แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oba Mina แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Oba Mina แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

[แปล]รวบรวมบล็อกที่พูดถึงการจบการศึกษาของยูนานะ

บล็อกมินารุน

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12439712615.html

การประกาศของยูนะ. โอบะ มินะ.

สวัสดีค่ะ SKE48 ลีดเดอร์ทีม KII โอบะ มินะค่ะ

แม้จะกะทันหัน แต่ในโคเอ็นวันนี้ยูนะก็ได้ประกาศจบการศึกษาค่ะ
ก่อนอื่นเลยก็ ยูนะ เหนื่อยหน่อยนะ

SKE48 ต่อจากนี้ไป ยังไงก็ยังต้องการยูนะ

เด็กที่มีแก่นแท้อันมั่นคงและมุ่งตรงไปข้างหน้าน่ะไม่ได้หากันได้ง่ายๆ

ยูนะมีทั้งความสามารถทั้งเซ้นส์อยู่ในตัว ทั้งเป็นธรรมชาติและมหัศจรรย์
ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ทำให้เซอร์ไพรส์และทำให้ทุกคนหลงใหล

ฉันคิดว่าตัวตนแบบนี้แหละที่จะวิ่งนำ SKE48 ต่อไปในอนาคต

แต่ดูเหมือนว่าตัวยูนะเองจะเจอความฝันใหม่แล้ว

การจบการศึกษามันเหงาจริงๆ
ไม่อยากจะเชื่อเลย
ความรู้สึกที่ห่างไกลกัน
ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ
เพราะมันเศร้ามากๆ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้

แต่ว่า การจบการศึกษาน่ะไม่ใช่เรื่องแย่นะ

ที่บอกว่าอยากให้เด็กที่เราชอบได้ทำนู่นทำนี่
ให้ได้พบความฝันที่งดงามน่ะ

ถึงจะเป็นเรื่องที่ทำใจยากแต่ก็อยากให้คอยผลักดันข้างหลังเขาให้ดี

เพราะฉันเองเรื่องจบการศึกษาก็อยู่ไม่ไกลแล้ว
ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกอยากสนับสนุน

ทั้งคาโอตันและยูนะกำลังจะออกเดินทางไป
แม้ว่าไม่มี 2 คนนี้แล้วจะเศร้ามากๆก็ตาม
แต่ฉันคิดว่าการก้าวออกไปในสิ่งใหม่ๆนั้นเป็นเรื่องที่เท่จริงๆ

ถึงจะเหลือเวลาในการเป็นไอดอลน้อยแล้ว
แต่ก็หวังว่าจะได้สร้างความทรงจำดีๆเพื่อยูนะเยอะๆ...

เหนือสิ่งอื่นใด
ขอให้ยูนะสนุกและมีความสุขด้วยเถอะ

มินารุน

--------------------------------------------------

บล็อกชูริ

https://ameblo.jp/ske48official/entry-12440161504.html

ทาคายานางิ อากาเนะ ไอดอลกับอนาคต

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นท์และไลค์นะคะ

เพราะมันกะทันหัน
ฉันพลาดเรื่องนี้ไป
ก็เลยจะมาพูดถึงเรื่องนี้ค่ะ

ฉันไม่ได้ขึ้นแสดงโคเอ็น
ก็เลยรู้เรื่องช้าไปหน่อย

การจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะจัง

ตอนที่ได้ยินจากเมมเบอร์
ก็เผลอร้อง เอ๋!!? ออกมาโดยไม่รู้ตัว

จังหวะนี้อ่ะนะ!!

ถึงจะเป็นเรื่องที่พูดในบทสัมภาษณ์ไปไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้วก็เถอะ

ตอนที่ SKE48 อยู่ในวิกฤติ
เธอเป็นเด็กที่โผล่ขึ้นมาอย่างสง่างาม เป็นคนที่นำเรื่องดีๆมาสู่ SKE48 มากมาย

ด้วยตัวตนของคนๆหนึ่ง
ด้วยพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่อะไรๆมันเปลี่ยนไป
แต่ฉันก็ได้เห็นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

เพราะเธอไม่ใช่ประเภทที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเท่าไหร่
ทั้งเรื่องที่เจ็บใจ เรื่องที่ลำบาก
คงจะมีอะไรหลายอย่าง

