แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Talk แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Talk แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
[Talk] ยูนานะจบการศึกษา
สำหรับแฟนๆแล้ว การจบการศึกษาของไอดอลเป็นเรื่องที่ทั้งสุขและเศร้าไปพร้อมๆกัน
สุขที่ได้เห็นเขาก้าวไปอีกก้าว ไปในเส้นทางที่เขาตัดสินใจเลือกเอง
เศร้าที่เราจะไม่ได้เห็นเขาในฐานะเมมเบอร์วงไอดอลที่เรารักอีกต่อไปแล้ว
เป็นอารมณ์ที่ถ้าไม่ได้มาตามไอดอลก็คงไม่มีวันได้รู้
ที่ผ่านมา SKE มีเด็กที่เป็นดาวรุ่งมากมายหลายคน จบการศึกษาออกไปในขณะที่อนาคตในวงกำลังสดใสแบบสุดๆ
แต่สำหรับเรา คงไม่มีครั้งไหนอิมแพ็คเท่ากับครั้งนี้ ถือเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ของ SKE เลยก็ว่าได้
เมื่อเด็กที่ถูกวางตัวให้เป็นเอซคนต่อไปของวง เด็กเพียงคนเดียวที่ได้เป็นเซนเตอร์เดี่ยวต่อจากระดับตำนานอย่างจูรินะกับเรนะ เด็กที่ทุกคนมองว่าเป็นอนาคตอันสดใสของ SKE อยู่ดีๆก็ประกาศจบการศึกษาโดยไม่มีวี่แววมาก่อน
ทุกคนก็คงตกใจแล้วก็มีคำถามผุดขึ้นมาเต็มในหัวไปหมดเหมือนๆกัน
มันเกิดอะไรขึ้น? เพราะอะไร?
ทำไมยูนานะถึงทำแบบนี้?
ไหนเคยบอกว่าจะเป็นคนที่พาวงนี้ไปไง?
ไหนที่เคยบอกว่าจะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงอิมเมจของวง?
ไหนที่เคยบอกว่าอยากจะไปนาโกย่าโดมด้วยกัน?
ไหนที่เคยบอกว่าจะไปงานขาว-แดงด้วยกัน?
ไหนที่เคยบอกว่าจะเป็นเซนเตอร์คู่กับราระ?
มันหายไปไหนหมดแล้ว?
เราพยายามจัดการกับความรู้สึกตัวเองอยู่นาน (นานกว่าตอนเรนะโอชิคนแรกของเราแกรดซะอีก)
กว่าจะกล้าเข้าไปอ่านบล็อกของยูนานะที่พูดถึงเรื่องนี้แบบเต็มๆ
อ่านไป แปลไป น้ำตาก็ไหลออกมาเอง
แฟนๆอย่างพวกเรานี่มัน ช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
ตั้งแต่ได้อ่านบล็อกยูนานะ คำถามในหัวเรามันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ "เพราะอะไรยูนานะถึงจบการศึกษา?"
แต่มันกลายเป็นคำถามที่เราย้อนถามตัวเองกลับว่า "ที่ผ่านมามองข้ามตัวตนจริงๆของยูนานะมานานแค่ไหน?"
ยูนานะไม่ใช่เด็กที่จะบ่นหรือแสดงอารมณ์อะไรลบๆออกมา
เป็นเด็กจิตใจดีที่ใครอยากให้ทำอะไรก็ทำ แถมยังตั้งใจทำออกมาได้ดีด้วย
ในอีกทางนึง เรามองว่าคงเป็นเพราะยูนานะโตขึ้นแล้ว
มีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็อยากสลัดภาพบางอย่างทิ้งไป ซึ่งก็อาจเป็นภาพที่พวกเราเองนี่แหละยัดเยียดให้
พวกเราเอาแต่มองว่ายูนานะน่ารัก แต่ไม่เคยสนใจเลยว่าแท้จริงยูนานะอยากเป็นแบบไหน
ช่วงหลังที่น้องตัดผมสั้น เปลี่ยนแนวเป็นชาวร็อค หลายคนกลับคอมเม้นต์ว่าชอบยูนานะที่น่ารักใสๆมากกว่า
พวกเรายัดเยียดความคิดของพวกเราให้น้อง โดยที่ไม่ค่อยสนใจความคิดของตัวน้องเองซักเท่าไหร่
พวกเรามัวแต่คิดว่ายูนานะคือความหวัง คือความฝัน คืออนาคตของวง
พวกเราคาดหวังสูงมากถึงมากที่สุดในตัวเด็กผู้หญิงคนนี้
แต่พวกเราไม่เคยสนใจเลยว่า จริงๆแล้วยูนานะรู้สึกยังไงกับทุกความคาดหวังที่ได้รับมา
พวกเราไม่เคยสนใจเลยว่า ตัวยูนานะต้องแบกรับความกดดันมากแค่ไหน
ไม่ใช่ในฐานะไอดอล แต่ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เข้ามาในวงการนี้โดยที่ไม่เคยชอบหรือรู้จักไอดอลมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ถึงในบล็อกยูนานะจะไม่ได้เขียนออกมาตรงๆ แต่ก็รับรู้ได้ว่ามันคงยากมากสำหรับยูนานะ
เมื่อเราคาดหวังกับอะไรบางอย่างไว้ แล้วผลที่ออกมามันไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็ย่อมต้องผิดหวังมากเป็นธรรมดา
แต่ในกรณีนี้เราไม่ได้ผิดหวังกับยูนานะ เราผิดหวังกับตัวเราเองมากกว่าที่ไปตั้งความคาดหวังไว้แบบนั้นโดยไม่ได้ใส่ใจตัวน้องเลย
นึกไม่ถึงจริงๆว่าการชอบไอดอลจะให้ข้อคิดชีวิตอะไรแบบนี้ได้ด้วย
ตอนนี้เรารู้แล้วว่า อะไรก็ได้ ขอแค่ให้ยูนานะมีความสุข
ขอแค่ให้ยูนานะยิ้มได้ออกมาจากใจ
แค่นี้เราก็พอใจแล้ว
ระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา การมียูนานะอยู่ใน SKE สำหรับเราถือเป็นลาภอันประเสริฐแค่ไหนแล้ว (ฮาาาาา)
ก็อย่างที่ยูนานะบอกแหละค่ะว่าในฐานะไอดอลก็ได้ทำสำเร็จลุล่วง จบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
เด็กที่ใช้เวลาอยู่ในวงแค่นี้ แต่ถึงขั้นได้ยืนเป็นเซนเตอร์ซิงเกิ้ลหลัก เป็นคนจุดประกายให้วงนี้มันร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
เป็นเด็กมหัศจรรย์จริงๆนั่นแหละ
เราชอบประโยคนึงที่พี่นกเขียนไว้ในบล็อก (พี่นกซึ่งปกติไม่ได้สนิทกับยูนานะขนาดนั้น)
ที่บอกว่า
"(เธอ)จะไม่เป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างอะไรบางอย่างให้กับ SKE48 อีกแล้วงั้นเหรอ...แต่บางทีเธออาจเป็นไปแล้วก็ได้"
มันใช่เลย ยูนานะเป็นคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ SKE ไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ก็อยากให้ยูนานะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างมีความสุข อัพโซเชี่ยลบ้าง พอให้ได้เห็นหน้ากัน ให้ได้รู้ว่ายูนานะมีความสุขดี
แค่นี้ก็พอแล้ว
ส่วน SKE ไม่ต้องห่วง
เรายังมีเด็กรุ่นใหม่ที่ร้อนแรงและพร้อมจะขึ้นมายืนเป็นแนวหน้าอยู่อีกเพียบ ขอแค่โอกาสที่เด็กๆจะได้แสดงออก
ถ้าจะให้พูด ก็ต้องบอกว่าสถานการณ์ช่วงนี้ดีกว่าช่วงปี 2016 แบบหน้ามือเป็นหลังมือ
มีรายการเยอะมาก หลากหลายช่องทาง ทั้งฟรีทีวี ทั้งวิทยุ ทั้งสตรีมมิ่งออนไลน์
ก็หวังว่าเด็กๆจะคว้าไว้ได้เมื่อโอกาสมาถึง
จบค่ะ
ปล. เราจะเป็นหนักกับยูนานะมากหน่อย เพราะเห็นน้องมาตั้งแต่เดบิวต์เปิดตัวในงานจับมือ จนขึ้นอันเดอร์ในสเตจทีม S ครั้งแรก จนได้มาถึงตอนนี้ เหมือนเห็นลูกโต
ปล2. ไม่ว่ายูนานะจะอยู่ไหน ยูนานะก็จะเป็นลูกเราเสมอค่ะ
ปล3. ยูราระของพี่.......................................
ปล4. เดี๋ยวจะเอาที่แปลบล็อกเมมเบอร์คนอื่นที่เขียนถึงยูนานะมาลงให้อ่านอีกที
วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560
[Talk] 130417 คิซากิ ยูริอะ Ace, Leader, Legend!
เส้นทาง 8ปีในฐานะไอดอลของยูริอะเป็นเส้นทางที่กำลังจะจบลงในแบบที่คงไม่มีแฟนๆ ยูริอะตั้งแต่แรกๆ คนไหนจินตนาการออกแน่ๆ หรือแม้แต่เจ้าตัวเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกัน
จากเคงคิวเซย์แยงกี้เลือดร้อนตัวน้อยๆ ศิษย์เอกของรุ่นพี่คุวาบาระ นักเต้นอันดับต้นๆ ของSKE จนถึงวันที่เป็นแถวหน้าของวงอย่างเต็มภาคภูมิ ขึ้นสู่ระดับTop 3ของวงและเป็นตัวเก็งที่ใครๆก็บอกว่าเป็นว่าที่กัปตันวง - เซนเตอร์คนต่อไปของ SKE
แล้วก็โดนย้ายไป AKB ในช่วงที่โมเมนตัมดีสุดๆทั้งตัววงและตัวเอง เพื่อไปหวังต่อยอด (...)
แล้วก็โดนย้ายไป AKB ในช่วงที่โมเมนตัมดีสุดๆทั้งตัววงและตัวเอง เพื่อไปหวังต่อยอด (...)
"ฉันไม่มีวันลืมเสียงเชียร์ตอนที่ได้โซโล่ Soredemo Sukidayo บนนาโกย่าโดมในคอนเสิร์ตSKEค่ะ จนถึงตอนนี้ฉันคิดว่านั่นเป็นจุดสูงสุดของชีวิตไอดอลของฉันแล้ว"
"ก่อนจะจบการศึกษาฉันอยากกลับไปยืนบนเวทีโรงละครSKEอีกเป็นครั้งสุดท้าย"
"สิ่งที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำในAKBเหรอคะ..
