แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Makino Anna แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Makino Anna แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

(91)[100%SKE48] แปลบทสัมภาษณ์กัปตันมักกี้ x อันนะเซนเซย์ (ไซโต้ มากิโกะ x มากิโนะ อันนะ)

ในวันนั้น ใบหน้าของไซโต้ มากิโกะแฝงไปด้วยความประหม่า
แต่ว่า เธอในเวลานั้นยังคงยิ้มได้
ใช่แล้ว มากิโกะไม่ล่วงรู้ความหมายที่แท้จริง
การเผชิญหน้าต่อจากนี้ กับผู้ที่ให้จิตวิญญาณแก่ SKE48 มากิโนะ อันนะ
นี่เป็นทางที่มากิโกะไม่อาจหนีไปได้

กัปตันไซโต้ มากิโกะ ครั้งแรกคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
แมทช์ที่ห้ามถอนตัวกลางคัน การตัดสินแพ้ชนะใน 90 นาที

การเริ่มต้นของโชคชะตา

- วันนี้ อยากเชิญไซโต้ มากิโกะซังที่ได้รับตำแหน่งกัปตันเมื่อเดือนมีนาคม มาพบกับอันนะเซนเซย์สักครั้งเลยจัดสัมภาษณ์ครั้งนี้ขึ้นครับ

มักกี้: ขอบคุณค่ะ

อันนะเซนเซย์: ฝากตัวด้วยค่ะ กัปตันนี่หมายถึงกัปตัน SKE48 ทั้งวงใช่มั้ย?

มักกี้: ใช่ค่ะ

อันนะเซนเซย์: โอ้!!

- แต่ว่ากัปตันคนใหม่คนนี้ ตั้งแต่เริ่มก็ไม่กล้าสบตาอันนะเซนเซย์เลยนะครับ (หัวเราะ)

อันนะเซนเซย์: นั่นสิ ไม่มองฉันเลย

มักกี้: ไม่ใช่ค่ะๆๆ ฉันมองอยู่นะ!

- ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ ไม่ได้มองแน่ๆ (หัวเราะ) งั้นก่อนอื่น ช่วยอธิบายกับผู้อ่านทีครับว่าการสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นมายังไง เชิญกัปตันครับ

มักกี้: มันเริ่มมาจากคลิป 2 นาทีครึ่งจากโคเอ็ง Te wo tsunaginagara ค่ะ (คลิปที่ฉายในโคเอ็ง มีอัพใน youtube ด้วย) ใน DOCUMENTARY of SKE48 ที่ฉายเมื่อ 2 ปีก่อนก็มีฉากนี้อยู่ ฉากที่อันนะเซนเซย์กำลังสอนตอนช่วงซ้อมเพลง “Pinocchio Gun”

- ฉากที่อันนะเซนเซย์เสียงดังใส่ (มัตสึอิ) เรนะซัง “สีหน้ายังธรรมดาเกินไป!” “อย่าทำอะไรครึ่งๆกลางๆสิ!” ใช่มั้ยครับ? นั่นน่าจะเป็นฉากดังที่แฟนๆSKE48 ทุกคนรู้จักกันดี

มักกี้: ฉันถูกบอกมาว่าต้องพูดคำพูดโด่งดังพวกนี้ในคลิป 2 นาทีครึ่ง



- รู้สึกจะเป็นโคเอ็งรอบเช้าวันที่ 9 พฤษภาคมปีที่แล้ว จะบอกว่า “ฉันแค่ถูกขอให้ทำแบบนั้น” สินะครับ

มักกี้: ใช่ค่ะ เพราะงั้นไม่ใช่ความผิดฉันนะ

อันนะเซนเซย์: ฮ่าๆๆๆ

มักกี้: ฉันเป็นแค่นักแสดงที่เล่นตามบทเท่านั้นเองค่ะ

อันนะเซนเซย์: เรื่องนี้น่ะ แฟนๆมารายงานให้ฉันรู้ตั้งนานแล้ว ในทวิตเตอร์น่ะ

มักกี้: (ทำหน้าตกใจ)

อันนะเซนเซย์: จากนั้นก็ได้ดูคลิปด้วย อืม ทำอะไรครึ่งๆกลางๆชะมัดเลย

มักกี้: ฮ่าๆๆ

- ทั้งๆที่ตัวเองพูดว่า “อย่าทำอะไรครึ่งๆกลางๆสิ!” (หัวเราะ)

อันนะเซนเซย์: ถ้าจะทำ ก็ต้องทำออกมาให้เว่อร์กว่าต้นฉบับ ให้ทุกคนขำให้ได้ แบบว่ารู้สึกเหมือนฉันดูเก้ๆกังๆยังไงไม่รู้

มักกี้: ขอโทษค่ะ...

- จากนั้น คลิป 2 นาทีครึ่งวันที่ 12 มิถุนายนก็ล้อเลียนอีกรอบ




มักกี้: ไม่ได้ล้อเลียนค่ะ! ฉันแค่เล่นตามบท!

อันนะเซนเซย์: เป็นความคิดของสตาฟฟ์ทั้งหมดเลยเหรอ?

มักกี้: ใช่ค่ะ!

อันนะเซนเซย์: สำหรับฉันน่ะนะ คิดว่าถ้าเป็นมากิโกะจะต้องเถียงไปแน่ๆ “อันนะเซนเซย์น่ะพูดออกมาอย่างจริงจังนะ อย่าเอามาเล่นเลยค่ะ”

มักกี้: ......(ก้มหน้าเงียบ)

- ไม่ได้เถียงไปเหรอครับ?

มักกี้: ...เปล่าค่ะ ตอนนี้เพิ่งจะรู้ตัวว่าฉันเถียงได้...

อันนะเซนเซย์: ฮ่าๆๆๆ

- หลังจากนั้นได้ติดต่อกันบ้างมั้ยครับ?

อันนะเซนเซย์: ในคอนเสิร์ตจบการศึกษาเรนะได้เจอกันครั้งนึงมั้ง?

