ตัวว่าต้องตามให้ทันค่ะ ถ้ายูกะตันอยู่ข้างๆจะรู้สึกว่าต้องพยายามค่ะ
ยูกะตัน: (พูดเสริมขึ้นมา) ฉันก็เหมือนกัน เหมือนกันมากเลย!
ไม่อยากยอมแพ้จริงๆ รู้จัก Skirt Hirari มั้ยคะ?
- ก็รู้จักอยู่ครับ (หัวเราะ)
ยูกะตัน: โอจังตอนนั้นน่ะแสดงสีหน้าได้ดีมาก แม้จะเต้นอยู่ข้างหน้าฉัน
แต่ขนาดอยู่ข้างหลังก็ยังรู้สึกได้ถึงออร่าเลย
- ตอนสัมภาษณ์สุเอนากะซังเมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่าบอกว่า
“ถึงฉันจะไม่ได้น่ารักอะไร แต่ก็อยากให้คนเห็นว่าใน SKE48 มีเด็กแบบนี้กำลังพยายามอยู่น่ะค่ะ”
ตอนนี้ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองเหรอครับ?
โอจัง: ใช่ค่ะ มีทั้งเมมเบอร์ที่น่ารักๆ ทั้งเมมเบอร์ที่เป็นตัวของตัวเองอยู่มากมาย
ฉันก็อยากเรียนรู้จากพวกเธอค่ะ
- ทั้งๆที่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน
ตอนนี้ก็ได้ยืนในตำแหน่งที่ดีแล้วนะครับ?
โอจัง: นั่นสินะคะ
ยูกะตัน: แต่ก็จะเอ้อระเหยไม่ได้! เพราะจะร่วงลงไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แม้จะเคยเต้น Coquettish
Juutai chuu อยู่หน้าสุด แต่ตั้งแต่ครั้งนั้นก็ถอนร่นลงมา เพราะเป็นแบบนี้
เลยคิดว่าจะมัวเอ้อระเหยไม่ได้ค่ะ อีกไม่นานรุ่น 8 ก็จะเข้ามาแล้ว จะแพ้ไม่ได้ค่ะ
- แน่นอนว่าเริ่มจับตามองรุ่น 8 แล้วสินะ?
โอจัง: ใข่ค่ะ!
ยูกะตัน: มากเลยค่ะ! จะต้องเด็กแบบราระเข้ามาแน่!
- สุเอนากะซัง ทุกครั้งที่เขียนบล็อกก็เขียนว่า “อยากจะทุ่มเทเพื่อ SKE48”
ตรงนี้มันมีความหมายอะไรมั้ยครับ?
โอจัง: ตั้งแต่เริ่มออดิทชั่นก็พูดแบบนี้แหละค่ะ นั่นเป็นเพราะว่าอยากทำเพื่อ
SKE48 ค่ะ! ที่โรงเรียนฉันน่ะ มีคนสนใจ SKE48 มากขึ้นเพราะฉันได้เข้าวงมาค่ะ
เพราะงั้นอยากให้คนรู้จักมากๆขึ้นไปอีก
เพื่อโซโล่ที่นาโกย่าโดม
- ช่วยบอกเป้าหมายต่อจากนี้หน่อยครับ
ยูกะตัน: เลื่อนขึ้นทีมค่ะ! เราสองคนได้ขึ้นสเตจวันแรกของทีม E
ทั้งรุ่นพี่และอีกหลายเรื่องเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัส แต่ก็รู้สึกว่าทีมนี่สุดยอดไปเลย
เลื่อนขึ้นทีมแล้วก็มุ่งหน้าต่อไป
โอจัง: ทั้งเลื่อนขึ้นทีมแล้วก็เซมบัตสึเป็นเป้าหมายค่ะ แต่ว่าฉันน่ะอยากจะเป็นคนที่
SKE48 ขาดไม่ได้ ถึงจะยังไม่รู้ชัดเจนว่าต้องทำยังไง
แต่อย่างจูรินะซังก็เป็นคนที่ขาดไม่ได้ใช่มั้ยล่ะคะ ก็อยากจะเป็นแบบนั้นค่ะ
- รุ่น 7 น่ะ หลังจากมีสเตจเคงคิวเซย์ไม่กี่เดือนก็มีคนได้ขึ้นทีมแล้ว
โมเม้นต์ที่ประกาศ (เลื่อนขึ้นทีม) คิดอะไรอยู่ครับ?
ยูกะตัน: ช่วงนั้นยังไม่ได้อันเดอร์เลยด้วยซ้ำ....
โอจัง: ฉันรู้ตัวดีค่ะว่ายังไงก็ยังไม่ได้ขึ้นทีม ช่วงนั้นมีแค่สเตจเคงคิวเซย์กับงานจับมือ
รู้สึกว่าตัวเองในตอนนั้นยังไงก็ขึ้นทีมไม่ได้ แน่นอนว่าเจ็บใจมากที่ถูกแซงไป
แต่ตอนนั้นมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะแยะเลยค่ะ
- สุดท้ายอยากทราบว่า สำหรับตัวเองแล้วคู่แข่งคือใครครับ?