คงเป็นเรื่องเพลงของรุ่น3มั้งคะ..รุ่น3 SKEน่ะ รู้ว่ามันยากอยู่แหละ"
คงเป็นเรื่องเพลงของรุ่น3มั้งคะ..รุ่น3 SKEน่ะ รู้ว่ามันยากอยู่แหละ"
จากANNเมื่อคืนที่ยูริอะประกาศแกรต
เราว่ามันก็เหมือนที่เรนะเคยพูดตอนประกาศแกรตนะว่า
เราว่ามันก็เหมือนที่เรนะเคยพูดตอนประกาศแกรตนะว่า
เส้นทางที่เราเลือก เราไม่มีวันรู้ว่ามันเป็นทางที่ถูกหรือไม่ถูก เพราะการจะตัดสินเส้นทางนั้นมีแต่ต้องให้เวลาผ่านไปแล้วเท่านั้นถึงจะเสียดายยูริอะที่ไม่ได้อยู่กับSKEต่อ แต่สำหรับแฟนยูริอะคนนึงก็อยากให้เค้ามีเส้นทางที่ไม่มีอะไรติดค้างหรือเสียใจกับชีวิตไอดอลที่เค้าเลือก ดีใจที่ยูริอะได้เจอเพื่อนดีๆที่AKBอย่างอันนิน
และสุดท้ายคนที่จะสร้างเส้นทางจากทางเลือกที่เราเลือก ก็มีแต่ตัวของเราเอง
ยูริอะเป็นคนที่ทั้งร้องเพลงดี เต้นเก่ง และแสดงเก่งเป็นอันดับต้นๆของ 48G
วงวงนี้มันคงแคบไปสำหรับน้องแล้ว
วงวงนี้มันคงแคบไปสำหรับน้องแล้ว
ยูริอะจะเป็นLegend Member ของSKE48ตลอดไปแน่นอน
วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
[Talk]ความหมายของ"ไอดอล" กับ SKE48 ซาคาโมโตะ มาริน
ท่ามกลางจากการเปิดตัวของ BNK48 ที่นำวัฒนธรรมไอดอลแบบ"ญี่ปุ่น"ถาโถมเข้าสังคมเน็ตของไทย
แน่นอนว่าเมื่อมีกระแส ก็ต้องมีเรื่องราวในแง่ลบ
"ทำตัวแบ๊วๆ น่ารัก ให้คนมาเปย์ไปวันๆ"
"ก็แค่แฟนจำลอง ขายฝันให้โอตะจิ้นเป็นแฟนไปวันๆ"
หลากคำครหาที่ผู้คนมีให้วัฒนธรรม"ไอดอล"
บ้างก็มาจากสายตาที่อคติเป็นทุนเดิม
บ้างก็พูดเรื่องจริง บ้างก็พูดเรื่องไม่จริง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว"ไอดอล"ในสังคมญี่ปุ่นเป็นมากกว่า"แฟนจำลอง" สำหรับใครหลายคน
คุณเคยไหมกับเวลาที่เฝ้าติดตามผลงานทีมกีฬาหรือนักกีฬาที่คุณรัก
แล้วใจเต้นจนอยู่นิ่งไม่ได้ ยินดีกับความพยายาม ตื้นตันกับความสำเร็จ น้ำตาไหลเมื่อเห็นความฝันของเขาเหล่านั้นเป็นจริงไปกับถ้วยแชมป์ หรือรางวัลส่วนตัว
การได้มองเห็นความพยายาม ความทุ่มเท การล้มลุกคลุกคลาน และ Passion ของคนบนจอไปจนถึงวันที่ความพยายามสร้างพลังบวก สร้างแรงบันดาลใจให้เราได้อย่างคาดไม่ถึง
นั่นแหละคือความหมายของการมีอยู่ของไอดอลที่จะทำให้คุณเนื้อเต้น เอาใจช่วย และทุ่มเทให้สุดใจ และอยากจะใช้ชีวิตให้เต็มที่อย่างไม่ยอมแพ้เด็กผู้หญิงพวกนี้
คือไอดอลเจ้าของสีประจำวงคือสีส้มแสดที่สื่อถึงความร้อนแรงและ Passion ของวงน้องแห่งนาโกยะที่ชื่อ SKE48 ที่โด่งดังในด้านความทุ่มเท บ้าพลัง จริงจัง และวัฒนธรรมประจำวงที่จะไม่มีวันทำอะไรครึ่งๆกลางๆเด็ดขาด
สำหรับ ซาคาโมโตะ มาริน เคงคิวเซย์ (เด็กฝึก) รุ่นที่ 8 ของ SKE48 เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย
เด็กตัวสูงที่ยืนอยู่บนเวที เต้นสุดแรงเกิด ยิ้มแย้มเสมอ เรียนมัธยมปลายในโรงเรียนที่เด่นด้านเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมชมรมเป็นประจำก่อนมาเข้า SKE48 คนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเคยเป็นฮิคคิโคโมริ ไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ยอมแม้แต่จะก้าวขาออกจากบ้าน จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับวงไอดอลประจำเมืองอย่าง SKE48 ถึงมาอยู่จุดนี้ได้
เราอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวของน้องมารินผ่านทางจดหมายวันเกิดที่ครอบครัวของน้องเขียนให้น้องในงานวันเกิดที่ผ่านมาค่ะ
"ถึง มาริน
สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 15 ปีนะ
พวกเราถูกบอกมาตลอดว่า “เลี้ยงลูกทั้งที่อายุยังน้อยอยู่ต้องลำบากแน่ๆ” แต่การได้เห็นว่าลูกกินข้าวร่าเริงแค่ไหน เติบโตมาแข็งแรงขนาดไหน เราก็ไม่รู้สึกลำบากอะไรเลย
แต่ตอนที่เกือบจบชั้นประถม 6 สุขภาพของลูกก็ทรุดหนัก ด้วยความที่ขาดเรียนบ่อยก็ทำให้ลูกปรับตัวเข้ากับชั้นมัธยมต้นไม่ได้
ลูกมักจะคิดมากเกินไปเสมอว่าเพื่อนๆจะคิดยังไงกับลูก แถมยังมีช่วงที่ถึงขั้นไม่แม้แต่จะออกไปนอกบ้านในวันหยุด
จนกระทั่งได้รู้จักกับสเตจSKE ที่ทำให้ลูกออกไปข้างนอกบ้านได้อีกครั้ง
พูดตรงๆนะ พวกเราไม่สบายใจเลยที่เห็นลูกออกไปโรงละครSKEแทนที่จะไปโรงเรียน แต่ในเวลานั้นลูกมองโลกมืดมนมากๆ เอาแต่โทษตัวเองที่ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นไม่ได้ ถึงขั้นที่ปฏิเสธความเป็นตัวเอง เพราะแบบนั้น เราเลยคิดว่ามันก็ไม่แย่อะไรหรอก ถ้าลูกจะไปที่นั่นแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้
มารินเอาแต่ดูSKE พูดถึงSKE และฟังแต่SKE เพราะลูก ทำให้พวกเราถูกดึงตามกระแสและคุ้นเคยกับSKEไปด้วย เอ้อ แถมในรถก็ห้ามเล่นเพลงอื่นนอกจากเพลง SKE ด้วยนะ
ลูกเริ่มไปดูการแสดงที่โรงละครSKEได้ด้วยตัวเอง เรียนรู้วิธีขึ้นรถไฟไปไหนคนเดียวครั้งแรกเพื่อที่จะไปร่วมอีเวนท์ และตอน ม.2 ลูกก็กลับไปโรงเรียนได้อีกครั้ง แถมยังเข้าร่วมชมรมอย่างขยันขันแข็งทุกวันเลยด้วย!
มีเวลาแค่นิดเดียวที่ใช้เตรียมตัวในการสอบเข้ามัธยมปลาย แต่ก็ลูกทำเต็มที่และได้คะแนนสูงเกินค่าเฉลี่ย
เราจินตนาการไม่ออกเลยว่าชีวิตของลูกตอนนี้จะเป็นยังไง ถ้าไม่มี SKE48
ตอนนี้ลูกก็ได้มาอยู่ในSKEที่รัก ได้เวลาตอบแทนสิ่งที่SKEทำให้ลูก
ขอให้พยายามเต็มที่เพื่อที่จะมอบรอยยิ้มสื่อถึงใจแฟนๆ และเป็นคนที่สามารถเป็นเสาหลักให้SKEได้
มาริน ขอบคุณนะที่เกิดมาเพื่อพวกเรา มาริน ลูกและพี่คือสมบัติล้ำค่าของพวกเรา
เพราะแบบนั้นขอให้รักษาดูแลและเห็นค่าในตัวเองอยู่เสมอ เมื่อไหร่ที่มีอุปสรรค เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน ในฐานะครอบครัว
ขอโทษสำหรับจดหมายยาวๆนี้ด้วยนะคะ ในท้ายที่สุด อยากจะขอขอบคุณแฟนๆทุกคน ฝ่ายจัดการ และเหล่าเมมเบอร์ที่ร่วมกันจัดงานอันแสนวิเศษนี้ให้ลูกสาวของพวกเรา
เธอเพิ่งจะเริ่มก้าวแรกบนทางเดินใหม่ อาจจะขาดความมั่นใจไปบ้าง แต่ช่วยสนับสนุนเธอด้วยนะคะ
จาก ปะป๊า ม่ะม๊า และน้องสาว"
หลังจากอ่านจดหมายจบแล้ว น้องมารินก็พูดเป้าหมายในชีวิตไอดอลของตัวเองตามนี้ค่ะ
"ก่อนอื่นเลย ต้องขอบคุณทุกท่านที่จัดงานแสนวิเศษนี้ให้ฉันค่ะ
ก็ตามที่บอกในจดหมาย ช่วงมัธยมต้นฉันไปโรงเรียนไม่ได้เลย แต่เพราะพลังที่ได้รับจาก SKE ฉันก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ!
แม้แต่หลังจากที่เข้า SKE มาแล้ว แม่ฉันก็คอยถามตลอดว่า “ลูกจะเข้า SKE จริงๆ เหรอ ลูกจะสอบเข้า(ม.ปลาย)ปีนี้แล้วนะ?” แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แม่ก็บอกฉันว่าอย่าขาดเรียนมากแล้วกัน
คอยรับส่งฉันหลังโรงเรียนเลิก หรือแม้แต่เวลาที่ฉันฝึกซ้อมจนดึก แม่ก็ยังคอยรับส่งฉันทุกวัน
ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
ถ้าไม่มี SKE คงไม่มีตัวฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้ คงจะได้แต่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน ไม่ได้ไปแม้แต่โรงเรียน
เพราะแบบนั้นฉันเลยอยากตอบแทน SKE48 ให้ได้ค่ะ
ในงานวันเกิดส่วนใหญ่ ทุกคนมักจะพูดอะไรประมาณว่า “ฉันจะเป็นไอดอลเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่น!” หรือ “ฉันอยากจะเป็นไอดอลเบอร์หนึ่งของโลก” แต่สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงการอยากทำให้ SKE48 เป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้นไปอีก ทำให้ผู้คนรับ SKE48 เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาให้ได้ค่ะ
ขอบคุณมากจริงๆและเพื่อให้การนั้นเป็นจริง
ฉันจะพยายามทุ่มเทเต็มที่ในทุกสิ่งที่ทำ และมอบรอยยิ้มให้แก่ผู้คนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
จากนี้ไปก็ขอแรงสนับสนุนจากทุกคนด้วยนะคะ!