มักกี้: ค่ะ เจอกันโดยบังเอิญหลังเวทีค่ะ ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เล่นทวิตเตอร์ ได้รู้ปฏิกิริยาของอันนเซนเซย์แค่จากในเน็ต เพราะงั้นพออยู่ดีๆเจอหน้ากัน เลยรู้สึก “เจอเข้าแล้ว...” (หัวเราะ)

อันนะเซนเซย์: ฉันยังคิดอยู่ว่าตอนอยู่บนเวทีอยากจะคุยกันหน่อย

- บทในวันนั้นคือ เรนะซังล้มลงไประหว่างเต้นเพลง “Pinocchio Gun” จากนั้นอันนะเซนเซย์ก็ออกมาเซอร์ไพรส์

อันนะเซนเซย์: ตอนนั้นแหละค่ะที่เห็นมากิโกะ แต่ว่านั่นเป็นคอนเสิร์ตจบการศึกษาของเรนะ ถ้าฉันเอาคืนกับมากิโกะมันคงดูไม่เหมาะ จากนั้นที่หลังเวทีบังเอิญเจอมากิโกะ ในใจก็คิด “คราวนี้ต้องตัดสินกันไปเลย”

- ว้าว! “ตัดสินกันเลย” เหรอครับ!

อันนะเซนเซย์: อยากให้เรื่องนี้ดูน่าสนใจขึ้นอีกหน่อย (หัวเราะ)

มักกี้: ฮุๆๆ

- ในทวิตเตอร์ก็เขียนไว้ว่า “เข้าปะทะโดยตรง” ด้วย

อันนะเซนเซย์: เพราะพวกแฟนๆดูสนุกกันมากค่ะ

- เพราะแบบนี้ เลยเขียนพู่กันเมื่อโคเอ็งวันปีใหม่ว่า “โค่นล้มอันนะ!” ใช่มั้ยครับ?

มักกี้: ค่ะ (ยิ้ม)

อันนะเซนเซย์: มีเรื่องนี้ด้วยเหรอ?



มักกี้: ก็ถ้าเขียนแบบว่า “ก้าวไปเรื่อยๆ” คิดว่ามันจะไม่ธรรมดาไปหน่อยเหรอ ตอนที่ลังเลอยู่ว่าจะเขียนอะไร คุยกับเมเนเจอร์ซังคุยไปคุยมาก็ตัดสินใจได้ว่าเขียนแบบนี้แหละ แต่ว่า...

อันนะเซนเซย์: แต่ว่า..อะไร?

มักกี้: มือมันสั่นจนเขียนออกมาแทบไม่ได้เลย (หัวเราะ)

- พอเขียนเป็นตัวหนังสือคงรู้สึกถึงความกลัวสินะครับ

อันนะเซนเซย์: ที่ว่า “โค่นล้มอันนะ!” เนี่ย อธิบายรายละเอียดให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่าเธอจะโค่นล้มยังไง?

มักกี้: (อึกอักอย่างเห็นได้ชัด) ระ ระ เรื่องนี้ “โค่นล้ม” ก็คือ...

อันนะเซนเซย์: อื้ม คืออะไร?

มักกี้: ก็....คือ “ชัยชนะ” ค่ะ

อันนะเซนเซย์: คิดว่าจะเอาชนะฉันได้ยังไงบ้างล่ะ?

มักกี้: เอ่อ...เรื่องนั้น...ทำยังไงถึงจะเอาชนะได้เหรอ?

- คงไม่ดีมั้งครับที่จะฟังเรื่องนี้ (หัวเราะ)

มักกี้: ที่เขียนไปนั่นก็กะจะล้อเล่นเฉยๆ....

อันนะเซนเซย์: ไม่ได้ๆ ต้องให้ชัดเจนสิ ฉันรับคำท้าแล้ว

มักกี้: ไม่ใช่ค่ะ ตอนนั้นฉันไม่คิดจริงๆค่ะว่าเรื่องมันจะมาถึงขั้นสัมภาษณ์กันขนาดนี้ ฉันล้อเล่นจริงๆนะคะ

อันนะเซนเซย์: อยากลองพูดเหมือนกันนะว่า “ฉันแพ้แล้ว”

- เซนเซย์พูดว่า “ฉันแพ้แล้ว” ก็คือ ถูก “โค่นล้ม” แล้วมั้งครับ

มักกี้: นั่นสินะคะ

- ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทำให้เซนเซย์รู้สึกว่า “SKE48 ช่วงนี้ สุดยอดเลย” หรือ “มากิโกะเป็นกัปตันได้ไม่มีที่ติเลย” อย่างนี้ถือว่าเป็นการ “โค่นล้ม” ได้มั้งครับ

อันนะเซนเซย์: นี่แหละค่ะที่ฉันหวังไว้

- ยิ่งกว่านั้น ถ้ามากิโกะซังสั่ง “Sokutatsu Nama” (เบียร์ที่มักกี้เป็นพรีเซ็นเตอร์) ไปส่งที่บ้านอันนะเซนเซย์...

อันนะเซนเซย์: นั่นคือ “โค่นล้มอันนะ” แบบราบคาบเลยล่ะ (หัวเราะ)

ทำไมต้องเป็นไซโต้ มากิโกะ

- ต่อไปเรามาคุยเรื่องเป้าหมายแล้วก็วิสัยทัศน์ของการเป็นกัปตันของมากิโกะกันดีกว่าครับ

มักกี้: แน่นอนว่า มีหลายอย่างมากค่ะ

อันนะเซนเซย์: โอ้ว อยากฟังจัง

มักกี้: สำหรับ SKE48 น่ะ มีเมมเบอร์ทยอยจบการศึกษาไปเลยไม่ค่อยมั่นคง เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ยิ่งกว่านั้นยังเปลี่ยนกัปตันเริ่มระบบใหม่ในรอบ 2 ปี การที่เลือกฉันก็ไม่รู้ว่าความหมายคืออะไร ทำไมถึงไม่เลือกรุ่น 1 อย่างจูรินะซังหรือมาซานะซัง?