เธอเป็นประเภทที่หาได้ยากใน SKE48
เป็นแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

รู้สึกเหมือน SKE48 ได้รับแสงอันเจิดจ้า

เธอเป็นเด็กมหัศจรรย์ค่ะ

เธอจะเป็นคนสร้างอนาคต ฉันจมอยู่กับความคิดนั้นโดยไม่ได้รู้เลย
ความคิดที่ว่า "(เธอจะ)จบการศึกษาไปก่อนฉันเองอีก"
มันไม่ได้อยู่ในหัวฉันเลยสักนิด

เรื่องนี้ ฉันไม่ได้พูดถึงยูนะคนเดียวนะ
คือมันเศร้ามากที่ฉันต้องเป็นคนมาอำลาส่งรุ่นน้องน่ะ

สักวันฉันอยากให้เธอมาอำลาส่งฉัน

แล้วก็อยากให้เธอปกป้องอนาคตของ SKE48 ให้ดี
อยากให้เธอสร้างมันขึ้นมา

ฉันอยากเห็นเธอในแบบนั้น
ไม่ว่ายังไง นี่ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

แต่ว่ายูนะน่ะ
เป็นไอดอลแบบที่ซื่อตรงต่อตัวเอง ไม่มีบิดพลิ้ว
เป็นไอดอลที่ทำให้คนหลงใหล

คงจะทำให้ใครหลายคนซาบซึ้งจับใจ
พลางคิดไปว่า(เธอ)จะไม่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะสร้างอะไรบางอย่างให้กับ SKE48 อีกแล้วงั้นเหรอ

แต่บางทีเธออาจเป็นไปแล้วก็ได้

ที่จริง ฉันก็ชอบของแฮนด์เมดนะ
เราชอบเรื่องนี้เหมือนกัน เลยได้ไปร้านขายอุปกรณ์ด้วยกัน 2 คน
ได้เดินดูของนู่นนี่ ซื้ออะไรมาตั้งหลายอย่าง
เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ

ฉันชอบของที่ยูนะทำจริงๆน้า

แม้จะเหลืออีกแค่เดือนนิดๆ
แต่ถ้าได้ไปซื้อของด้วยกันอีกก็คงดีนะ

แล้วก็จนกว่าโอบาตะ ยูนะที่เป็นไอดอลจะถึงท้ายที่สุด
ฉันจะคอยเฝ้ามองเธอเป็นอย่างดีเลยค่ะ


--------------------------------------------------

บล็อกคาโอตัน

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213233927478

ยูนานะ

ยูนะที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์นี่สุดยอดจริงๆ

แน่นอนว่านอกเหนือไปกว่านั้นก็คือความพยายาม

อย่างฉันเนี่ย
ไม่ได้เกิดมาพร้อมอะไรแบบนั้น
ฉันมันเป็นพวกดิ้นรนหาทางทำอะไรสักอย่างแล้วก็เกาะมันไว้ให้แน่น
เพราะงั้นกับเด็กที่มีพร้อมอยู่แล้วเนี่ย
ฉันก็ยังอิจฉาอยู่นะ (หัวเราะ)

เซนเตอร์เดี่ยวน่ะ
ต่อจากจูรินะซังกับเรนะซัง
เธอเป็นคนที่ 3

ตั้งแต่ตอนที่เรนะซังจบการศึกษาเป็นต้นมา
ยูนะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ SKE เลย

ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อมองกลับไปแล้ว
10 ปีที่ผ่านมา เรามีเซนเตอร์เดี่ยวแค่ 3 คนเอง
ฉันว่ามันเป็นปัญหาทางโครงสร้างอยู่เหมือนกันนะ (หัวเราะ)

ทั้ง Igai ni mango และ Muishiki no iro
เป็นเพลงที่ดีมากๆ
การที่ยูนะเป็นเซนเตอร์
ทำให้อนาคตของ SKE มุ่งไปในทางที่สดใหม่และสดใส

เธอได้สร้างทางเส้นนั้นขึ้นมา

เพราะยูนานะไม่เคยปริปากบ่น สีหน้าก็ไม่แสดงออก
ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกหนักใจ ข้องใจ หรือกดดันอะไรหรือเปล่า

เธอยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับสายตาของรุ่นพี่อันเฉียบคมที่มองอยู่ด้านหลัง
เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่า ยูนะเป็นรุ่นน้องที่พึ่งพาได้จริงๆ