ขอบคุณมากค่ะ ช่วยสนับสนุนSKE48ด้วยกันนะคะ"
ไม่จำเป็นต้องเป็นไอดอลเบอร์หนึ่ง แต่อยากจะเป็นไอดอลที่ได้ช่วยชีวิต ได้เป็นแรงบันดาลใจของใครต่อใครได้มากขึ้นซักคน เหมือนที่ตัวเองได้รับมาก็ยังดี
ทันทีที่น้องพูดประโยคนี้จบ น้องมารินก็คือไอดอลเบอร์หนึ่งของเราแล้วค่ะ :)
นี่คงเป็นอีกความหมายของไอดอล ที่ไม่ใช่แค่แฟนมโน ไม่ใช่แค่ขายแบ๊วไปวันๆ
แต่ยังเป็นคนที่นอกจากจะไล่ตามความฝันของตัวเองแล้ว ก็มอบความฝันและแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครด้วย
ไอดอลที่ตระหนักว่าตัวเองซักวันคงจะเป็น"ส่วนหนึ่ง"ในชีวิตของใครซักคนแบบนี้ ไม่ว่ายังไงก็คงไม่ทำให้เราผิดหวังแน่ๆ
ทำให้เรานึกถึงสปีชของมัตสึอิ เรนะ ในการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของเจ้าตัว ว้่าในชีวิตไอดอล 5-6 ปีที่ผ่านมา เขาได้เป็น"ส่วนหนึ่ง" ในชีวิตของใครต่อใครมากมายอย่างไม่ทันรู้ตัว
แต่บางทีอาจจะไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่ง ในบางห้วงเวลาเขาอาจจะเป็น"ทุกอย่าง"ของใครบางคนเลยก็ได้
ต่อให้ใครต่อใครจะดูถูกเส้นทางนี้มากแค่ไหน ตราบใดที่ SKE48 ยังมีไอดอลที่ยึดมั่นในหลักการนี้อยู่
ก็เป็นเรื่องสวยงามเสมอกับการที่มีคนที่ตั้งเป้าจะเป็นเป้าหมายหรือแรงบันดาลใจของใครซักคน หรือแม้แต่ส่งต่อความฝันให้ใครต่อใคร
สุดท้ายเมื่อได้เฝ้ามองคนแบบนี้ ได้มองเค้าไล่ตามความฝันของตัวเอง ถึงจะเลยวัยหรือไม่ได้อยากเป็นไอดอลกับเค้าเลย (ฮา)
เราก็รู้สึก Inspired และอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นให้ได้อย่างเด็กพวกนี้นะ
วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[Talk] คำสาปของเด็กรุ่นเลขคู่
รุ่น6เป็นหนึ่งในรุ่นที่โดนคำสาปเลขคู่ของSKE คือรุ่นที่เป็นเลขคู่มักจะอาภัพเสมอ อยู่ใต้เงาของแสงไฟที่ส่องไปทางรุ่นเลขคี่
เป็นมาตลอดทั้ง
รุ่น1-2 ทีมSที่เทพเกินไป และKIIที่ยังหาตัวเองไม่เจอ
แต่เพราะความUnderdogทำให้เกิดเป็นแรงผลักดันและไฟที่ทำให้KIIสร้างสตอรี่ที่สุดยอดที่สุดอย่างการที่ ลีดเดอร์ในตอนนั้นอย่างพี่นกตะโกนขอสเตจบนเวทีเลือกตั้ง (เป็นโมเมนท์ที่ทำให้เราชอบKII และลามมาSKEยันทุกวันนี้ ฮา) สร้างทีมที่ร้อนแรงที่สุดเหมาะกับสีแดงของทีมมาจนทุกวันนี้
รุ่น3-4 ก็เช่นกัน ภายใต้เงาของรุ่น3ที่ถูกเรียกว่า "ยุคทองของSKE" รุ่นที่ผลิตเซมบัตสึ คามิ7 ลีดเดอร์ เป็นแกนหลักของวงได้เลย ยูริอะ ยุกโกะ ซาวาโกะ โอกิโสะ สุดะ มิกิ ริซาโกะ ฯลฯ
รุ่น3โตมาในยุคที่ไม่มีทีมสังกัดเหมือน1กับ2 ต้องสู้กันอย่างรุนแรงเพียงเพื่อจะให้ได้รับเลือกขึ้นไปบนเวทีของรุ่นพี่ซักครั้ง สุดะถึงขั้นเก็บเรื่องนิ้วเท้าหักไว้เป็นความลับและขึ้นเวทีไปทั้งอย่างนั้น
ภายใต้เสียงชมที่มีต่อรุ่น3 รุ่น4 ก็เข้ามาพร้อมการก่อตั้งทีม E ที่แทบไม่มีหลักยึด ขาดประสบการณ์ และโดนปรามาศว่าเป็นตัวถ่วงและอ่อนที่สุด
ผ่านเรื่องราวในฐานะ Underdog มาจนเป็นทีมที่ได้รับความรัก ได้พิสูจน์ตัวเอง ได้รับการยอมรับ จนติดเลือกตั้ง AKB กันเพียบ รวมไปถึงอายะที่ไปได้ถึงที่17ในการเลือกตั้งครั้งแรก
ออริทีมEยังคงเป็นแกนหลักของวงแม้อยู่ต่างทีมกัน และได้รับการยอมรับมาจนทุกวันนี้
จนถึงล่าสุดนี้รุ่น5-6
รุ่น5ที่เก่งและพร้อมจนถูกเรียกว่ายุคทองครั้งที่สอง
แกนหลักของ "เคงคิวเซย์ที่แข็งแกร่งที่สุด" ติดเลือกตั้ง ติดเซมบัตสึแทบยกรุ่น
กับรุ่น6ที่คัดมาเยอะและมีดราม่ามากมายกับสเตจเคงคิวว่าสู้รุ่นห้าไม่ได้เลย (รุ่นห้าเก่งเกินไป..)
ในยุคที่รุ่น6ทำสเตจเคงคิวกัน เป็นช่วงเวลาที่มากิโกะที่ฝึกรุ่น5จนถูกเรียกว่าเคงคิวฯเทพ ขึ้นทีมไปแล้ว
เหลือรุ่นพี่ใหญ่ๆแค่วันจังกับคาโอตัน รุ่น5ก็มีแค่2-3คน
เป็นสเตจรุ่น6ล้วนที่โดนเผากันรัวๆ (ฮา)
รวมไปถึงดราม่าของเอสรุ่นคนแรกสุดของรุ่น6จากยูยุ(คิตะฯยูนะ) กับเอสที่โดนดันมาคู่กันทีหลังอย่างเรียวฮะ
แถมริองที่ขึ้นทีมตัดหน้ารุ่น5ทั้งที่เข้าวงมาจริงๆได้ไม่ถึงครึ่งเดือน
แต่ในที่สุดเวลาของรุ่น6ที่ได้รับการยอมรับก็มาถึง
เป็นเวลาที่เคงคิวSKEเปลี่ยนสเตจจากAitakattaล้านปี
มาเป็นSeifuku no me สเตจที่เรียกได้ว่าโหดเป็นอันดับต้นๆของSKE
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่Sเล่นRESET KIIเล่นTheater no megami Eเล่นBoku no taiyou
เลยเอาสเตจทีมSมาให้เคงคิวเล่น เพราะที่นี่เธียเตอร์SKE ต้องมีสเตจของSKEเล่นอยู่ด้วยสิ!
พอเริ่มเล่นสเตจนี้รุ่นพี่ก็อัพโซเชียลกันว่าอยากมาเล่นจัง คนไม่พอบอกเลยนะ คิดถึง ฯลฯ
รุ่น6ผู้ไฟลุกก็พร้อมใจกันบอก ถ้าคนไม่พอเดี๋ยวจะเหมาสองตำแหน่งให้ดู
จะในวันเดียว ใน5ช.ม. ใน2ช.ม. จะจำตำแหน่งให้ดูค่ะ ไม่กวนรุ่นพี่แน่! (สายโหด555)
Seifuku no meที่นำโดยเรียวฮะกับไอสะ ได้รับการยอมรับจากแฟนๆอย่างกว้างขวาง ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย จนกระทั่งมีการประกาศงาน Daisokaku (สลับทีม) ของ48G
อนาคตของรุ่น6ก็ดูไม่มั่นคงทันที
ทั้งๆที่ตั้งใจจะฝึกเคงคิวด้วยสเตจนี้ ทั้งๆที่ทีมใหญ่ก็เพอร์เฟคและดูจะล็อคตัวรุ่น6ที่จะขึ้นทีมไว้หมดแล้ว
แต่ในงานไดโซคาคุกลับเลื่อนขั้นดราฟท์รุ่น1ขึ้นทีมทุกคน ทั้งๆที่แทบไม่มีใครเคยขึ้นเวทีสเตจ
แถมยังให้ทีมSใหม่เล่นสเตจSeifuku no meที่เคงคิวเล่นกันอยู่
และเพราะเคงคิวตัวหลักหลายคนอย่างเรียวฮะ คุมะ รุกะ ยูซึกิ ขึ้นทีมกันไปหมด
ทำให้ต้องบอกลาสเตจเคงคิวไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวทันที
หลังงานชัฟเฟิลใหญ่ รุ่น6หลายคนตัดสินใจบอกลา48กรุ๊ป รวมไปถึงไอสะ เซนเตอร์เคงคิวเซย์คู่กับเรียวฮะ ที่บอกชัดเจนว่าเค้าแกรตเพราะงานนี้
ไม่ใช่แค่เด็กๆ แต่รุ่นพี่ในวงและแฟนๆก็รักสเตจSeifuku no meและรุ่น6ที่กำลังพิสูจน์ตัวเอง
จนดราม่าด่าสตาฟ ด่าผจก.กัน ว่าทำอะไรอยู่ เด็กพวกนี้คืออนาคตของเรานะ
จะปล่อยให้ดับไปเฉยๆรึไง ไหนสเตจล่ะ
ดราม่าเรื่องเคงคิวหนักมากจนมัตสึอิ เรนะ(ที่แฟนๆSKEชอบเรียกว่า "ผบ.ใหญ่" สายไฝว้ในตำนาน555) ออกมาเดือดด้วยเลย
คาโอตันต้องมาคอมเมนท์หยุดบอกเรนะซังๆดึกแล้วไปนอนนะคะ มีงานเช้าหนิ 55555555
ในช่วงเวลาที่แย่มากๆของรุ่น6นี้ ผนวกกับคุมะจังยังตกเวทีข้อมือหักในช่วงเดียวกันอีก ก็มีแต่แสดงให้เห็นว่ารุ่น6และเคงคิวสำคัญต่อแฟนๆสำคัญต่อวงขนาดไหน
ถ้าไม่สำคัญคงไม่มีใครใส่ใจและเดือดร้อนด้วยมากขนาดนี้
แถมคนที่แกรตช่วงนี้ก็ไม่มีสเตจแกรตให้อีก ต้องแกรตไปเงียบๆ
แต่รุ่น6ก็ยังมารวมตัวกันจัด"สเตจSeifuku no meในห้องซ้อม" ให้เพื่อนๆเป็นสเตจแกรต ไอสะที่แกรตไปแล้วก็มา คุมะที่แขนหักก็ใส่เฝือกมาเต้นด้วย555
จนในที่สุดก็มีการประกาศสเตจเคงคิวที่ทุกคนรอคอย
ภายใต้ชื่อ Upcoming Kouen
โดยเซทลิสต์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามฤดูกาล ครั้งแรกคือ Natsu โดยมีซากิป้งเป็นตัวนำ
ในสเตจก็มีลูกเล่นมากมายทั้งคลิปภารกิจจากรุ่นพี่
มีรุ่นพี่ใส่หน้ากากปลอมตัวมาขึ้นด้วย
รุ่นเดียวกันก็พามาเซอร์ไพร์สบ่อยทั้งเรียวฮะ ริอง ยูซึกิ หรือแม้แต่เด็กย้ายวงอย่างรันรันก็มาเล่นกับเค้าด้วย ได้รับคำชมอย่างล้นหลามว่าเจ๋งกว่าสเตจทีมหลักที่ยังดูไม่เข้าที่ตอนนั้นอีก ถึงกับมีคนบอกว่า
"อยากรู้จักSKE48 จงดูUpcoming Kouen!"
เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของอิมามุระที่เจ้าตัวได้นำไปใช้ในNGTปัจจุบันนี้ด้วย
จากความลำบากมากมาย สตอรี่นับล้าน ทำให้รุ่น6เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ดี และเหนียวแน่นที่สุดรุ่นนึงในSKEเลย
สนิทกันทุกคนเท่าที่ยังอยู่ ทุกคนยอมรับในตัวกันและกัน
เป็นกำลังสำคัญในทีมทั้งด้านเอมซี และการแสดง
เลือกตั้งก็ทยอยติด
อันดับ1ในRH SKEของเพลงYuudachi no mae เพลงประจำเคงคิวรุ่นนี้
จึงไม่ใช่อะไรที่มากไปเลยที่จะตอบแทนทุกอย่างที่ทุกคนได้ทำมา
เป็นรุ่น6ที่พวกเราแฟนSKEภูมิใจ <3
แถมนอกจากที่1แล้วที่2ยังเป็นเพลงจิงโจ้
ทั้งสองเพลงเป็นเพลงที่เรียวฮะเซนเตอร์ เป็นQueen of SKE RHปีนั้นไปเลย ..