- ได้รับคำตอบรึยังครับ?

มักกี้: ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่ว่าบางทีฉันอาจจะคิดมากไปเรื่องรับหน้าที่กัปตัน ถึงฉันอยากจะคิดว่า “มันก็แค่ชื่อเรียกเองนี่” แต่ประกาศแต่งตั้งในงานที่ใหญ่ขนาดนั้น มันรับได้ยากน่ะค่ะ

- ดูเหมือนจะยังสับสนอยู่ งั้นวิสัยทัศน์ที่เพิ่งพูดมาเมื่อกี้คือยังไงครับ?

มักกี้: แน่นอนว่าการแสดงที่สุดยอดเป็นอิมเมจของ SKE48 แล้วอีกอย่างแม้เมื่อก่อนรุ่นพี่จะตั้งเป้าหมายที่จะไล่ตามและก้าวข้าม AKB48 แต่ตอนนี้ไม่ว่าดีหรือร้ายก็รู้สึกว่ามันพร่ามัวไปหมด

- ตั้งแต่ตอนไหนครับที่รู้สึกว่ามันเริ่มมัว?

มักกี้: ก็ 3-4ปีที่ผ่านมาค่ะ แต่ว่าเรื่องที่มันพร่ามัวนี่ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมันดี ไม่รู้ว่าอะไรคือคำตอบที่ถูกต้อง ตอนที่ฉันเข้ามา (ปี 2009) ยังมีแค่ทีม S ทีม S ตอนนั้นน่ะ ให้อิมเมจเป็นวงที่โปรมาก แบบว่าสุดยอดเลย อยากจะเก่งเหมือนพวกเขาบ้าง ฉันคิดว่าแบบนั้นต่างหากถึงจะเป็น SKE48 ที่แท้

- พูดอีกอย่างคือ อยากให้อิมเมจแบบนี้ชัดเจนขึ้นสินะครับ?

มักกี้: ใช่ค่ะ มีวงตั้งมากมายทั้งในและนอกประเทศ ตอนนี้ยังมี 46 กรุ๊ปอยู่อีก มีแค่นั้นที่ฉันไม่อยากให้มันเลอะเลือนไป แต่เมมเบอร์เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป ดังนั้นการจะทำในจุดนี้เลยยากมาก เมมเบอร์ที่รู้เรื่องในตอนนั้นไม่อยู่กันเกือบหมดแล้ว ถ้าคนพูดว่า “นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว” ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

- สำหรับ SKE48 ในตอนนี้ อันนะเซนเซย์คิดว่าอย่างไรบ้างครับ?

อันนะเซนเซย์: ไม่นานมานี้ฉันก็คิดท่าเต้นซิงเกิ้ลให้อยู่ แต่ว่าพอสอนท่าให้หมดแล้วก็จบ ไม่ได้คุยมากกว่านั้น สำหรับรุ่น 1 ฉันเป็นคนสอนเองตั้งแต่เริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้นพวกเขาเลยจำคำพูดของฉันได้ แบบว่า “ต้องคิดให้ดี ถ้าไม่มีวงพี่วงน้องวงอื่น อยากจะเป็นคู่แข่งกับ AKB48 ในแบบไหน คำตอบของคำถามนี้จะนำทางพวกเธอไป” “เพื่อที่จะก้าวข้าม AKB48 ต้องทำยังไง ไม่ใช่มุ่งไปในทางสายนี้อย่างสุดกำลังหรอกเหรอ?” อะไรประมาณนั้น ฉันพูดแบบนี้ สอนพวกเขาอยู่ 2 อาทิตย์ ถ้าอยากให้ดีพอที่จะขึ้นไปยืนบนเวทีได้ในเวลาสั้นๆแค่นั้น ก็ต้องกดดันเค้นพลังออกมา แต่ฉันก็ทำได้แค่นั้น หลังจากนั้นพวกเขาจะยังทำเต็มที่หรือเปล่า จะมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกันอยู่หรือเปล่า เป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจเดาได้

- เซนเซย์ตอนที่สอนมีแต่รุ่น 1 สินะครับ

อันนะเซนเซย์: ที่ฉันอยากฟังจากปากมากิโกะก็คือ “ทุกคนอยากให้ SKE48 ในตอนนี้เป็นแบบไหน” พูดตามตรง ตอนที่ดูพวกเขาในทีวี ฉันไม่เข้าใจถึงจุดนี้เลย กลัวว่าสำหรับคนทั่วไป จะแยกไม่ออกแล้วว่านี่คือ AKB48 หรือ SKE48 SKE48 น่ะ เป็นวงที่เมมเบอร์ทุกๆคนร่วมกันสร้างขึ้น ฉันอยากรู้มากๆว่าทุกคนคิดยังไงกันแน่ อยากจะสร้างวงที่เป็นแบบไหนกันแน่ อนาคตของวงขึ้นอยู่กับเรื่องนี้แหละ ตอนนี้ฉันยังดูไม่ออกเลย

มักกี้: ...(ฟังอยู่เงียบๆ)

อันนะเซนเซย์: ฉันก็สงสัยว่าได้คิดถึงเรื่องนี้กันบ้างหรือเปล่า?

- มากิโกะซัง ว่ายังไงครับ?

มักกี้: คนที่ออกทีวีมีแต่เซมบัตสึค่ะ ฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็ไม่รู้ว่าทุกคนคิดยังไง ถ้าไม่พูดถึงรายการทีวี ถ้าเป็นคอนเสิร์ตล่ะก็ การแสดงบนเวทีก็ไม่เหมือนสมัยก่อน มันอาจมาจากแรงผลักดันที่ต่างกันของเมมเบอร์แต่ละคน ถึงอย่างนั้น ความภาคภูมิใจของ SKE48 คือที่เธียร์เตอร์อย่างเดียวอย่างนั้นเหรอ เรื่องนี้คิดว่าทุกคนก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน แต่ว่า อืม....

อันนะเซนเซย์: ที่เธียร์เตอร์ SKE48 เป็นยังไงเหรอ?