เพราะงั้น
ตอนที่ฉันคิดจะเล่น Fukyowaon
ฉันก็คิดทันทีเลยว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเป็นเซนเตอร์ แล้วก็เลยขอไป

ยูนะกับราระกับเรียวฮะ

ทั้ง 3 คนคือคนที่ฉันอยากให้รับหน้าที่สำคัญในเพลงนี้

นี่น่ะ สำหรับฉันมันเดือดมากเลยนะ (หัวเราะ)

ขอบคุณที่มอบสิ่งนี้ไว้ให้
ประกาศจบการศึกษาก็เหนื่อยหน่อยนะ

ที่จริงแล้วสเตจนี้จะต้องเป็นสเตจวันเกิดของฉัน
แต่เพราะฉันข้อเท้าพลิก ก็เลยต้องเลื่อนออกไป กลายเป็นสเตจปกติแทน

เพราะคิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสดูสเตจ KII ในฐานะคนดูมากเท่าไหร่
พอมีโอกาสก็เลยคิดว่าไปดูที่เธียเตอร์ดีกว่า
แล้วก็มีประกาศจบการศึกษา

ฉันว่าถ้ามันเป็นสเตจวันเกิดของฉันล่ะก็ เธอคงไม่ได้ประกาศ
ก็เลยรู้สึกว่าดีแล้วที่เธอสามารถประกาศได้เร็วขึ้น แม้นิดนึงก็ยังดี

อันที่จริง ยังไงเธอก็ยังเป็นคนที่ SKE จำเป็นต้องมีอยู่
ฉันไม่อยากให้จบการศึกษาเลย
แต่ยูนะบอกว่าได้เป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วและได้เจอเป้าหมายใหม่แล้ว
เมื่อเห็นแบบนั้น ก็คิดว่าคงเปล่าประโยชน์ที่จะหยุดมัน

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากด้วยนะ

แผ่นหลังที่สุดเท่นั้นจะทำให้คนหลงใหลจนถึงท้ายที่สุดเลยแหละ

คาโอตัน


--------------------------------------------------

บล็อกราระ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190212222720262

สิ่งที่คิดในตอนนี้

วันนี้ยูนานะประกาศจบการศึกษาล่ะค่ะ

ยูนานะที่ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเดินไปข้างหน้า ขัดกับท่าทางภายนอกนั้น
มันเท่มากเหมือนกันนะ

ฉันว่ามันเป็นการลาจากที่เบาบางเหมือนสายลมอยู่นะ

แฟนๆทุกคนเองก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
เพราะคิดว่ายังไงยูนานะก็คงอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง

ตอนที่ได้ข่าวก็ตกใจมากเลยล่ะ

ทำไมกัน?
เพราะอะไร?

ความรู้สึกแบบนั้นมันรุนแรงมาก

น้ำตามันไหลไม่หยุด
รู้สึกเหมือนในใจฉันมันมีรูโหว่

ยูราระ

เราถูกเรียกแบบนั้นบ่อยๆ

ตอนที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นดับเบิ้ลเซนเตอร์น่ะ
ฉันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากๆเลย
ความรู้สึกที่ไม่อยากยอมแพ้มันแรงกล้ามาก

เธอเป็นคนๆเดียวที่ทำให้ความรู้สึกนั้นส่องสว่างในใจฉัน การที่ยูนานะจะจบการศึกษามันทำให้ฉันเศร้ามาก คิดไม่ถึงเลยล่ะ

แม้แต่ตอนนี้ที่รู้เรื่อง(จบการศึกษา)แล้ว ฉันก็ยังคิดอยู่เลยว่าอยากจะพยายามไปด้วยกันสองคนให้มากขึ้นกว่านี้

ตัวฉันคนเดียวไม่อาจตั้งเป้าที่ตรงนั้นได้หรอก

แต่ถ้าเป็นเราสองคนก็อาจจะทำได้

ฉันรู้สึกแบบนั้น

แต่ว่า ยูนะกำลังจะมุ่งไปในทางที่ยูนะคิด

เพราะงั้น ราระเองก็จะมุ่งไปในทางที่ตัวเองคิดเหมือนกัน

ตอนนี้ตัดสินใจแล้วล่ะ

ถึงจะพูดแบบนั้น
เส้นทางที่ตัวฉันเองคิดมันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่หรอก