โอจัง: สำหรับฉันคือเมมเบอร์ทุกคนค่ะ
แม้ว่าทั้งรุ่นเดียวกันทั้งรุ่นพี่จะเป็นพวกพ้อง แต่ว่าอยากจะก้าวข้ามรุ่นพี่ค่ะ ส่วนรุ่นเดียวกันถ้ายืนอยู่ข้างหน้า
ฉันก็จับตามองค่ะ
ยูกะตัน: ส่วนฉันคือโอจังค่ะ!
โอจัง: (หันมองยูกะตัน)
ยูกะตัน: ในเพลง Hanabi wa owaranai (ที่มิฮามะ) ถึงจะได้ยืนข้างๆโอจัง แต่ตรงท่อนที่
2 โอจังก็อยู่ตำแหน่ง 0 ส่วนฉันอยู่ตำแหน่ง 2 แน่นอนว่าตำแหน่ง 0 กับ 2
มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นรู้สึกแพ้ค่ะ เจ็บใจมากด้วย
- แต่ดูแล้วก็เป็น W center นี่หน่า
ยูกะตัน: ถึงจะดูเป็นอย่างนั้น แต่มันก็ไม่ใช่ค่ะ
- นั่นแหละครับ คำตอบแบบนี้แหละที่อยากได้ยิน เพราะงั้นเลยถามไป
ยูกะตัน: อย่างนี้เองสินะคะ (หัวเราะ)
- คิดว่าคำตอบที่ตอบมานี้ต้องใช้ความกล้าน่ะครับ จนถึงตอนนี้
มีเรื่องที่เสียดายเพราะ “ตอนนั้น ถ้ามีความกล้าล่ะก็...” บ้างมั้ยครับ?
ยูกะตัน: คำตอบนี้อาจจะไม่ตรงคำถามเท่าไหร่นะคะ เมื่อก่อนเคยมีตอนที่ฉันกับโอจังจะต้องขึ้นสเตจทีม
E แล้วจู่ๆโอจังคอเคล็ดเลยขึ้นสเตจไม่ได้ ตอนนั้นก็ไปถามเคงคิวเซย์ว่า
“มีใครมาแทนได้มั้ย?” แต่ก็ไม่มีใครยกมือ ถ้าฉันไม่ได้ต้องขึ้นอยู่แล้วล่ะก็
ฉันจะยกมือค่ะ
โอจัง: เข้าใจเลย!
ยูกะตัน: สุดท้ายเป็นไอคาว่า โฮโนกะจังขึ้นแสดง
โฮโนโนะก็ได้รับคำชมนะแต่รู้สึกเสียดายยังไงไม่รู้ (ที่ไม่ยอมยกมือ)
โอจัง: ใช่แล้วล่ะ! แต่ว่านะถึงจะต้องใช้เวลารักษาอาทิตย์นึง
แต่แค่สองวันก็หายเคล็ดแล้ว แล้วฉันก็ขึ้นแสดงเลย ถูกเรียกว่า “พลังรักษาปีศาจ” ค่ะ
- งั้นไม่ทราบว่าปีศาจสุเอะนากะซังเคยมีเรื่องที่ “แค่กล้าก็พอแล้ว”
บ้างมั้ยครับ?
โอจัง: จริงๆก็อยากจะพูดเรื่องเสน่ห์ของ SKE48
ออกไปให้มากขึ้นค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองสื่อสารออกไปดีแล้วรึยัง ก็เลยยังไม่ค่อยกล้าพูดออกมา
- ถ้างั้น ก็ลองสื่อสารออกมาตอนนี้เลยสิครับ
โอจัง: SKE48 เป็นวงที่ร้อนแรงจริงๆ รุ่นพี่ทุกคนก็พยายามกันเต็มที่
เพื่อนรุ่นเดียวกันก็มีข้อดีนับไม่ถ้วน ส่วนความรู้สึกมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ให้วงอื่นนี่เป็นข้อดีของฉันค่ะ
ความรู้สึกว่าเป็นคู่แข่งของแต่ละทีมก็รุนแรงมากด้วย
- ทั้งสองคนต่างก็เกลียดความพ่ายแพ้ ต่อสู้เพื่อ SKE48 ถ้ามีความร้อนแรงแบบนี้ล่ะก็ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นครับ!
ทั้งคู่: (แทรกขึ้นมา) นาโกย่าโดม!
โอจัง: เพราะเป็นวงของนาโกย่านี่เนอะ อยากจะเริ่มจากบ้านเกิดค่ะ
ยูกะตัน: คราวนี้จะไม่ใช่ที่นั่งคนดูค่ะ แต่อยากจะเห็นวิวจากบนเวที!
- ถ้างั้น ถ้าได้ขึ้นไปแสดง Sore demo suki dayo คงจะสุดยอดมากเลยครับ!