มักกี้: โคเอ็งของทีม E ตอนนี้คือ “Te wo tsunatsuginagara” ฉันทำได้แค่พูดถึงเรื่องการแสดงเท่านั้น ดังนั้นเลยอยากจะต้องพูดมันออกมาให้หมด

อันนะเซนเซย์: งั้น ถ้าเป็นมากิโกะพูดทุกคนถึงจะทำตามรึเปล่า? หรือว่า ทุกคนรู้ตัวเองดีอยู่แล้ว?

มักกี้: ถึงฉันไม่อยู่ ทุกคนก็ทำได้ดีค่ะ

อันนะเซนเซย์: ถ้างั้นเวลาเล่นคอนเสิร์ตล่ะ เป็นยังไง?

มักกี้: คอนเสิร์ตน่ะ ต้องจำตำแหน่งและการเคลื่อนที่เยอะมาก จะแสดงออกไปให้คนดูอย่างไร แค่พยายามไม่ให้ตัวเองทำผิดก็เหนื่อยมากแล้ว โดยเฉพาะพวกเด็กๆเคงคิวเซย์

อันนะเซนเซย์: งั้นเหรอ มีรายละเอียดที่ต้องทำให้ดีเยอะสินะ แล้วใน SKE48 มากิโกะมีตัวตนเป็นยังไงล่ะ?

มักกี้: อืม...มันยังไงนะ?

อันนะเซนเซย์: ไม่ว่ายังไง ฉันว่าในเมื่อเลือกมากิโกะเป็นกัปตัน ก็ต้องคิดว่าเธอจะมีความหมายอะไรบางอย่างกับ SKE48 แน่ๆ อย่างเช่น ทดแทนในส่วนที่ SKE48 ยังอ่อนอยู่ ไม่ก็ชี้นำทางที่ทุกคนจะไป ถ้าเป็นอย่างนั้นมากิโกะในตอนนี้มีอะไรบ้างล่ะ? อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจว่าจะไม่มีวันแพ้ใคร?

มักกี้: ....(น้ำตาไหล)

อันนะเซนเซย์: อย่างเช่น ทั้งๆที่ไม่เคยเข้าเซมบัตสึ แต่ก็ไม่หนีไปไหนแล้วยังพยายามต่อไป หรืออย่างเช่น ความรักที่มีต่อวง ฉันน่ะจะคอยดูมากิโกะตลอดไม่ได้ แล้วก็ไปดูโคเอ็งทุกวันไม่ได้ด้วย แต่ว่าดูจากที่แฟนๆบอกกับสิ่งที่มากิโกะพูดให้ฟังเมื่อกี้ ฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เลือกเธอ เพราะไม่ว่าเธอจะอยู่ตำแหน่งไหน เธอก็ทำต่อไปโดยไม่ไขว้เขว นี่แหละเป็นความหมายที่เลือกเธอเป็นกัปตันล่ะ

มักกี้: ...(ก้มหน้าเงียบ)

- พอได้ฟังอันนะเซนเซย์พูดแล้ว คิดว่ายังไงบ้างครับ?

มักกี้: ...ฉันไม่มีคุณสมบัติพอจะพูดว่าตัวเองทำถูก ไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะเป็นตัวอย่างให้ใครได้ ดังนั้นตอนที่ได้รับเลือกให้เป็นกัปตัน เลยกังวลมาก ตอนนี้ ฉันก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าเข้าใจ SKE48 ทั้งหมด แล้วยังไม่รู้ด้วยว่าอะไรคือคำตอบที่ถูกต้อง แต่ว่าตั้งแต่ที่ได้รับคำนำหน้าว่า “กัปตัน” ฉันก็คิดมาตลอด ถ้าถูกถามว่า “จากนี้อยากทำยังไงต่อ?” ฉันก็คงจะแค่พูดคำสวยหรูตอบผ่านๆไป

อันนะเซนเซย์: นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่ามากิโกะจะแสดงตัวเองออกไปยังไง ที่สำคัญที่สุดคือต้องแสดงตัวตนที่แท้จริงของมากิโกะออกไป เป็นกัปตันนะไม่ใช่ซูเปอร์แมน ไม่มีใครเลือกเธอมาเป็นกัปตันเพราะคาดหวังว่าเธอจะทำได้ทุกอย่างหรอก “แม้อยากจะให้วงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไง” แค่พูดอย่างนี้ก็ดีแล้ว ฉันเป็นเซนเซย์ เลยใช้คำพูดที่ดูเหนือกว่าแบบนี้ได้ แต่มากิโกะเป็นเมมเบอร์คนนึงในวงจะทำแบบนั้นไม่ได้ ฉันคิดว่าทุกคนดูการกระทำของเธอมากกว่าคำพูด ไม่ว่าจะพูดคำสวยหรูออกไปมากแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าพวกเมมเบอร์จะฟังหรือไม่ก็ตาม ขอแค่มากิโกะสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงออกไปได้ พยายามสุดแรงเกิดให้พวกเขาเห็นว่าเธอทำเต็มที่เพื่อวง มันต้องเห็นผลแน่ๆ ถ้าแค่พูดออกไปเท่ๆว่า “ฉันทำได้อยู่แล้ว” จะด้วยสีหน้าแบบไหนก็ส่งไปไม่ถึงหรอก จะข้อดีหรือข้อเสียก็แสดงออกไปให้หมด ที่สำคัญคือเธอทุ่มเททั้งกายใจลงไปได้หรือเปล่า ไม่มั่นใจในตัวเองก็ไม่เป็นไร เพราะเรื่องนี้ใครๆก็กังวล มากิโกะที่กังวลอยู่ตลอดแบบนี้แหละถึงจะงดงาม

มักกี้: ....(เสียงอ่อน) ค่ะ

อันนะเซนเซย์: แต่ว่า! ห้ามหนีเด็ดขาด! จะไม่ทำอะไรเลยเพราะไม่มีความมั่นใจไม่ได้นะ เพราะไม่มีความมั่นใจนี่แหละถึงต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง

มักกี้: ....(เสียงอ่อน) ค่ะ

กล้าที่จะแสดงตัวตนออกไป

- ได้เป็นกัปตันก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ได้คุยอะไรกับเมมเบอร์บ้างมั้ยครับ?