แต่ฉันจะมุ่งไปโดย
ไม่ลืมที่จะเป็นตัวของตัวเอง
ไม่ลืมที่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
ไม่ลืมความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อแฟนๆ
ไม่ลืมที่จะคิดลงไปลึกๆไม่ใช่คิดอะไรตื้นๆ

ฉันมองเห็นหนทางท่ามกลางหมอกหนานี้ได้ไกลขึ้นอีกนิดนึงแล้วรึเปล่านะ

ฉันคิด

สำหรับฉัน คนที่มีตัวตนเหมือนยูนะน่ะ
นอกจากยูนะก็คงไม่มีอีกแล้ว
รู้สึกว่าต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว

เธอเป็นคนที่สำคัญกับฉันมากๆขนาดนั้นเลยล่ะ

เพราะงั้น
ไม่ว่ายังไงก็อยากให้ยูนะเปล่งประกายในทางที่เลือกแล้วให้ได้

ฉันคิดอย่างนั้นแหละ

--------------------------------------------------

บล็อกไอริ

http://www2.ske48.co.jp/blog/detail/id:20190213212113836

เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ มิซุโนะ ไอริ

[เกี่ยวกับการจบการศึกษาของยูนานะ]

ฉันอาจจะไม่มีความสามารถเรื่องคำศัพท์เท่าไหร่แต่ฉันจะเขียนเพื่อสื่อถึงทุกคนให้ดีที่สุดค่ะ

ฉันรู้มานานแล้วว่ายูนะจะจบการศึกษา

เพราะตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์ในการประกาศจบการศึกษาเลยไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงแต่คิดว่าคงต้องมีความกล้ามากๆ

ฉันคิดว่ายูนานะได้ทำหน้าที่ในฐานะไอดอลต่อหน้าแฟนๆได้สมบูรณ์ 100% เลยล่ะ

ฉันจะพูดแค่ตรงนี้นะคะ ตอนช่วงประมาณ Igai ni mango ที่ยูนะแจ้งเกิด  ตอนที่ยูนะคิดเรื่องสปีชที่จะพูดนั้น

เธอคงมีเรื่องที่หนักใจ เรื่องแย่ๆอยู่มากมายแน่ๆ แต่การถูกเลือกให้เป็นเซนเตอร์ Mango แล้วจะบอกว่ารู้สึกแย่ ก็กลัวว่าถ้าพูดไปจะถูกคนต่อว่า
เธอเลยไม่ส่งเสียงใดๆ เรื่องนั้นฉันมองเห็นอยู่นะ

ในขณะที่ยินดีกับการได้เป็นเซนเตอร์ในตอนนั้น ก็มีความคับข้องใจที่กดดันอยู่โดยพวกเราไม่ได้รู้สึกถึง

ฉันน่าจะให้กำลังใจเธอได้มากกว่านั้นนะ มาคิดได้เอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
ยูนานะน่ะ ไม่ว่าจะมีอะไร เธอก็สามารถยืนบนเวทีด้วยรอยยิ้มได้

ตัวฉันน่ะ ถ้ามีเรื่องที่ไม่ชอบก็จะออกมาทางสีหน้า จะพูดออกมาเลย แต่ยูนะน่ะเป็นภาพสะท้อนของไอดอลที่แท้จริง

ช่วงนี้โอโนะ (ชื่อเรียกคู่หูยูนานะกับไอริ) ก็เริ่มมีงานเพิ่มขึ้น

ตอนที่ถ่ายกราเวียร์โอโนะลงใน BUBKA

ตอนที่ทำงานก่อนหน้านั้นก็เหมือนจะเคยพูดไปว่าอยากให้มีงานของโอโนะบ้าง

เป็นเพราะยูนะ ก็เลยได้ถ่ายงานของนิตยสารนี้รึเปล่านะ? ฉันดีใจมากจริงๆ

เพราะมีงานอดิเรกเหมือนกับยูนะ เราก็เลยสนิทกัน

ไม่คิดว่าจะได้รับงาน ได้เล่นด้วยกันทุกวันผ่านการเป็นคู่หูโอโนะแบบนี้

บอกตามตรง มิซุโนะเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับการที่จะไม่มีเพื่อนรักที่สนิทกันอยู่ด้วยแล้ว มันรู้สึกเหงามากๆเลยล่ะ
ยูนะจบการศึกษาน่ะเป็นเรื่องดีมากนะ
เธอบอกว่าเป็นไอดอลมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วสินะ
มันเท่มากๆเลยไม่ใช่เหรอ