รอดูต่อไปว่ารุ่น8ภายใต้เงาของ7D2 จะเจออะไรกันต่อไปบ้าง น่าสนใจจริงๆ55
วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559
(Talk) จนถึงวันซึ่งก้อนกรวดถูกเจียระไนเป็นเพชร SKE48 โคอิชิ คุมิโกะ
โพสต์นี้อยากจะเล่าเรื่องของหินน้อย หรือคุมิจัง
สาวน้อยหน้าสวยเสียงแหลมติ่งเคป๊อบให้ทุกคนฟัง (ฮา)
คุมิโกะเป็นดราฟท์รุ่นหนึ่งที่ได้เดบิวท์เป็นคนแรกๆ
เป็นเด็กที่หลงใหลในความเป็นไอดอลเลยตัดสินใจมาสมัครออดิชั่นดราฟท์
และถูกเลือกมาโดยทีมEที่เรนะเป็นลีดเดอร์ตอนนั้น
และมัตสึอิ เรนะคนนั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ทำให้น้องร้องไห้ กลัว แต่ก็รักจนระดับที่เรียกว่า"คุณแม่" เลยทีเดียว(ฮา)
ก่อนน้องจะขึ้นสเตจBoku no Taiyouครั้งแรก น้องได้ซ้อมตัวต่อตัวกับเรนะ
คุมิบอกว่าตอนนั้นกลัวเรนะมาก เรนะไม่ยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียว
ร้องไห้ไม่หยุดแถมบอกอีกว่า"ผิดหวัง"ในตัวคุมิโกะ
ตอนนั้นรู้สึกแย่มากที่ทำให้คนที่เลือกเค้ามาผิดหวัง
เลยซ้อมไม่กินไม่นอนจนครูต้องขอให้หยุด
วันต่อมาเรนะแคนเซิลแผนการตัวเองวันนั้นแล้วมาดูคุมิโกะซ้อมอีกวัน
เป็นวันก่อนขึ้นสเตจโบคุไทพอดี
ตอนนั้นพอซ้อมให้ดูจนสุดแรงเสร็จ เรนะก็ไปปรึกษาคุยอะไรนิดหน่อยกับครูสอนเต้นฃ ตอนแรกคุมิคิดว่าคงไม่ได้ขึ้นแล้วแน่ๆ
แต่เรนะก็มาบอกว่ายินดีด้วยนะ แล้วกอดเธอไว้แน่น ฃคุมิบอกว่าเป็นความทรงจำที่มีความหมายมากๆ และจะไม่มีวันลืมเลย
และทั้งๆที่เข้มงวดขนาดนั้น
แต่ทวิตเตอร์เรนะในวันที่คุมิโกะเดบิวท์ มีแต่ความภูมิใจและบอกทุกคนว่า
"สเตจแรกต้องไปได้สวยแน่ๆ เพราะฉันเชื่อว่าเธอคือเด็กที่จะเปล่งประกายกว่าใคร" (ซึนเดเระ..)
เรนะชอบมาขอโทษเค้าว่าขอโทษนะที่เข้มงวดเกินไป
แต่สำหรับเค้าแล้วมันเป็นความรักจากเรนะที่เค้าสัมผัสได้และเค้าคงไม่มีวันเต้นRiverได้ขนาดนี้ในสเตจจบการศึกษาที่ไม่มีเรนะที่คอย เข้มงวดอยู่เสมอ
แม้แต่ในแพมเพลทคอนจบการศึกษาเรนะ คุมิโกะก็บอกว่าสิ่งที่เค้าอยากทำคือเต้นRiver
เพราะเป็นเพลงที่ทำให้SKEเลือกเค้ามา จากตอนนั้นยังเต้นไม่ดีเลย อยากให้เรนะซังเห็นว่าเค้าโตขึ้นขนาดไหน..
หลังเดบิวท์สเตจ คุมิโกะก็เขียนเมล์ยาวมากถึงเรนะ ว่าซักวันจากก้อนกรวด เค้าจะเป็นเพชรที่เปล่งประกายให้ดู
หินน้อยในวันนั้นโตมาเป็นเพชรที่เปล่งประกายในวันนี้แล้วนะ ><
"ช่วงเวลา2ปีครึ่งที่ร่วมไล่ตามความฝันมาด้วยกัน จะไม่มีวันลืมเลยค่ะ"
เป็นคำพูดในบลอคสุดท้ายของคุมิโกะแด่แฟนๆ
คุมิโกะถึงจะออกจากวงการบันเทิงหลังจากนี้ แต่เราก็ดีใจที่ช่วงชีวิตในSKE48ของคุมิโกะ
เป็นช่วงเวลาที่คุมิโกะพูดออกมาได้ว่า "มีความสุขที่สุดในชีวิต" และ "จะไม่มีวันลืม"
ทั้งๆที่เขียนถึงคุมิโกะแท้ๆ แต่มีเรื่องเรนะเต็มไปหมด(ฮา) เอามาจากบลอคเกือบสุดท้ายของคุมิโกะแหละค่ะ
80%ของบลอค
เพราะน้องบอกว่า เรนะเป็นคนที่เฝ้ามองเค้าตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้ายที่อุตส่าห์มาดูสเตจจบการศึกษาด้วย
ไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งๆที่ทุกคนบอกเรนะซังไม่มาแหงๆแท้ๆ (โดนหลอก ฮา)
เค้าจะไม่มีวันเล่าเรื่องราวชีวิตของเค้าโดยปราศจากชื่อของมัตสึอิ เรนะ ได้เลย
คุณแม่ของเด็กดราฟท์
ขอบคุณที่ทำให้เรารู้จักไอดอลที่ชื่อโคอิชิ คุมิโกะ สนุกมากจริงๆ ><
#ร้องไห้หนักมาก
ขออนุญาตคุณAKB48THTยกบลอคของคุมิโกะมาแปะในนี้ด้วย :)
เรื่องโคเอ็นจบการศึกษา( 石 ・ω・)つ⌒●จาก https://twishort.com/Epbkc
2016.02.25 21:24
โคเอ็นจบการศึกษาจบแล้วค่ะ
(ขอโทษที่อัพช้านะคะ)
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากจริง ๆ
ดีใจจริง ๆ นะที่ตัวเองได้เข้า SKE
ตั้งแต่ประกาศจบการศึกษาจนถึงโคเอ็นจบการศึกษาเป็นเวลาแป๊บเดียวเท่านั้นเอง
เลยไม่รู้สึกเลยว่ามันเป็นความจริง....
จริง ๆ แล้ว ตอนนี้ก็ด้วยนะ
นี่ฉันจบการศึกษาแล้วจริง ๆ เหรอ ฮ่า ๆ
พอจบการศึกษามาแล้ว
ก็ตระหนักได้ว่า
ดีจริง ๆ นะที่ได้เข้า SKE
เพราะเป็น SKE นี่แหละฉันถึงมีความสุขได้ขนาดนี้
แต่ช่วงแรก ๆ ที่เข้า SKE ฉันไม่เอาไหนเอาซะเลย ก็รู้สึกตกใจเหมือนกันที่ตัวเองมาได้ขนาดนี้
ที่มาได้ขนาดนี้ทั้งหมดเป็นเพราะแฟน ๆ ทุกคนนะคะ
เอาจริง ๆ ก็มีคนบอกเหมือนกันว่าเร็วไปรึเปล่า
แต่ฉันว่าจะเร็วจะช้ามันไม่เกี่ยวกันหรอก
เพราะความเร็วในการค้นพบความฝันของตัวเองก็ต่างกันไปตามแต่ละคนอยู่แล้วนี่นา
แล้วฉันก็คิดว่าเราอยู่มานานแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าเราผ่านอะไรมาบ้างต่างหาก
แม้จะเป็นเวลาแค่สองปีครึ่ง แต่เป็นช่วงเวลาที่ฉันได้อุทิศตัวเองอย่างจริงจังก็เลยไม่รู้สึกเสียใจเลยค่ะ!!
ในช่วงเวลาสองปีครึ่งนี้
ฉันได้ออกรายการวาไรตี้เยอะแยะ
ได้เล่นโคเอ็นตั้งแต่วันแรกเลยด้วย
แถมยังได้จัดรายการวิทยุตั้งเยอะ
พอจบการศึกษามาแล้ว พวกเด็กดราฟท์คนอื่นก็มาบอกฉันว่าช่วงแรก ๆ มีแต่คุมิจังที่ได้งานเยอะแยะ ก็เลยรู้สึกอิจฉาฉันมากเลยนะ
แต่อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งยืนของฉันก็เคยถูกเลื่อนไปอยู่แถวหลังบ้าง เคยไม่ได้เล่นโคเอ็นบ้างก็มีเหมือนกันนะ
ในทีม E มีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่มีตำแหน่งยืนของตัวเอง พอซ้อมเสร็จก็ไปร้องไห้ในห้องน้ำก็เคยค่ะ
(ตอนนั้นอายะซังมากอดปลอบ เมซังก็มาลูบหลังให้ด้วยล่ะค่ะ(*^^*))
ผ่านประสบการณ์มากมาย
แม้ว่าจะไม่ได้มีแต่เรื่องดี ๆ เท่านั้น
แต่เพราะมีประสบการณ์อันน่าเจ็บใจอยู่ด้วยนี่แหละ
ที่ทำให้ตอนนี้ฉันควรรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากนะ
ฉันเป็นเด็กติดทีวีค่ะ
พอได้ดู AKBซังกับSKEซังผ่านทางรายการเพลง
แล้วก็คิดว่ามันช่างเป็นโลกที่สว่างไสวอะไรขนาดนั้นนะ
แต่พอตัวเองได้เข้ามาในวงการนี้จริง ๆ ก็พบว่า
เบื้องหลังเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความพยายามกับน้ำตาแห่งความเจ็บใจ
ทุกคนแข่งขันกันอย่างรุนแรงในเชิงความหมายที่ดี
เป็นโลกที่แค่มองผ่านทีวีอย่างเดียวจะไม่มีวันเข้าใจได้เลยจริง ๆ ค่ะ
พูดตามตรง ฉันมักจะร้องไห้อยู่บ่อย ๆ ร้องไห้เพราะโดนต่อว่าเป็นประจำเลยล่ะค่ะ
แต่ว่านะ
สิ่งที่ลอยขึ้นมาในหัวตอนนั้น
ก็คือรอยยิ้มของแฟน ๆ ค่ะ
แฟน ๆ คอยให้กำลังใจฉัน คอยสนับสนุนฉัน เหมือนกับครอบครัวไม่มีผิด
แค่ได้พบกับแฟน ๆ ฉันก็สามารถยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็ได้รับความกล้ามาอีกว่า พยายามต่อไปนะเรา
ฉันอยู่มาได้ด้วยรอยยิ้มค่ะ
ขอบพระคุณมากจริง ๆ นะคะ
แฟน ๆ คือทรัพย์สมบัติของฉัน
จากนี้แฟน ๆ ทุกคนก็จะอยู่ในใจฉันตลอดไปค่ะ!! ไม่ลืมหรอกนะคะ!!!(*^^*)
แล้วก็ แล้วก็ ในโคเอ็นจบการศึกษา
เหมือนว่ามัตสึอิ เรนะซังจะมาดูด้วยล่ะค่ะ
เชื่อมั้ยล่ะ?