มักกี้: ฉันได้รู้ว่าตัวเองฝืนยิ้มทำตัวเป็นมิตรกับทุกคนมาตลอด

- ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะครับ?

มักกี้: งานแรกของการเป็นกัปตันคือ โคเอ็งรำลึกแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มีนาคมค่ะ ทุกๆปีจะมีโคเอ็งแบบนี้ สำหรับพวกเราก็นับว่าสำคัญ แต่ยังรู้สึกว่าเมมเบอร์บางคนไม่ค่อยเอาจริงเอาจังเท่าไหร่ อย่างเข่น ปกติเวลาช่วงก่อนโคเอ็งจะทำเล็บ ทำผมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่วันที่ 11 มีนาคมน่ะ ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องทำไม่ใช่เหรอ? มีบางคนที่ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อนล่ะก็ ฉันจะต้องตักเตือนแน่ แต่ตอนนี้ได้รับเลือกให้เป็นกัปตัน ถ้าไปจ้ำจี้จ้ำชัยมาก อาจจะคิดว่า “จะพยายามทำตัวเป็นกัปตันงั้นเหรอ” ฉันกลัวมากว่าพวกเขาจะมองฉันแบบนั้น วันนั้นฉันยังต้องจำสคริปต์ด้วย เลยปล่อยมันไป และในตอนนั้นเองก็ได้รับรู้ว่าคงยากที่ตัวเองจะดูแลเมมเบอร์ทุกๆคน

- สิ่งที่อยากพูดสุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป รู้สึกตัวเองไม่มีประโยชน์งั้นสินะครับ

มักกี้: เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวเองมากค่ะ แก้ปมไม่ออก หลังจากโคเอ็งจบลงก็ร้องไห้ออกมาที่ข้างเวที น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด... ได้ยินคนพูดว่า “เอ๋? มากิโกะล่ะ?” ถึงรู้ว่าพวกเขาตามหาฉันอยู่ แต่ว่าตัวฉันมันไม่ยอมขยับ นั่งอยู่ตรงนั้นเกือบชม.ตรงข้างเวทีตำแหน่งที่ 1 (หัวเราะ)

- นั่งอยู่ตรงตำแหน่งที่ 1 ตลอดเลยเหรอครับ (หัวเราะ)

มักกี้: ตอนนั้นรับรู้ถึงความอ่อนแอของตัวเองได้อย่างลึกซึ้งเลยค่ะ กังวลมากไม่รู้ว่างานหลังจากนี้จะราบรื่นหรือเปล่า

- เรื่องที่ร้องไห้นี่ เมมเบอร์รู้มั้ยครับ?

มักกี้: ไม่ค่ะ ถ้าพวกเขาไม่ไปถามสตาฟฟ์ซัง ฉันคิดว่าคงไม่รู้ ที่จริงฉันก็ไม่อยากให้รุ่นน้องเห็น

อันนะเซนเซย์: ตัวเองก็เป็นเมมเบอร์แต่กลับต้องรับผิดชอบที่จะนำคนอื่น มันค่อนข้างลำบากและโดดเดี่ยว เมื่อก่อนฉันก็เป็น ตอนเป็นเมมเบอร์ SUPER MONKEY'S แล้วยังต้องสอนเมมเบอร์คนอื่นอีก จะสอนพวกเขาได้ ก่อนอื่นตัวเองก็ต้องทำให้ดีก่อน ความกดดันแบบนี้มันเยอะมาก แล้วยังกลัวอีกว่าจะถูกพวกเขาเกลียดมั้ย แต่ว่าต้องมีความกล้าที่จะถูกเกลียด ไม่งั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน การดุคนอื่นในเวลาเดียวกันก็เป็นการทำร้ายตัวเองด้วย แต่ที่พูดจาแย่ๆพวกนี้ออกไปได้ ไม่ใช่เพราะความรักหรอกเหรอ

มักกี้: ...(ฟังอย่างเงียบๆ)

อันนะเซนเซย์: จนทุกวันนี้ ก่อนจะเข้าห้องซ้อมฉันยังบอกกับตัวเอง “ถ้าเด็กพวกนี้เติบโตขึ้นได้ล่ะก็ ถึงจะถูกพวกเขาเกลียดก็ไม่เป็นไร” อีกอย่างแค่เธอแสดงความพยายามออกไป สักวันพวกเขาจะเข้าใจ ถ้าทำครึ่งๆกลางๆล่ะก็ ไม่ต้องทำดีกว่า ในเมื่อตัดสินใจจะทำแล้วก็ต้องทำให้สมบูรณ์ แม้ฉันจะอายุ 44 แล้ว แต่ตอนดุคนอื่นมือก็ยังสั่นอยู่นะ แล้วมากิโกะอายุเท่านี้ได้เป็นกัปตันแล้ว ตอนดุคนอื่นคงจะต้องเจ็บปวดแน่ๆ ขนาดทาคามินะเองยังรู้สึกเจ็บปวดเลย ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน แต่ว่า! ยังไงก็ต้องทำนะ แม้แต่ฉันเอง บางทีก่อนนอนนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้ ยังรู้สึกเสียใจเลยว่า “ตอนนั้นไม่น่าพูดแบบนั้นไปเลย”

มักกี้: ...(ฟังอย่างเงียบๆ)

อันนะเซนเซย์: จากนี้มากิโกะจะค่อยๆเติบโตไปเป็นกัปตันที่แท้จริงมั้ย เรื่องพวกนี้น่ะตัวเองคงจะค่อยๆรู้เอง อาจจะล้มเหลว อาจจะร้องไห้ อาจจะท้อก้าวไปข้างหน้าก้าวนึงแต่ต้องถอยหลังมาสามก้าว แต่ก็เพราะการทำซ้ำแล้วซ้ำเล่านี่แหละ ถึงจะช่วยสอนให้มากิโกะเป็นกัปตันได้ เริ่มแรกทำไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดาแต่ว่า จะต้องมีความตั้งใจ