ตัวฉันเองยังห่างชั้นกับยูนะ ยังเอื้อมไม่ถึงก็จริงอยู่ แต่ฉันอยากจะใช้ชีวิตแบบนั้นล่ะ!
ความคิดนี้มันแรงกล้ามาก
พอได้ฟังคำพูดของยูนะแล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมาเลย

จากนี้ก็จะพูดถึงมิซุโนะบ้าง
แล้วรูโหว่ของยูนะนี้ถมให้เต็มยังไง? มีแฟนๆเขียนแบบนั้น

ความเห็นของมิซุโนะคือ รูโหว่อะไรนั่นไม่มีหรอกค่ะ
ด้วยตัวตนเพียงหนึ่งเดียวของยูนะกับความพยายามของเด็กคนนี้ มันถึงออกมาเป็นแบบในตอนนี้ ไม่ว่าใครก็มาแทนยูนานะไม่ได้

แต่ที่ทำได้ก็คือเรื่องที่พูดว่าตั้งเป้าที่จะเซมบัตสึกับเป็นเซนเตอร์ค่ะ

ตอนเริ่มแรกฉันพูดอยู่บ่อยๆว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อจะกำลังสำคัญให้ SKE48 ให้ได้

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ฉันเริ่มไม่ได้พูดถึงมัน

งั้นฉันจะพูดเป้าหมายนั้นอีกครั้งค่ะ

ฉันอยากเป็นเซมบัตสึและเป็นเซนเตอร์ของ SKE48 ค่ะ

จะพยายามเต็มที่โดยไม่ลืมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในตอนนั้น

ฉันจะพูดถึงสเตจก่อนหน้านี้สักหน่อยแล้วกันนะคะ

ไอดอลน่ะ ไม่รู้ว่าตอนจบจะมาถึงเมื่อไหร่

ในขณะที่ไอดอลเปล่งประกายอยู่ก็อยากให้สนับสนุนเต็มที่โดยไม่มารู้สึกเสียใจภายหลัง ฉันคิดอย่างนั้นค่ะ

ชีวิตไอดอลของยูนะจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือน 3
จนกว่าจะถึงท้ายที่สุดก็อยากเชียร์ยูนะให้เต็มที่
ขอฝากให้แฟนๆสนับสนุนยูนะเป็นอย่างดีด้วยนะคะ

ถึงจะเลิกไปแต่เราก็เป็นเพื่อนกันตลอดไป

โอโนะน่ะไม่มีวันตาย

รักเธอนะ

จาก มิซุโนะ ไอริ



--------------------------------------------------

บล็อกยูกิ


[ยูนะ] อาราอิ ยูกิ 82

อาราอิ ยูกิค่ะ!
Ameblog ครั้งที่ 82

สวัสดีค่ะตอนเย็น!
เมื่อวานไม่มีเวลาก็เลยไม่ได้โพสต์บล็อก

เขียนเสร็จแล้วก็เลยจะโพสต์ล่ะค่ะ
ถ้าโพสต์เร็วกว่านี้หน่อยก็คงดี

เมื่อวานมีสเตจ KII ค่ะ
แล้วก็มีการประกาศจบการศึกษาของยูนะ

ยูน้าาาา

ยูนะบอกฉันแล้วก่อนหน้านี้
ถึงจะมีเวลาทำใจสักพักแล้ว แต่ตอนที่ประกาศก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่ดี

อยากให้มันเป็นเรื่องโกหกจัง

การได้เห็นท่าทางที่แสดงอย่างเต็มที่บนเวที
ได้เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นเต็มที่กับการทำงานนี้
จะเลิกจริงๆงั้นเหรอ??
ฉันคิดอย่างนั้นวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบ

แต่ว่านั่นคือจุดที่ดีของยูนะล่ะ
เต็มที่จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด เท่มากเลย

ถึงจะมองดูน่ารัก
แต่ภายในน่ะบ้าบิ่นน่าดู

ยิ่งได้รู้จักยูนะมากขึ้น
ความรู้สึกนับถือมันก็ยิ่งท่วมท้น

เด็กที่ลงตัวพอดีแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆนะ!
เป็นไอดอลที่สุดยอดเลยล่ะ
รักนะ

จบการศึกษาแล้วก็มาเป็นเพื่อนกันเนอะ

จาก ยูกิ


--------------------------------------------------

บล็อกยูซึกิ


(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

แล้วก็ตอนจบของสเตจวันนี้ ก็มีประกาศจบการศึกษาจากยูนะล่ะ!