เพิ่งผ่านมาสองวันแต่ฉันยังต้องหยิกแก้มตัวเองอยู่ว่าไม่ใช่ความฝันใช่มั้ย
อุตส่าห์มาดูตั้งแต่แรกเลยล่ะค่ะ
ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ นะ
ก็ทั้งพวกรุ่นพี่ ทั้งรุ่นเดียวกัน
เอาแต่บอกว่าเรนะซังไม่มาหรอก ไม่เห็นจะอยู่เลย ฮือ
ทานิซังก็เหมือนกัน ตอนแรกก็เห็นพูดอยู่ว่ามีคนที่หน้าตาเหมือนเรนะซังอยู่ด้วยนะ
แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงว่าฉันหน้าตาเหมือนชิบาซากิ โคซังซะงั้นแหละ เดี๋ยวร้องไห้เลยนี่! ฮ่าๆ
เรนะซังก็นะ ฮือ
ส่งเมลมาด้วยแหละ
บอกว่า
ขอให้สนุกกับโคเอ็นวันนี้นะ
แค่นี้เองค่ะ เป็นเนื้อหาที่ชวนให้คิดว่าต้องไม่มาดูแหง ๆ เลย
แต่พอโคเอ็นจบ เรนะซังก็อยู่รอฉันด้วย
ก็ฉันดูทั้งนิทเช่เซนเซย์ ทั้งFragileด้วยนี่นา
มีเรนะซังตัวเป็น ๆ ที่อยู่ในละครมาอยู่ตรงนี้
มีคุณแม่อยู่ด้วยที่นี่
ฉันร้องไห้จนมองไม่เห็นหน้าเรนะซังเลย
แถมยังจำไม่ได้ด้วยว่าคุยอะไรกันไปบ้าง
พอคุยกับเรนะซังทีไร ฉันก็มักจะร้องไห้ทุกทีเลยค่ะ
ตอนซ้อมเดบิวท์ Boku no Taiyou
ที่ฉันต้องซ้อมตัวต่อตัวกับเรนะซัง ฉันก็ร้องไห้
เรนะซังน่ากลัวมากเลยล่ะค่ะ
แต่พอมีกำหนดโคเอ็นเดบิวท์ เค้าก็มากอดฉันแน่นเลย
ฉันยังจำได้อยู่เลยว่าเค้ามาดูโคเอ็นเดบิวท์แล้วก็เขียนอะไรมากมายลงในทวิตเตอร์ด้วย
เค้าคอยรับฟังปัญหาของฉันตลอด
เรนะซังคอยอยู่ข้างกายฉันเสมอเลยล่ะค่ะ (;_;)
เรนะซังคอยเฝ้าดูฉันมาตั้งแต่ครั้งแรกจนครั้งสุดท้าย
คุณแม่ของเด็กดราฟท์อย่างพวกเราเจ๋งที่สุดเลย (;_;)
ฉันมีความสุขมากนะคะที่ได้รับความรักมากมายจากเรนะซัง
แต่เรนะซังก็มาขอโทษฉันอยู่ตลอดเลยว่า
ขอโทษนะที่เข้มงวดไปบ้าง
เพราะฉะนั้น นี่ไม่รู้ว่าเรนะซังจะได้อ่านหรือเปล่านะ
แต่ฉันอยากบอกมาก ๆ เลยว่า ถ้าเรนะซังไม่เข้มงวดกับฉันล่ะก็ ฉันคงไม่มีวันเต้น RIVER ได้ขนาดนั้นแน่นอนเลยล่ะค่ะ!! ฮ่า ๆ
ฉันรักเรนะซังที่สุดเลย
เรนะซังสื่อความรักที่มีต่อฉันมาให้สัมผัสได้มากพอแล้วล่ะ
สัมผัสได้จริง ๆ นะคะ!!!!!
พออ่านจดหมายจากเรนะซังแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก
จนเผลอหลุดปากพูดออกไปว่า "เรนะนี่เรนะจริง ๆ " ฮ่า ๆ
ขอโทษนะคะ
ฉันโชคดีมากมากมากที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าทีม E ที่มีเรนะซังอยู่ค่ะ
รู้สึกซาบซึ้งคุณแม่มาก ๆ สำหรับช่วงเวลาอันแสนสุขที่ไม่อาจลืมได้ชั่วชีวิต
ให้ฉันเล่าชีวิตของตัวเองโดยขาดเรื่องของมัตสึอิ เรนะซังให้คนอื่นฟังไม่ได้หรอก(*^^*)
ดีจริง ๆ นะคะที่ฉันได้เข้า SKE !!!!!\(^o^)/
และฉันก็ตั้งใจจะปิดม่านตัวเองด้วยบล็อกเรื่องโคเอ็นจบการศึกษานี้ล่ะค่ะ
ทุกท่านที่อยู่ในโลกของคุมิคุมิ
ฉันจะเติบโตขึ้นมากกว่านี้และเป็นผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้
เพราะงั้น อย่าลืมกันนะ!! (*^^*)
ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ
2016.2.25 โคอิชิ คุมิโกะ
(Talk) "รับรู้อยู่นะ..ว่าปาฏิหาริย์จะมาถึง" SKE48 มิยาซาวะ ซาเอะ
"ว่าด้วยเรื่องของเซมบัตสึซิงเกิลถัดไปของSKEโมบาเมะซาเอะว่าด้วยเรื่องเซมบัตสึในซิงเกิลสุดท้ายของ SKE48
รู้สึกขอบคุณมากค่ะที่ได้รับเลือก แต่ว่าฉันจะไม่ได้เข้าร่วมในงานจับมือของซิงเกิลนั้น
"ถ้าเป็นไปได้อยากให้เมมเบอร์คนอื่นได้โอกาสนี้ได้ไหม.."
ก็เลยลองคุยกับสตาฟซังไปแบบนี้ค่ะ"
จากวันแรกของซาเอะกับวงSKE48 เราในฐานะแฟนSKEคนหนึ่งก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าซาเอะกับSKEจะสามารถมีความรู้สึกและเป้าหมายร่วมกันได้ขนาดนี้
ซาเอะที่พูดออกมาและทำจริงๆว่าเค้าอยากจัดคอนเสิร์ทจบการศึกษาที่นาโกย่า และได้จัดคอนในไกชิฮอลล์ที่เป็นฮอลล์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของSKE
ครั้งล่าสุดที่SKEจัดคอนเสิร์ทที่นี่คือคอนเสิร์ทจบการศึกษาของเมมเบอร์9คน
และที่สำคัญคอนเสิร์ทนี้ทั้งสองวัน เป็นคอนเสิร์ทSKE48ของแท้จริงๆ โดยไม่มีเมมเบอร์AKBคนไหนมาขึ้นเลย ทั้งๆที่ความจริงซาเอะจะเรียกมาก็ได้ ใครๆก็อยากมาส่งเค้าอยู่แล้ว
และแฟนๆก็คิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงอย่างน้อยก็คงมีรุ่น2มา แต่ดันไม่มีเลย
ทั้งสปีชจบการศึกษาที่ซาเอะบอกว่า ตอนเค้าไปSNHใครๆก็หวังให้เค้าสร้างมันขึ้นมา
แต่พอมาSKEมันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก SKE คือวงที่สมบูรณ์อยู่แล้ววงหนึ่ง เค้าเคารพในข้อนี้
และจะคิดว่าเค้าจะทำเพื่อวงวงนี้ได้ในทางไหนบ้าง
ซึ่งตรงใจเราในฐานะแฟนSKEคนนึงมาก
ว่ากันจริงๆแล้วตัวซาเอะกับชื่อเสียงในฐานะเมมเบอร์ระดับตำนานของAKBจะไม่มีความหมายเลย
ถ้าขณะอยู่ในวงเค้าไม่ได้ทำเพื่อพวกเรา
นี่คงเป็นเคล็ดลับในการชนะใจแฟนSKEของซาเอะ
ไม่มีแฟนSKEคนไหนไม่ชอบคนที่ทุ่มเทเพื่อวงหรอก :)
ทั้งภาพที่ไกชิฮอลล์ถูกย้อมเป็นสีฟ้า-เหลือง (สีประจำตัวของซาเอะในSKE)
และสีส้มในตอนเริ่มคอนเสิร์ท (สีประจำวงSKE)
เราดีใจมากๆที่ทั้งแฟนSKEและแฟนซาเอะก็ช่วยเหลือกันและกันจนเป็นโมเมนท์ปิดท้ายชีวิตไอดอล10ปีของซาเอะที่วิเศษขนาดนี้
หรือแม้แต่ในRH AKBรอบรวม
ที่เพลงที่ได้ที่1คือ Kiseki wa ma ni awanai ของซาเอะ และเพลงที่ได้ที่ 2 คือ Boku wa shitteiru เพลงประกอบสารคดีSKE48
เป็นRHของSKEอย่างแท้จริง ไม่มีใครผิดหวังเลยที่เพลงวงได้ที่2
เรียกได้ว่าตอนซาเอะประกาศจบการศึกษา แฟนSKEถึงกับมีแคมเปญให้ช่วยกันโหวตKisekiด้วย
แบบนี้จะเสียใจได้ยังไง
เพราะเป็น SKE48 มิยาซาวะ ซาเอะ นี่นา
ที่สำคัญยังประกาศคอนเสิร์ทจบการศึกษาของซาเอะในวันนั้นอีกด้วย
ตอนนั้นบรรยากาศในคอมมูนิตี้ญี่ปุ่นชื่นมื่นมาก ทั้งแฟนๆSKEแล้วก็แฟนๆซาเอะออกมาพูดถึงกันและกัน
อย่างที่เราเคยแปลลงเพจไปแล้ว แต่ขอเอามาแปะรวบรวมไว้อีกที
รูปประกอบเป็นรูปตอนเด็กSKEรวมตัวกันส่งวิดีโอสุขสันต์วันเกิดให้ซาเอะ ซาเอะซึ้งจนร้องไห้เลย555
"คนที่ผมอยากส่งความรู้สึกขอบคุณนี้ให้มากที่สุดคือแฟนๆSKE48ทุกคน
ถ้าไม่มีการสนับสนุนของทุกคนก็คงจะไม่ได้ที่1มาแน่ๆ
การที่ซาเอะจังและพวกเราซาเอะโอชิมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะเมมเบอร์และแฟนๆSKE48
ผมขอขอบคุณจากใจครับ #SKE48" แฟนซาเอะ
"ตอนที่ประกาศอันดับสามแล้วเหลือแค่เพลงคิเซคิกับโบคุวะชิเตะอิรุ ดีใจสุดๆ ไม่อยากจะเชื่อจนร้องไห้ไม่หยุดเลย SKE48ที่ฉันรู้จักครั้งแรกผ่านทางซาเอะจังน่ะ ฉันรักที่สุดเลย ทั้งเมมเบอร์แล้วก็แฟนๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ" แฟนซาเอะ
"บนหน้าไทม์ไลน์ของผมมีแต่คนทวีตว่า"ขอบคุณที่มาSKEนะซาเอะซัง" "ดีใจจังที่ซาเอะจังได้จัดคอนจบการศึกษาที่นาโกย่า"เพราะแบบนั้น
ซาเอะจังอย่าพูดว่า"อนุญาตให้ฉันได้จบการศึกษาที่SKEเถอะนะคะ" เลย
ซาเอะจังคือSKEเพราะแบบนั้นการจะจบการศึกษาจากที่นี่มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอดีใจมากเลยที่มาSKE" แฟนSKE
"ไม่รูัเหมือนกันว่าทำไม แต่รู้สึกว่าได้เห็นดราม่าของแท้ที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วในAKB 。・゜・(ノД`)・゜・。
การที่ คิเซคิได้อันดับ1 ในระยะเวลาโหวตเพียงแค่นั้นหลังจากประกาศจบการศึกษาไม่ใช่แค่พลังของโอตะซา เอะอย่างเดียว แต่มีโหวตจากคุณโอตะจูรินะ คุณโอตะSKEรวมอยู่ด้วย ...ทำให้ในใจเร่าร้อนขึ้นมาเลย ขอบคุณนะ จะซื้อแผ่นแน่ๆ" แฟนซาเอะ
"ถึงผมจะไมไ่ด้อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ แต่ขอแค่วันนี้เท่านั้นที่ผมจะขอพูดเถอะนะ ว่า "นี่แหละSKE48!" " แฟนซาเอะ
"ผมรับรู้นะว่าปาฏิหาริย์จะมาถึง"เราชอบอันสุดท้ายที่สุด และนี่แหละค่ะที่มาของชื่อเอนทรี่นี้
(ล้อชื่อเพลงBoku wa shiteiru(ผมรับรู้อยู่) กับ kiseki wa mani awanai (ปาฏิหาริย์คงมาไม่ทัน))" แฟนSKE
ในที่สุด ปาฏิหาริย์ก็มาทัน <3
ขอบคุณซาเอะสำหรับทุกอย่างและช่วงเวลาที่แสนสนุกในวงSKE48 เหมือนอยู่ด้วยกันมาแต่แรกจริงๆ
ดีใจที่ได้เห็นซาเอะจบชีวิตไอดอลอย่างน่าจดจำและสนุกสนานสมกับเจ้าตัวจริงๆ
ปิดท้ายด้วยข้อความส่วนหนึ่งจากบลอคของซาเอะ
SKEで過ごせた時間はかけがえのない財産です。
48グループで10年過ごした中でも忘れられない2年になりました。
宝物になった時間を、本当にありがとうございました。
ช่วงเวลาที่ฉันใช้ร่วมกับSKEเป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจหาอะไรทดแทนได้
ในเวลาร่วมสิบปีที่ฉันอยู่ใน48กรุ๊ป เป็นสองปีที่ฉันจะไม่มีวันลืม
กับช่วงเวลาที่กลายเป็นสมบัติล้ำค่านี้ ฉันขอบคุณมากจริงๆค่ะ
(Talk) ว่าด้วยการจบการศึกษาของมิยามาเอะ อามิ
มิยามาเอะเป็นเด็กที่มีเรื่องที่คนที่คนทั่วไปไม่รู้อยู่เยอะเหมือนกัน
รวมไปถึงเหตุผลของการตัดสินใจของน้องด้วย
เราเชื่อว่าถ้าคนอ่านแล้วจะเข้าใจได้นะว่าการเลือกทางนี้คือตัวเลือกที่ดีจริงๆ
น้องถึงยิ้มและหัวเราะตลอดเลยตอนพูด
ไม่ได้พูดคำว่า"จบการศึกษา"ออกมาจริงจังด้วยซ้ำ เหมือนแค่อยากเน้นว่า "ย้ายบริษัทเพื่อทำตามความฝัน" เฉยๆ ยังอยู่ในวงอีกนานแตแค่อยากบอกไว้ล่วงหน้าเรื่องจบการศึกษาเพราะจะได้มีเวลา เตรียมใจกันทั้งเค้าและแฟนๆ
โอตะในเธียเตอร์ถึงกับงง รีแอคชั่นไม่ถูก ไม่รู้จะโหวววว อะไรกันตอนไหน ปกติต้องมีรีแอคชั่น55555 งงอยู่ดราม่าไม่ทัน...