มักกี้: ...ค่ะ

อันนะเซนเซย์: ยิ่งฝ่าฟันอุปสรรคไปมากเท่าไหร่ มากิโกะก็ยิ่งโตขึ้นเท่านั้น ตอนที่มากิโกะกล้าที่จะเผชิญหน้ารับตำแหน่งกัปตัน ทั้งการแสดง ทั้งสีหน้าของมากิโกะ ทั้งความหมายของตัวตนของเธอในวง ก็เปลี่ยนไปทั้งหมด คนที่ได้รับโอกาสแบบนี้มีไม่มาก ถึงจะล้มเหลวแต่แค่ได้ทำเต็มที่ก็พอแล้ว! ถึงจะต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่แค่กลับมายืนให้ได้ก็พอแล้ว! ถ้าทุ่มเทเต็มที่แล้วยังทำไม่ได้ นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เป็นความผิดของคนที่เลือกเธอมาต่างหาก!

- นั่นสิครับ เพราะได้รับเลือกต่างหาก

อันนะเซนเซย์: แล้วก็ ถ้าได้เห็นความพยายามของมากิโกะ จะต้องมีพรรคพวกที่จะไปด้วยกันแน่ๆ

- ตอนนี้ก็มีไม่ใช่เหรอครับ? ได้ไปกินข้าวกับพวกเมมเบอร์ คงจะได้คุยกันเรื่องวงด้วยมั้งครับ?

มักกี้: อืม...ลองคิดๆดูแล้ว คงไม่มีมั้งคะ ฉันไม่รู้จะพูดเรื่องพวกนี้กับพวกเขายังไง ฉันกลัวว่าเราจะคิดไม่ตรงกัน...

อันนะเซนเซย์: นั่นเพราะมากิโกะยังไม่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงออกไป แค่มากิโกะพูดเสียงที่อยู่ในใจออกไปตรงๆ เด็กคนนั้นต้องเข้าใจแน่ๆ แบบนี้ทุกคนก็จะรู้สึกว่า “มากิโกะทุ่มเทมาขนาดนี้แล้ว ฉันต้องสนับสนุนเธอ” มีแค่แบบนี้เท่านั้น คนจะเข้ามาร่วมกับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ที่แท้จริงยังไม่เริ่มขึ้น ทุกคนในตอนนี้แค่สื่อสารกันธรรมดาเท่านั้น แค่ไม่อยากให้เกลียดกันแค่นั้น

สิ่งสำคัญในโลกใบนี้

- ย้อนกลับไปที่เรื่องที่คุยกันก่อนหน้า ตอนที่ประกาศแต่งตั้งให้เป็นกัปตัน รู้สึกยังไงบ้างครับ?

มักกี้: ....

- ตอนนั้นเหมือนเห็นคุณดีใจจนร้องไห้เลยครับ

มักกี้: ไม่ค่ะ...ไม่ใช่อย่างนั้น ตั้งแต่ซาเอะซังประกาศจบการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ก็มีความคาดหวังต่อวงเข้ามากมายจากหลายทาง แต่ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเป็นได้ มีความรู้สึกว่าทำไม่ได้มากๆเลยค่ะ โมเม้นต์ที่ได้ยินประกาศ ในใจก็คิด “อ่า กลายเป็นจริงซะแล้ว” ขาอ่อนไปเลยค่ะ

- ต้องขอโทษด้วยนะครับ ดูเหมือนว่าผมจะเข้าใจผิดหมดเลย (หัวเราะ)

อันนะเซนเซย์: แต่ว่า ตอนนี้ก็คงยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นกัปตันอยู่ดีล่ะมั้ง วันนี้แค่เห็นหน้าฉันก็รู้สึกได้แล้ว

มักกี้: ...ขอโทษค่ะ (ยิ้ม)

อันนะเซนเซย์: ยังไม่ถึงจุดที่ “จะต้องทำให้ได้!” เลย มากิโกะ ฉันจะบอกให้ อย่าไปคิดว่า “ทำได้หรือทำไม่ได้” แต่ให้คิดว่า “จะทำหรือไม่ทำ” เธอตอนนี้น่ะยังไม่มีความรู้สึกว่า “ฉันจะทำให้ดู!”เลย ถึงจะล้มเหลวก็ไม่เป็นไร โยนความกลัวทิ้งไป เธอต้องเลือกจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จากประสบการณ์ของฉัน คนเราน่ะแค่คิดว่า “ยังไงก็ต้องทำให้ได้!” ก็จะทำได้แน่นอน ถ้าใจคิดว่า“ยังไงก็ต้องทำให้ได้!”แล้วแต่ทำไม่ได้ซักอย่าง นั่นก็พูดเหลวไหลแล้วล่ะ ถ้าเอาชนะความรู้สึกตัวเองได้ก็ทำได้แล้ว ฉันมองดูแววตามากิโกะในตอนนี้ยังหาไม่เจอความตั้งใจนั้นเลย เพราะเธอไม่ได้มองตาฉันแล้วบอกว่า “ฉันจะเปลี่ยนแปลง SKE48 เอง!” เลยใช่มั้ยล่ะ

มักกี้: .....(เอาแต่ก้มหน้า)

อันนะเซนเซย์: ถ้าไม่มีความตั้งใจแบบนั้น เธอจะลำบากนะ ชีวิตเธอจะอยู่ในความกังวลตลอดเวลา

- แต่ว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดสวิตช์เลยแล้วกันครับ ผมคิดว่าทั้งเมมเบอร์ ทั้งแฟนๆต้องอยู่ข้างคุณแน่นอน

มักกี้: อืม...

อันนะเซนเซย์: มากิโกะ ทำไมถึงเอาแต่ลังเลแบบนั้นล่ะ?