ยูกะตัน: ฉันก็อยากร้องโซโล่ค่ะ!
โอจัง: งั้น ฉันก็จะโซโล่เพลง Tsuyoki mono yo ค่ะ!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
blogged by 91
[91][bsummary]
Translation
[Translation][bsummary]
Subtitle
[subtitle][bsummary]
Update
[SKEUpdate][bsummary]
like us on facebook
random posts
[randomposts]
Popular Posts
-
คุมาซากิ ฮารุกะที่เต้นอยู่ภายใต้สปอตไลต์ ดูเหมือนกำลังจุดประกายชีวิตดั่งความสดใสที่เปล่งประกาย แต่เมื่อลงจากเวทีนั้น เธอซึ่งยืนอยู่ท่ามกลา...
-
มาแปลบทความของโอชินนตะนิดหน่อยค่ะ จริงๆเราอ่านมานานแล้วตั้งแต่ยังไม่ออกข่าวว่าออกจากวงแล้วก็คุยกับคนแปลเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนิดหน่อย คุ...
-
ซับไทยDocumentary of SKE48 เสร็จเรียบร้อยค่า 0/ ถึงจะมีชื่อสารคดีว่าน้ำตาไอดอล แต่สำหรับเรามันเป็นสารคดีที่ดูแล้วรู้สึกถึงความ...
-
“อยากโดดนะคะ ! แต่ว่า...” ระหว่างที่คิตากาว่า เรียวฮะพูดนั้น เพื่อไม่ให้ลูกโป่งลอยออกไป เธอก็จับเชือกลูกโป่งเส้นบางแน่นแล้วลากเข้าหา...
-
พระเจ้าเล่นซ่อนหา โอบาตะ ยูนะ ความรู้สึกอันลึกลับ - อันที่จริงบทสัมภาษณ์นี้ เราสัมภาษณ์กันหลังจากถ่ายเสร็จมาพักใหญ่ๆเลยนะ ยูนาน...
-
[ แปลแบบสรุปๆส่วนที่เราสนใจนะคะ ← ] SKEจะมีหนังสือเป็นของตัวเองโดยเฉพาะในรอบสามปี ถามว่าทุกคนรู้สึกยังไงบ้าง เรียวฮะบอกว่าตอนแรกที่ได้ย...
-
สวัสดีค่ะ เรา(65)ไปอีเวนท์ทูชอทของอัลบั้ม Kakumei no oka เมื่อสัปดาห์ก่อน (20/5) มา เลยอยากมาเขียนเล่าเผื่อเป็นไกด์ไลน์ให้ใครที่จะไปลองงา...
-
เพราะว่าชอบไอดอล เลยคิดว่าถึงตายก็จะทำให้ได้ - ปีนี้เป็นปีที่ SKE48 ก่อตั้งมาครบรอบ 10 ปีสินะ เรียวฮะ: ฉันเข้าวงมาตอนอายุ 14 พริบตา...
-
เส้นทาง 8ปีในฐานะไอดอลของยูริอะเป็นเส้นทางที่กำลังจะจบลงในแบบที่คงไม่มีแฟนๆ ยูริอะตั้งแต่แรกๆ คนไหนจินตนาการออกแน่ๆ หรือแม้แต่เจ้าตัว...
-
หลังจากพี่อายะประกาศแกรด ก็มีเสียงเรียกร้องให้จัดคอนเสิร์ตอำลาถึงขั้นที่ว่าแฟนๆไปตั้งล่ารายชื่อใน change.org เรียกร้องให้ลุงหนวดจัดคอนให้เล...
Blog Archive
-
▼
2019
(6)
- ► กุมภาพันธ์ (2)
-
►
2016
(39)
- ► กุมภาพันธ์ (9)
Labels
- 100%SKE48
- 91
- AKB48
- Arai Yuki
- Asai Yuka
- Ego Yuna
- Fukushi Nao
- Furuhata Nao
- Futamura Haruka
- Goto Rara
- Graduation
- Hidaka Yuzuki
- Interview
- J Trust
- KeyHolder
- Kimoto Kanon
- Kitagawa Ryoha
- Kizaki Yuria
- Kumazaki Haruka
- Makino Anna
- matome
- Matsui Jurina
- Matsui Rena
- Matsumoto Chikako
- Matsumura Kaori
- Meigen Dojo
- Miyazawa Sae
- Mizuno Airi
- Murai Junna
- Nakanishi Yuka
- Oba Mina
- Obata Yuna
- Performance/PV
- Review
- Saito Makiko
- Sakamoto Marin
- Shibata Aya
- SKE48
- SKE Inc
- SKETrivia
- SKEUpdate
- Souda Sarina
- subtitle
- Suda Akari
- Suenaga Oka
- Sugawara Maya
- Takatera Sana
- Takayanagi Akane
- Talk
- Translation
- wms21
- Yamauchi Suzuran
- Yurara