(แต่เมมเบอร์ร้องไห้เละไปแล้ว)
เป็นความใจดีของน้องเหมือนกันที่ไม่อยากให้มันดูเป็นเรื่องเศร้า
ถ้าถามว่าเศร้ามากมั้ย แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่ตอนดูอยู่ (ดูสดอยู่พอดี..)
แต่ถ้าจะบอกว่าไม่เศร้าเลยก็คงโกหก
เราชอบเค้าจากบนเวทีSKEนี่นาแค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นบนเวทีนี้อีกก็เสียใจแล้วแต่การสนับสนุนไอดอลคนนึงของเราเราอยากให้เค้ามีความสุข
และการที่ให้กำลังใจและสนับสนุนการตัดสินใจที่คิดอย่างอยากลำบากมาแล้วของเค้าในเวลาแบบนี้คือสิ่งที่จะทำให้โอชิของเรามีความสุขที่สุด
หน้าที่ของแฟนคลับคือเชื่อมั่นในตัวไอดอลนี่
ส่วนสาเหตุที่เราไม่ดราม่ามาก+ออกแนวดีใจด้วยซ้ำ เพราะเหตุผลต่อไปนี้ค่ะ
1.อาการบาดเจ็บ : อย่างที่รู้กันว่ามิยามาเอะเป็นเด็กที่ดังเพราะเรื่องบนเวที เธียเตอร์ ได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์เพราะความโดดเด่นจากบนเธียเตอร์นี่แหละค่ะ แต่ถ้าใครดูทีมSประจำจะเห็นว่าน้องมีซัพพอร์ทหลังหรือผ้าพันอะไรอยู่ที่เอว ตลอด พันจนแทบไม่เห็นเหนือแล้วก็ต้องเปลี่ยนคอสตูมเพราะปิดผ้าพันเอวด้วย
ตอนนั้นทั้งตัวน้องแล้วก็คนอื่นๆคงคิดว่าไม่ซีเรียสอะไรมาก
แต่ช่วงเดือน7ปีที่แล้วปวดจนต้องไปหาหมอ จนรู้ว่าที่ตัวเองเป็นคืออาการ sacroiliac joint disorder เท่าที่ถามๆคนที่เป็นมาคือแค่เดินก็เจ็บแล้ว - -* แต่น้องทนเจ็บเต้นบนเวทีมาตลอดแล้วเอาผ้าพัน...คืออะไรร!?
ช่วงนั้นน้องต้องหยุดขึ้นเวทีไป3-4เดือนเพื่อทำกายภาพบำบัด และอาการนี้ไม่มีทางรักษาหายขาด ต้องผ่าตัด ถ้ายังฝืนอยู่จะเต้นไม่ได้อีก เป็นอาการที่เป็นอุปสรรคกับอาชีพไอดอลแน่ๆ โดยเฉพาะกับเมมเบอร์ที่เด่นเรื่องการแสดงบนเวทีอย่างมิยามาเอะ
ตอนเรารู้คือรู้สึกแย่มาก เพราะมิยามาเอะเป็นเด็กที่ได้ทุกอย่างมาจากความพยายามบนเวที แต่ความพยายามนั้นกลับย้อนมาทำให้เค้าบาดเจ็บเป็นโรคที่รักษาไม่หายนี้
ขนาดกายภาพบำบัดกลับมาขึ้นเวทีได้แล้ว หลังจากนั้นมาไม่กี่เดือนน้องก็อัพบอกเรื่องอาการบาดเจ็บ (อัพเองนะคะ น้องไม่ชอบให้แฟนคลับมาถาม บอกให้เลิกพูดถึงได้แล้ว มันไม่ได้หดหู่ขนาดนั้นหรอกเค้าจะพักแค่แปบเดียวเท่านั้นแหละ...ไม่อยากให้ คนเป็นห่วง55)
ว่าเพิ่งรู้ตัวตอนคนอื่นทักว่าเค้ายืนตรงๆไม่ได้จะเอียงไปข้างซ้ายอยู่ตลอดเวลาเพราะอาการบาดเจ็บ
ก็ยังเจ็บมากอยู่ตลอดเวลาเต้น เวลายืนแต่แค่เห็นรอยยิ้มของแฟนๆความเจ็บปวดแค่นี้มันลืมไปได้อยู่แล้ว
ซึ่งมันจริงนะ เราไม่เคยรู้สึกว่าเค้ามีอาการเจ็บอยู่เลยเวลาอยู่บนเวทีแต่เปล่งประกายและยิ้มแย้มไม่แพ้ใครอยู่ตลอด
มีช่วงนึงที่ไปรักษาที่ต่างประเทศด้วย
เด็กผู้หญิงในครอบครัวดีๆถูกเลี้ยงมาชีวิตดีๆทำไมต้องมาเสี่ยงบาดเจ็บเรื้อรังทั้งชีวิตนานขนาดนี้ ;_: /อีโมแปบ
แค่เรื่องอาการบาดเจ็บเราก็พอรู้สึกได้นะคะ ว่าอายุการเป็นไอดอลของน้องมันอีกไม่นานแน่ๆ และความฝันจริงๆของเค้าก็ไม่ใช่การเป็นไอดอล แต่คือเป็นนักแสดง
2.เอเจนซี่ :
อย่างที่รู้กันว่าน้องไม่ได้"ประกาศจบการศึกษา"แต่"ประกาศย้ายบริษัท" (มิยามาเอะว่าไงก็ว่างั้น...)
ตอนประกาศในสเตจน้องบอกว่า"จะย้ายบริษัทเพื่อทำตามความฝันในการเป็นนักแสดง แต่ในขณะเดียวกันมันคงหมายความว่าต้องจบการศึกษาด้วย แต่ก็ไม่ได้จะจบการศึกษาเร็วๆนี้นะ.."
งงมั้ยคะ
งงแรง....สับสนชีวิตมาก!!5555
แล้วน้องก็มาอัพบลอคอธิบายอีกว่าขอโทษนะที่จะเข้าใจคำพูดเมื่อวานของเค้าผิดไป
แต่มันไม่ใช่ประกาศจบการศึกษา แต่เป็นประกาศย้ายบริษัท
การจบการศึกษาเนี่ย อยากให้พวกเราได้เตรียมใจกันไว้ก่อน
ถ้าจะจบการศึกษาเมื่อไหร่จะบอกอีกทีแน่นอน
ซึ่งจริงๆสำหรับเราก็คือจะจบการศึกษานั่นแหละแต่ยังไม่ได้ประกาศวัน
เท่าที่เห็นแฟนๆคุยกันคือน้องอยากอยู่จนถึงเซตันไซตัวเองปีนี้(เดือน9) แต่ไม่รู้บริษัทจะทำให้ได้รึเปล่า
ส่วนบริษัทที่น้องย้ายไปคือSan Agency เป็นเอเจนซี่ตั้งใหม่ของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างฮิโรชิซัง
ซึ่งฮิโรชิซังมาดูสเตจทีมSในวันที่มิยามาเอะประกาศจบการศึกษาด้วย
และตัวบริษัทเพิ่งก่อตั้งเมื่อฤดูร้อนปีก่อนแล้วก็มาทาบทามมิยามาเอะทันที ที่ตั้งบริษัท ดีลทั้งหมดน่าจะเสร็จก่อนเดือน11ปีก่อน เพราะพวกโปรไฟล์พวกรูปในเว็บบริษัทเขียนไว้ตั้งแต่เดือน11ปีก่อน
ประเด็นคือตัวบริษัทสำหรับเรามองว่าค่อนข้างเห็นความสำคัญของมิยามาเอะมาก ตั้งแต่มาคุยกันตั้งแต่ตั้งบริษัท
และตัวฮิโรชิซังมีโรงเรียนสอนการแสดงมาก่อน
คงคิดจะดันตัวมิยามาเอะให้เป็นทาเลนท์นำคนนึงของบริษัทเพราะในบริษัทยังไม่มีนักแสดงหญิงวัยนี้ที่ค่อนข้างมีกระแสหน่อย
เรียกได้ว่าพอมิยามาเอะประกาศว่าย้ายเข้าบริษัทปุ๊บ บริษัทก็อัพโฆษณาขึ้นเว็บเลยว่าให้มาออดิชั่นกันเถอะ มีโอกาสทำงานร่วมกับมิยามาเอะ อามิ ด้วยนะ () อันนี้เรามองว่าคงอยากได้ไอดอลมีประสบการณ์อย่างมิยามาเอะไปช่วยงานในค่าย ด้วย ค่ายมีแต่เด็กๆ5555 เด็กแบบ เด็กกกกกกกกกกก
และที่สำคัญท่านประธานอุตส่าห์มารับถึงเธียเตอร์ที่นาโกย่านี่...แอบประทับใจ (ฮ่า)
นับเป็นเวลาที่โอเคสำหรับมิยามาเอะด้วยเพราะจบม.ปลายแล้วก็จะย้ายไปโตเกียวเพื่อทำงานกับบริษัทนี้เลย ถ้าไม่มองในแง่ไอดอล
เด็กจบม.6แล้วประธานบริษัทมารอรับเข้าทำงานถึงที่นี่เท่ดีจัง 5555
เพราะสาเหตุนี้เราเลยไม่ค่อยดราม่าและคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อตัวน้องมากๆค่ะ
ทั้งการได้ไปอยู่บริษัทที่เห็นความสำคัญของเค้าแถมดีลกันไว้นานแล้ว และเจ้าของเป็นนักแสดงมากความสามารถ+มีโรงเรียนสอนการแสดงที่จะช่วยเค้าใน เส้นทางการเป็นนักแสดงแน่ๆ
ไม่ใช่จบการศึกษาไปแล้วลอยๆหาบริษัทใหม่ อันนี้น่าเป็นห่วง..
เรียกได้ว่ามีทางเลือกรอไว้แล้วถึงจบการศึกษาแบบนี้เราดีใจมาก
กอปรกับเรื่องอาการบาดเจ็บที่พูดไว้ข้างต้นอีก
ในฐานะแฟนคลับของน้องคนนึงที่อยากให้น้องมีความสุขเราสนับสนุนการตัดสินใจ ครั้งนี้ และคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าเรื่องเศร้าค่ะ
(ช่วยอยู่ถึงเซตันไซที...)