- ยังมีอะไรที่ยังเก็บไว้ไม่ได้พูดออกมามั้ยครับ? นี่เป็นโอกาสดีที่จะพูดออกมานะครับ 

อันนะเซนเซย์: เธอกำลังคิดจะจบการศึกษา? เรื่องนี้รึเปล่า?

มักกี้: “เคย” คิดค่ะ ฉันจะเป็นเมมเบอร์ SKE48 ได้อีกนานแค่ไหนนะ? มันอยู๋ในหัวฉันตลอด

อันนะเซนเซย์: งั้นเหรอ ดันได้มาเป็นกัปตันเอาตอนนี้ คงจะทุ่มเททั้งกายใจไม่ได้ กลับกัน ถ้ามากิโกะจบการศึกษาไปแล้ว เธออยากทำอะไรล่ะ?

มักกี้: แน่นอนว่ายังไงฉันก็ชอบการร้องการเต้น แม้หวังว่าจะได้เข้าเซมบัตสึแต่ตอนนี้มันไม่ได้มีผลกับฉันมากขนาดนั้นแล้ว แม้ว่าจะไม่มั่นใจว่าออกจาก SKE48 แล้วจะหาเลี้ยงตัวเองได้ แต่ว่าฉันอยากจะออกไปสู้ดูซักตั้ง เพราะงั้นเลยคิดว่าอาจจะจบการศึกษาในปีนี้...

อันนะเซนเซย์: จากความรู้สึกที่ฉันมองมากิโกะในตอนนี้นะ ถ้าออกจาก SKE48 ไปดิ้นรนข้างนอก ยังอ่อนเกินไป

มักกี้: ..........

อันนะเซนเซย์: ถ้าอยากจะดิ้นรนด้วยตัวคนเดียวล่ะก็ จะต้องคว้าโอกาสทุกๆโอกาส ต้องมีแรงผลักดันและมีความกล้า ไม่งั้นก็จะล้มเหลวแน่ๆ ในวงการน่ะนะ แม้ความสามารถจะสำคัญก็จริงแต่ในท้ายของท้ายที่สุดก็คือความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องมองมันในแง่ดี คนแบบนี้แหละที่เรียกว่าแข็งแกร่ง ถ้าคิดแบบนี้ มากิโกะตอนนี้ยังอ่อนแอ แต่ว่าเธอน่ะได้รับโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นมาแล้วไม่ใช่เหรอ ได้เป็นกัปตัน ได้ทำเรื่องต่างๆเยอะขึ้น ประสบการณ์พวกนี้จะเป็นสมบัติของเธอในก้าวที่จะก้าวต่อไป กับงานทุกวันนี้น่ะรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าในงานพวกนี้ก็มีสิ่งที่ทำให้เธอเติบโตขึ้นซ่อนอยู่ ก็เหมือนอากิโมโตะ ซายากะกับซาเอะจังนั่นแหละ “ถึงจะยุ่ง ถึงสภาพแลดล้อมจะไม่เอื้อ แต่ก็ยังพยายามอย่างเต็มที่” นั่นเป็นเพราะพวกเขามองเห็นพัฒนาการของตัวเองหลังจากจบการศึกษา ดังนั้นเลยถือว่างานที่ทำอยู่เป็นการฝึกฝนตัวเอง ไม่ว่ามากิโกะจะตัดสินใจออกไปตอนไหน ต่อจากนี้สิ่งที่เธอต้องมีไม่ใช่ฝีมือการเต้นแต่เป็นการใช้ชีวิตของคนเราต่างหาก

มักกี้: ....(ฟังอย่างเงียบๆ)

อันนะเซนเซย์: การต่อสู้ในวงการบันเทิงน่ะ ต่างจากทั่วไปโดยสิ้นเชิง เพราะงั้นถ้าเธอคิดถึงชีวิตหลังจากจบการศึกษาไป ตอนนี้เธอได้รับโอกาสที่ดีมากมาแล้ว ถ้าเธอไม่เคลียร์มันคงจะไม่ได้ พูดอีกอย่างคือถ้าเธอเป็นกัปตันแต่จบการศึกษาไปโดยยังไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง นั่นคือการ “หนี” ล่ะ

มักกี้: ....(ร้องไห้) ค่ะ

อันนะเซนเซย์: ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะล้มเหลวมันก็จะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น คิดว่าทำเพื่ออนาคตของตัวเองไง! เข้าใจรึยัง?

มักกี้: ค่ะ

- ประสบการณ์ที่ได้ในวันนี้ก็คือทางสู่ความสำเร็จในวันหน้านะครับ

อันนะเซนเซย์: สู้เขา!!

มักกี้: ฮ่าๆๆๆ! (เริ่มมีรอยยิ้มกลับมา)

- มาทำตามที่ตัวเองเขียนไว้ในโคเอ็งวันปีใหม่ “โค่นล้มอันนะ!” กันเถอะครับ

มักกี้: เอ่อ...เรื่องนี้น่ะไม่ไหวค่ะ (หัวเราะ)

- งั้นผมสรุปคำพูดของอันนะเซนเซย์ง่ายๆให้ฟังนะครับ “มากิโกะ อย่าทำอะไรครึ่งๆกลางๆสิ”

อันนะเซนเซย์: ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

มักกี้: ฮุๆๆๆ ขอโทษค่ะ

- มากิโกะซังล้อเลียนคำว่า “อย่าทำอะไรครึ่งๆกลางๆ” ตอนนี้ที่สุดก็ได้รับบูมเมอแรงย้อนกลับมาเป็นสิบเท่าเลยนะครับ

มักกี้: ฮ่าๆๆๆๆ

- วันนี้ช่างเป็นเวลาที่มีความหมายมากเลย (หัวเราะ) ต่อไปก็ขอถ่ายภาพคู่กันหน่อยครับ....