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558
[Others] รวมกระทู้-บทความ-รีพอร์ทน่าสนใจเกี่ยวกับSKE48
รวมกระทู้-บทความ-รีพอร์ทน่าสนใจเกี่ยวกับSKE48
- รวบรวมบทความ-งานแปล-กระทู้พูดคุยแสดงความคิดเห็นต่างๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับSKEค่ะ >_<
เฉพาะที่อยู่นอกบลอคนี้นะคะ งานแปลหรืออะไรในบลอคนี้ดูจากแถบด้านบนว่าTranslationได้เลย
หมวดบทความ-กระทู้น่าสนใจ
หมวดงานแปล
- [SKE48] 2015.06.10 มหากาพย์ AKB48ANN SPของ มัตสึอิ เรนะ
- Part 1 - http://twishort.com/97wic
Part 2 - http://twishort.com/C7wic
Part 3 - http://twishort.com/L7wic
Part 4 - http://twishort.com/M7wic
Part 5 - http://twishort.com/STwic
Part 6 - http://twishort.com/VTwic
Part 7 - http://twishort.com/YTwic
Part 8 - http://twishort.com/ZTwic (END)
หมวดรีพอร์ทโคเอ็น-บุไต-คอนเสิร์ต-จับมือ-ทูชอทและอื่นๆ
วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557
[Article] "แด่โลกใบใหม่" เรื่องราวเบื้องหลังการตัดสินใจย้ายวงของ คิซากิ ยูริอะ
เขียนไว้แล้วจากกระทู้นี้ เอามาอัพเก็บลงบลอคค่ะ :)

จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ
แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48
แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น
ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ
แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4
วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า
Q - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป
"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"
"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "
"เหมือนว่าหลังจากงานวันนั้น เรนะซังกับเพื่อนบางคนจะไปคุยกับมิเนกิชิซังประมาณว่า "คุณแย่งยูริอะไปจากเรานะ"
มิเนกิชิซังเล่าให้ฟังแบบนี้ พอได้ยินแล้วก็ดีใจค่ะ ทำให้รู้สึกขึ้นมาว่าฉันได้รับความรักและใส่ใจใน SKE48 ขนาดไหน...
ทีม 4 มีสมาชิกเด็กๆเยอะแยะเลยใช่ไหมล่ะ ? เพราะแบบนั้นมิเนกิชิซังเลยบอกกับฉันว่า
"ทีมนี้ขาดสมาชิกที่มีประสบการณ์โชกโชนพอจะเป็นศูนย์กลางของทีมได้ เราไม่มีคนอย่างทากามินะ มายูยุ หรือโึจิฮารุ
ถ้าเธอเลือกจะมาในฐานะสมาชิกควบทีม ฉันรู้สึกว่าเราคงเป็นทีมที่ครึ่งๆกลางๆ....ถึงจะดูแย่ที่พูดจาแบบนี้ก็เถอะ
แต่ก็ต้องพูดว่า ดีใจจริงๆ ที่ยูริอะเลือกที่จะย้ายมาเต็มตัว"
Q - สุดท้ายแล้วทำไมถึงตัดสินใจที่จะไป ?
"ในวันสุดท้ายที่ให้ตัดสินใจได้ ฉันคิดอย่างถี่ถ้วนและศึกษาตลอดทั้งวัน
คิดนู่นคิดนี่เยอะไปหมด ความจริงแล้วก็คิดด้วยซ้ำว่าจะขอให้ได้ควบวงกับSKE48ต่อไป
แต่ถึงตอนนั้นก็คิดขึ้นมา..
ว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าบอกไปว่า "ให้ฉันได้ควบวงกับSKE48ด้วย"
สุดท้ายมันก็แค่ทำให้ผู้คนหลายส่วนต้องมาข้องเกี่ยวลำบากด้วยไม่ใช่เหรอ...
ตัวฉันที่พูดมานานว่าอยากลองออกมาอยู่คนเดียวพออายุครบ 18 ก็เลยคิดขึ้นมาเหมือนกันว่าตอนนี้ก็เวลากำลังเหมาะ
หลังจากเอาแต่คิดวนไปวนมาทั้งวัน "ย้าย? ควบ ? ยังไงดี...!?"
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า....
จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ
แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48
แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น
ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ
แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4
วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า
Q - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป
"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"
"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "
Q - จริงๆไม่ใช่แค่แฟนๆหรอกที่ตกใจ ขนาดนักข่าวอย่างพวกเรายังยืนกันแทบไม่อยู่...
"มีความสุขมากเลยค่ะที่รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฉันกันขนาดไหน...ได้รับรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่คอยสนับสนุนอยู่
ดีใจจริงๆ กับการที่อยู่ในSKE48แล้วถูกมองเป็นคนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญกับตัววง..."
Q - ในฐานะรองกัปตันทีม4 คิดว่าจะทำยังไง ?
"ฉันคิดว่าทักษะบนเวทีของSKE48เนี่ยสุดยอด เลยคิดว่าสิ่งแรกที่อยากจะทำในฐานะรองกัปตันคือสอนทุกคนถึงทักษะบนเวทีของSKE48"
"ด้วยจิตวิญญาณของSKE48ในตัวที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนด้วยทุกสิ่งที่ทำมากับSKE48จะขอพัฒนาตัวเองโดยซึมซับด้านดีๆของAKB48
ฉัน มิเนกิชิซัง และสมาชิกคนอื่นๆ

รอยจารึกสุดท้ายของยูริอะ ณ ประตูเธียเตอร์SKE
พร้อมด้วยคำสัญญาว่า ซักวันจะกลับมาอีกครั้ง : )
แด่โลกใบใหม่อันไม่อาจคาดถึง
จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ
แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48
"ตอนที่ประกาศย้ายยูริอะไปAKB48 ฉันตกใจจริงๆ ตกใจจนเหมือนสติหลุดไปเลย...." - มัตสึอิ เรนะ
แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น
ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ
แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4
วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า
"เอ๋...แต่ฉันตั้งใจจะแบกรับSKE48ในอนาคตไว้แล้วนะ..."
Q - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป
"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"
"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "
ควบทีม หรือ ย้ายวง ?
"เหมือนว่าหลังจากงานวันนั้น เรนะซังกับเพื่อนบางคนจะไปคุยกับมิเนกิชิซังประมาณว่า "คุณแย่งยูริอะไปจากเรานะ"
มิเนกิชิซังเล่าให้ฟังแบบนี้ พอได้ยินแล้วก็ดีใจค่ะ ทำให้รู้สึกขึ้นมาว่าฉันได้รับความรักและใส่ใจใน SKE48 ขนาดไหน...
ทีม 4 มีสมาชิกเด็กๆเยอะแยะเลยใช่ไหมล่ะ ? เพราะแบบนั้นมิเนกิชิซังเลยบอกกับฉันว่า
"ทีมนี้ขาดสมาชิกที่มีประสบการณ์โชกโชนพอจะเป็นศูนย์กลางของทีมได้ เราไม่มีคนอย่างทากามินะ มายูยุ หรือโึจิฮารุ
ถ้าเธอเลือกจะมาในฐานะสมาชิกควบทีม ฉันรู้สึกว่าเราคงเป็นทีมที่ครึ่งๆกลางๆ....ถึงจะดูแย่ที่พูดจาแบบนี้ก็เถอะ
แต่ก็ต้องพูดว่า ดีใจจริงๆ ที่ยูริอะเลือกที่จะย้ายมาเต็มตัว"
Q - สุดท้ายแล้วทำไมถึงตัดสินใจที่จะไป ?
"ในวันสุดท้ายที่ให้ตัดสินใจได้ ฉันคิดอย่างถี่ถ้วนและศึกษาตลอดทั้งวัน
คิดนู่นคิดนี่เยอะไปหมด ความจริงแล้วก็คิดด้วยซ้ำว่าจะขอให้ได้ควบวงกับSKE48ต่อไป
แต่ถึงตอนนั้นก็คิดขึ้นมา..
ว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าบอกไปว่า "ให้ฉันได้ควบวงกับSKE48ด้วย"
สุดท้ายมันก็แค่ทำให้ผู้คนหลายส่วนต้องมาข้องเกี่ยวลำบากด้วยไม่ใช่เหรอ...
ที่มากไปกว่าก็คือ ถ้าการเตรียมใจของฉันอ่อนแอแบบนั้น........ทีม4จะกลายเป็นทีมแบบไหนกัน !?
ตัวฉันที่พูดมานานว่าอยากลองออกมาอยู่คนเดียวพออายุครบ 18 ก็เลยคิดขึ้นมาเหมือนกันว่าตอนนี้ก็เวลากำลังเหมาะ
หลังจากเอาแต่คิดวนไปวนมาทั้งวัน "ย้าย? ควบ ? ยังไงดี...!?"
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า....
...ในเมื่อเค้าประกาศให้ฉันย้ายวงไม่ใช่ควบ ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากให้มันเป็นไป"
แด่โลกใบใหม่อันไม่อาจคาดถึง
จากงาน "เทศกาลสลับทีมครั้งใหญ๋" ของทุกวงในตระกูล 48 ซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นการสลับทีม"ทุกทีม"โดยมีตระกูล48ทุกวงมาข้องเกี่ยวและปนเปกันไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นวงน้องสาขาในญี่ปุ่น หรือแม้แต่วงสาขาจากต่างประเทศ
แน่นอนว่าการสลับทีมภายใน การที่มีสมาชิกวงอื่นหลายต่อหลายคนมาควบทีมหรือย้ายมาสังกัดในวง
ย่อมทำให้ SKE48เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม อาจจะมากจนใครต่อใครจำไม่ได้
แต่นั่นไม่ทำให้เหล่าแฟนๆและสมาชิกในวงตกตะลึงได้เท่าการประกาศย้าย "อนาคตของSKE"
ไปสู่ตำแหน่ง "รองกัปตันทีม4" ของวงพี่ใหญ่อย่าง AKB48
"ตอนที่ประกาศย้ายยูริอะไปAKB48 ฉันตกใจจริงๆ ตกใจจนเหมือนสติหลุดไปเลย...." - มัตสึอิ เรนะ
แม้จะมีประกาศตามมาหลังการสลับทีมจบลง ว่าสมาชิกสามารถปฎิเสธหรือต่อรองการย้ายทีม/วงได้
โดยคนที่ปฎิเสธจะได้กลับไปอยู่ในทีม/วงเดิมของตน และมีหลายต่อหลายคนที่ใช้สิทธินั้น
ถึงแฟนๆSKEจะหวังลึกๆให้ยูริอะปฎิเสธการย้ายวงนี้แค่ไหน แต่ในใจทุกคนก็มั่นใจว่าเด็กคนนี้คือ คิซากิ ยูริอะ
เพราะแบบนั้นเค้าไม่มีทางปฎิเสธความรับผิดชอบนี้แน่ ประกอบด้วยการที่หมดภาระทางการศึกษาที่นาโกย่าโดยเพิ่งจบม.ปลายไปสดๆร้อนๆ
แต่แฟนคิดก็คือแฟนคิด สุดท้ายแล้วเหตุผลเบื้องหลังจริงๆของยูริอะนั้นจะคืออะไร
บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเปิดใจเรื่องราวของยูริอะที่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ในฐานะรองกัปตันทีม4
วินาทีที่ยูริอะเดินขึ้นไปบนเวที ในใจเต็มไปด้วยความสับสนกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่มีชื่อSKE48นำหน้าอีกต่อไป
ในตอนนั้นแม้ในใจจะมีหลายสิ่งวุ่นวายแต่สีหน้ากลับไม่แสดงออกอะไรนัก
มีเพียงแค่ประโยคที่หลุดปากออกมาใส่ไมค์ว่า
"เอ๋...แต่ฉันตั้งใจจะแบกรับSKE48ในอนาคตไว้แล้วนะ..."
Q - ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้หลุดปากแบบนั้นออกไป
"ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แค่พูดสิ่งที่รู้สึกตอนนั้นไม่ได้คิดเลย...ช่วงหลังๆมานี้ถูกสัมภาษณ์ด้วยหัวข้อประมาณนี้เยอะมาก
แถมได้เป็นเซนเตอร์ในยูนิต Galaxy of dream (เพลงโฆษณาNote)
เพราะแบบนั้นเลยคิดขึ้นมาจริงๆว่าพวกเค้าคงยกฝั่งนาโกย่าให้ฉันดูแลแล้วจริงๆ
.....(หัวเราะ) ทั้งๆที่คิดว่าจะนำSKE48ต่อไปแล้วแท้ๆ"
"หลังจากการสลับทีมจบลง ปฏิกิริยาของสมาชิก SKE48 คนอื่นๆจะค่อนข้างตกใจและตกตะลึงกัน
แต่มีสุดะจัง นาคานิชิซัง เรนะซัง ที่มาปลอบฉันว่า "นี่เป็นโอกาส...สุดท้ายมันจะเป็นอะไรดีๆกับตัวเธอแน่" "
สู่ AKB48 คิซากิ ยูริอะ
Q - จริงๆไม่ใช่แค่แฟนๆหรอกที่ตกใจ ขนาดนักข่าวอย่างพวกเรายังยืนกันแทบไม่อยู่...
"มีความสุขมากเลยค่ะที่รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงฉันกันขนาดไหน...ได้รับรู้ว่ามีผู้คนมากมายที่คอยสนับสนุนอยู่
ดีใจจริงๆ กับการที่อยู่ในSKE48แล้วถูกมองเป็นคนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญกับตัววง..."
Q - ในฐานะรองกัปตันทีม4 คิดว่าจะทำยังไง ?
"ฉันคิดว่าทักษะบนเวทีของSKE48เนี่ยสุดยอด เลยคิดว่าสิ่งแรกที่อยากจะทำในฐานะรองกัปตันคือสอนทุกคนถึงทักษะบนเวทีของSKE48"
"ด้วยจิตวิญญาณของSKE48ในตัวที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยนด้วยทุกสิ่งที่ทำมากับSKE48จะขอพัฒนาตัวเองโดยซึมซับด้านดีๆของAKB48
ฉัน มิเนกิชิซัง และสมาชิกคนอื่นๆ
"...จะสร้างทีม4ที่ไม่มีวันแพ้SKE48ขึ้นมาให้ดู "
รอยจารึกสุดท้ายของยูริอะ ณ ประตูเธียเตอร์SKE
พร้อมด้วยคำสัญญาว่า ซักวันจะกลับมาอีกครั้ง : )
----จบ----
วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557
[Talk] นี่แหละSKE48 นี่แหละทัวร์คอนเสิร์ท "Hako de Ose !"
ช่วงนี้คลิปทัวร์กำลังออกมาเรื่อยๆแล้ว
ตัวเต็มก็คงจะออกมาในเร็วๆนี้ เห็นเค้าripกันเสร็จแล้ว เล่นตัวกันอยู่(ฮา)
ทัวร์ Hako de ose! เป็นทัวร์ที่มีสตอรี่
เบื้องลึกเบื้องหลังแฝงอยู่ในเซ็ทลิสต์แทบทุกรอบ ไว้เต็มๆออกมาจะมาเล่าให้ฟังกันอีกทีค่ะ ><
ชื่อทัวร์หมายความว่า "มาดันทั้งวงกันเถอะ !!"
สื่อถึงเอกลักษณ์สำคัญของSKE48 คือHako-oshi(คนที่ชอบทั้งวง)
ที่สำคัญคือแสดงความเป็น Hako(ทั้งวง) อันเป็นเอกลักษณ์ของ SKE48 ออกมาได้ชัดเจน
จากเซ็ทลิสต์ที่ไม่ได้ถึงกับเน้นแต่คนหลักๆ ให้โอกาสหลายๆคนได้ทั่วถึงกันหมด
โดยเฉพาะKobe World hall
ที่จัดให้ "ทุกคนในวง" ได้เล่นยูนิตครบ(ทำไปได้)
ในนาโกย่าโดมมีช่วงMCเดี่ยวๆให้เคงคิวเซย์ด้วยซ้ำ
และโอตะทั้งโดมก็เปลี่ยนแท่งไฟเป็นสีฟ้าให้เด็กๆกัน ^^
สีฟ้าคือสีประจำตัวของทีมเคงคิวเซย์
นอกจากความ Hako ที่แฝงไว้ในการจัดเซ็ทลิสต์แล้ว โอตะก็ยังสุดยอดไม่แพ้กัน
แท่งไฟทั้งโดมที่ค่อยๆย้อมเป็นสีประจำทีมของทุกทีม เวลามีทีมไหนอยู่บนเวทีก็ถึงกับทำให้ขนลุกได้
รวมถึงความเป็น"วงที่เน้นการแสดงบนเวที"ของSKE48ด้วย
เอฟเฟคอาจจะไม่ตระการตา ท่าเยอะ ใช้ของแพงอะไร
คอสตูมถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าแทบไม่มีคอสตูมใหม่
เอาของเพลงนู้นมามิกซ์กับเพลงนี้ เสื้อข้างในจากselection8 เสื้อกั๊กจากเพลงทีม บลาๆๆ
ลองสังเกตกันดูนะคะ XD
แม้จะไม่มีของเล่นอะไรมากมายแต่ความพิเศษของSKEคือใส่ลูกเล่นเข้าไปทำให้เพลงน่าสนุกขึ้นได้
อย่าง Koutei no Koinu เพลงน้องหมาจากสเตจ KII3 Ramune no Nomikata
ที่ใส่ลูกเล่นคือให้เด็กๆปั่นจักรยานล้อเดียวไปรอบๆแล้วมารวมกันตรงกลาง
(น่ารักมากๆ...)
หรือจะเป็นเพลง RUN RUN RUN จากสเตจทีมE ที่ใส่ลูกเล่นให้ทุกคนใส่โรลเลอร์เบลดวิ่งไปรอบๆโดม
ดูแล้วเสียวจะตกลู่วิ่งกันเหลือเกิน...
เพลงที่เล่นลูกเล่นเป็นอุปกรณ์อย่างสองเพลงนี้ เบื้องหลังแล้วจริงๆเวลาซ้อมน้อยมากๆ
เพราะจัดติดกับคอนRH AKBระดับที่ได้ซ้อมกันจริงๆแค่4-5วัน
จักรยานล้อเดียวท่าไคลแมกซ์ที่รวมตัวกันหมุนตรงกลาง เละตลอดตอนซ้อม
ทำได้จริงๆเลยตอนวันจริง...
สุดยอดจริงๆ ^^'
Seishun no Mizushibuki เพลงทีมท่าเรือที่ปกติไลฟ์ก็สนุกมากอยู่แล้ว
คราวนี้เพิ่มลูกเล่นให้คาโอตันเล่นของหนัก...
จากที่ปกติถือกล้องhandycamเล็กๆถ่ายไประหว่างเพลง คราวนี้ล่อกล้องใหญ่มีสตาฟวิ่งลากสายตาม..
ภาพที่ถ่ายแบบนี้ออนแอร์สดไปขึ้นจอภาพในคอนเสิร์ทด้วย
และยังมี...ปืนฉีดน้ำ
นอกจากยูนิตที่ว่ามานี้แต่ละเพลงบนคอนเสิร์ทก็คุณภาพ
ต่อให้ไม่มีลูกเล่นอะไรเพิ่มเติม อย่างเช่น Arashi no Yoru ni wa ของทีม KII ที่แสดงกันได้อย่างสุดยอด
หรือว่าจะเป็นเพลงลูกเล่นเพี้ยนๆอย่างKareha no Station ที่เอาเด็กๆเคงคิวเซย์มาพรางตัวเป็นกระโปรง..
เป็นคอนเสิร์ทที่ควรค่าแก่การเก็บboxsetจริงๆค่ะ พอแผ่นออกเมื่อไหร่จะมาเมาท์ให้ฟังอีกที
วันนี้เรียกน้ำย่อยไปก่อนนะคะ ! >_<
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
blogged by 91
[91][bsummary]
Translation
[Translation][bsummary]
Subtitle
[subtitle][bsummary]
Update
[SKEUpdate][bsummary]
like us on facebook
random posts
[randomposts]
Popular Posts
-
คุมาซากิ ฮารุกะที่เต้นอยู่ภายใต้สปอตไลต์ ดูเหมือนกำลังจุดประกายชีวิตดั่งความสดใสที่เปล่งประกาย แต่เมื่อลงจากเวทีนั้น เธอซึ่งยืนอยู่ท่ามกลา...
-
มาแปลบทความของโอชินนตะนิดหน่อยค่ะ จริงๆเราอ่านมานานแล้วตั้งแต่ยังไม่ออกข่าวว่าออกจากวงแล้วก็คุยกับคนแปลเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนิดหน่อย คุ...
-
ซับไทยDocumentary of SKE48 เสร็จเรียบร้อยค่า 0/ ถึงจะมีชื่อสารคดีว่าน้ำตาไอดอล แต่สำหรับเรามันเป็นสารคดีที่ดูแล้วรู้สึกถึงความ...
-
“อยากโดดนะคะ ! แต่ว่า...” ระหว่างที่คิตากาว่า เรียวฮะพูดนั้น เพื่อไม่ให้ลูกโป่งลอยออกไป เธอก็จับเชือกลูกโป่งเส้นบางแน่นแล้วลากเข้าหา...
-
พระเจ้าเล่นซ่อนหา โอบาตะ ยูนะ ความรู้สึกอันลึกลับ - อันที่จริงบทสัมภาษณ์นี้ เราสัมภาษณ์กันหลังจากถ่ายเสร็จมาพักใหญ่ๆเลยนะ ยูนาน...
-
[ แปลแบบสรุปๆส่วนที่เราสนใจนะคะ ← ] SKEจะมีหนังสือเป็นของตัวเองโดยเฉพาะในรอบสามปี ถามว่าทุกคนรู้สึกยังไงบ้าง เรียวฮะบอกว่าตอนแรกที่ได้ย...
-
สวัสดีค่ะ เรา(65)ไปอีเวนท์ทูชอทของอัลบั้ม Kakumei no oka เมื่อสัปดาห์ก่อน (20/5) มา เลยอยากมาเขียนเล่าเผื่อเป็นไกด์ไลน์ให้ใครที่จะไปลองงา...
-
เพราะว่าชอบไอดอล เลยคิดว่าถึงตายก็จะทำให้ได้ - ปีนี้เป็นปีที่ SKE48 ก่อตั้งมาครบรอบ 10 ปีสินะ เรียวฮะ: ฉันเข้าวงมาตอนอายุ 14 พริบตา...
-
เส้นทาง 8ปีในฐานะไอดอลของยูริอะเป็นเส้นทางที่กำลังจะจบลงในแบบที่คงไม่มีแฟนๆ ยูริอะตั้งแต่แรกๆ คนไหนจินตนาการออกแน่ๆ หรือแม้แต่เจ้าตัว...
-
หลังจากพี่อายะประกาศแกรด ก็มีเสียงเรียกร้องให้จัดคอนเสิร์ตอำลาถึงขั้นที่ว่าแฟนๆไปตั้งล่ารายชื่อใน change.org เรียกร้องให้ลุงหนวดจัดคอนให้เล...
Blog Archive
-
▼
2019
(6)
- ► กุมภาพันธ์ (2)
-
►
2016
(39)
- ► กุมภาพันธ์ (9)
Labels
- 100%SKE48
- 91
- AKB48
- Arai Yuki
- Asai Yuka
- Ego Yuna
- Fukushi Nao
- Furuhata Nao
- Futamura Haruka
- Goto Rara
- Graduation
- Hidaka Yuzuki
- Interview
- J Trust
- KeyHolder
- Kimoto Kanon
- Kitagawa Ryoha
- Kizaki Yuria
- Kumazaki Haruka
- Makino Anna
- matome
- Matsui Jurina
- Matsui Rena
- Matsumoto Chikako
- Matsumura Kaori
- Meigen Dojo
- Miyazawa Sae
- Mizuno Airi
- Murai Junna
- Nakanishi Yuka
- Oba Mina
- Obata Yuna
- Performance/PV
- Review
- Saito Makiko
- Sakamoto Marin
- Shibata Aya
- SKE48
- SKE Inc
- SKETrivia
- SKEUpdate
- Souda Sarina
- subtitle
- Suda Akari
- Suenaga Oka
- Sugawara Maya
- Takatera Sana
- Takayanagi Akane
- Talk
- Translation
- wms21
- Yamauchi Suzuran
- Yurara