มักกี้: ขอไปแต่งหน้าเพิ่มก่อนค่ะ! (หัวเราะ) เซนเซย์คะ วันนี้ขอบคุณมากเลยค่ะ

อันนะเซนเซย์: พยายามเข้า มากิโกะ! ดูเหมือนว่าฉันคงต้องจับตามอง SKE48 ต่อไปแล้วล่ะ (หัวเราะ)


วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

(91) [SKETrivia] มากิโนะ อันนะ ผู้ให้กำเนิด SKE ที่แท้จริง


ทางเดียวที่ SKE จะเอาชนะ AKB ได้ก็คือหยาดเหงื่อ!!!

พอพูดถึง SKE48 แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ live performance และการเต้น เรียกว่าเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่าง เป็นจุดขายที่ทำให้ SKE เป็นที่รู้จักเกินกว่าการเป็นแค่วงน้องสาวของ AKB
ผู้ที่สร้างและวางรากฐานให้ SKE ในฐานะวงไดอล เต้นโหด เต้นแรง จ้างร้อยเต้นล้าน อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ "มากิโนะ อันนะ"
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าอันนะเซนเซย์นี่แหละที่เป็นคนคิดท่าเต้นเพลงเท่ๆอย่าง River หรือแม้แต่เพลงชาติ AKB อย่าง Heavy Rotation และ Flying Get

อันนะเซนเซย์ยังเป็นหนึ่งในกรรมการออดิทชั่นครั้งแรกของ SKE ด้วย หลังจากนั้นก็ได้รับหน้าที่ให้มาฝึกเด็กๆที่นาโกย่า
เซนเซย์เคยบอกไว้ว่า "ทางเดียวที่ SKE จะเอาชนะ AKB ได้ก็คือหยาดเหงื่อ!!!" "จุดเด่นของ SKE คือไดนามิคและความเร็ว ถ้าตรงไหน AKB เต้นได้ 2 ท่า SKE จะเต้นได้ 4 ท่าในเวลาที่เท่ากัน"
ดังนั้นการฝึกซ้อมของเด็กๆวงนี้เลยเต็มไปด้วยความเข้มงวด ความโหด และน้ำตา (โหดแค่ไหนรอดูในดอคได้นะคะ)

การฝึกของอันนะเซนเซย์ในตอนนั้นรวมไปถึงการเว้นระยะห่างของตัวเองกับเมมเบอร์ด้วย อย่างเช่นการไม่ยอมให้เมล์กับเมมเบอร์ เพื่อไม่ให้ตัวเองสนิทกับเด็กๆเกินไป จนถึงขั้นมีแฟนๆเอาความโหดนี้ไปคุยกันในเน็ตเลยทีเดียว

แม้จะโหด แต่จริงๆแล้วเซนเซย์รักเด็กๆวงนี้มากกกกกกกกก(กไก่ล้านตัว)
ทุกครั้งที่มีเรื่องดีๆเกี่ยวกับ SKE เซนเซย์จะเขียนบล็อกไม่ก็อัพทวิตถึงเสมอ อย่างงานเลือกตั้งตอนที่ Wmatsui เข้าคามิ 7 หรือปีนี้ที่ติดอันดับมากสุด เซนเซย์ก็อัพทวิตแสดงความยินดีเช่นกัน โดยเฉพาะพอรู้ว่ามักกี้ (ไซโต้ มากิโกะ)ได้เป็นเซนเตอร์ upcoming girls เซนเซย์ก็บอกว่ารอคิดท่าเต้นเพลงนี้ให้แทบไม่ไหวแล้ว (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ออกมาเป็นเพลงมุ้งมิ้งแทน เซ็ง!!!)

เช่นเดียวกัน เด็กๆเองก็รักเซนเซย์ไม่แพ้กัน อย่างเรนะ จากคนที่เต้นไม่เป็นเลยกลายมาเป็นคนที่เต้นได้จนรองเท้าว่อน ก็เคยบอกว่า "รู้มั้ยว่าฉันรักอันนะเซนเซย์ คนภายนอกอาจจะคิดว่าเธอเป็นปีศาจ แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนน่ารัก แล้วก็ตลกอย่างไม่น่าเชื่อ" (ท่าเต้นบางท่าเซนเซย์แปลงมาจากท่าที่พวกตลกเอามาเล่นกันในรายการทีวี)

หลังๆนี่จูรินะก็บอกว่า "อันนะเซนเซย์ดูใจดีกับพวกเราขึ้นมาก เทียบกับตอนแรกๆ บางทีฉันก็คิดถึงเวลาพวกนั้น อยากให้เข้มงวดกับพวกเราอีก" (ใช่สิ แกไม่เคยโดนหนิ 555555)

อันนะเซนเซย์เคยให้สัมภาษณ์ถึง SKE ว่า "เด็กวงนี้ต่างจากไอดอลวงอื่นๆ เวลาที่ฉันง่วนอยู่กับการคิดท่าต่อไป พวกเขาจะคุยกันเรื่องท่าเต้น ซ้อมและเช็คท่ากันเอง ทำให้ฉันไม่ต้องมานั่งเช็คอีกรอบ" แล้วก็ชมเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันของเด็กวงนี้อยู่บ่อยๆ
สรุปง่ายๆว่าแม้คนที่สร้าง SKE จะเป็นอากิพี แต่คนที่ให้ชีวิตกับ SKE คือ มากิโนะ อันนะ คนนี้นี่แหละค่ะ

แถมนิด...เพลง Coquettish ก็เป็นอันนะเซนเซย์ที่คิดท่าเต้นให้ ถ้ายังจำได้ในไลฟ์เปิดตัวเพลงครั้งแรกที่รายการ Music Station นี่เต้นผิดกันระนาว เรนะก็รองเท้าบินกลางรายการ อันนะเซนเซย์ก็ออกมาทวิตว่ายังทำได้ไม่ดีเลย ต้องแก้ไขอีกเยอะ แล้วก็แซะเรนะแบบขำๆไปหน่อยนึง ฮาาาา

ปัจจุบันอันนะเซนเซย์ยังเปิดโรงเรียนสอนเต้นสำหรับเด็กดาวน์ซินโดรมด้วย ชื่อว่า "lovejunx"

ติดตามอันนะเซนเซย์ได้ทาง Twitter และ Ameblog 

blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]