ร้องไม่ได้นะ แม้ฉันบอกตัวเองแบบนั้น
แต่คิดแบบนั้นไปก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉันก็ร้องอยู่ดี ฮ่าๆๆ

ทุกคนบอกฉันว่านึกว่าจะร้องหนักกว่านี้ซะอีก
แต่ก็คิดว่า จะมาร้องไห้ยิ่งกว่าเจ้าตัวที่ประกาศได้ไง
ก็เลยพยายามกลั้นไว้
แต่ก็กลั้นไม่ได้เลยซักนิด

การที่ยูนะมีความฝันใหม่เนี่ยเป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ
แน่นอนว่าฉันจะคอยสนับสนุน

จากนี้ต่อไปฉันจะทำแบบนั้นล่ะ
ยูนะที่คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับฮิดากะน่ะ 
ทั้งเปล่งประกายแล้วก็น่ารักมากๆ

คนที่สนิทด้วยรอบตัวฉันจะจบการศึกษาไปอีก 1 คนแล้ว
พูดตามตรง มันก็เจ็บปวด
แต่พอคิดว่า
ถ้าผ่านมันไปได้ จะได้เห็นอะไรเพิ่มอีกมั้ยนะ
เพราะงั้นฉันจะทะนุถนอมทุกๆวันที่เหลืออยู่

เพราะคิดว่าถึงจะจบการศึกษาไปก็ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์เราจะจบลงไปด้วยซะหน่อย
ก็เลยไม่กังวลอะไร

จนกว่าจะถึงท้ายที่สุด
ฉันอยากเป็นคนที่ยูนะจะฝากใจไว้ ทำให้เธอสบายใจได้

ฉันกินบราวนี่ที่ยูนะทำให้ระหว่างทางกลับบ้าน
อร่อยมากๆเลยล่ะ

ขอบคุณนะ!
ที่ประกาศไปก็ เหนื่อยหน่อยนะ

(รูป: ถึงจะใส่ฟิลเตอร์แต่ฮิดากะก็ตาแดงมากเลย)

ทุกคนที่คอยสนับสนุนเอง
ก็คงจะสะเทือนใจกันอยู่
ค่อยๆ มุ่งไปข้างหน้าไปด้วยกันเนอะ
ยังไงทางข้างหน้าก็ยังอีกยาวไกล

งั้นก็

ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ

แผนที่จะไปเที่ยวกับยูนะ
ขอให้ได้ไปเร็วๆด้วยเถอะ

by ยูซึกิ


--------------------------------------------------

บล็อกคุมะ


ยูนะจิ

การประกาศจบการศึกษาของยูนานะ
ไม่ว่ายังไงพอได้เห็นท่าทางตอนประกาศ ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา

เหงาจริงๆ

ได้รอยยิ้มของยูนานะช่วยเยียวยามาตั้งเท่าไหร่...

คุมะจิกับยูนะจิ
พอคิดว่าจะไม่ได้เรียกกันแบบนี้เหมือนปกติแล้วก็อดรู้สึกเหงาไม่ได้

ต่อจากนี้แน่นอนว่า ถึงจะจบการศึกษาไปแล้วก็ยังเจอกันได้
แต่ไม่ว่ายังไงก็เหงาอยู่ดี...

แต่ว่า การตัดสินใจเดินไปในเส้นทางใหม่ของตัวเองเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ ไม่ใช่ง่ายเลย...

เพราะงั้น ฉันสนับสนุนความรู้สึกของยูนะจินะ

ไอดอลที่ชื่อว่าโอบาตะ ยูนะน่ะ สุดยอดจริงๆ

ไอดอลน่ะ แม้จะจบการศึกษา
แต่พวกเธอจะยังคงต้องเปล่งประกายต่อไปแน่ๆ

เรื่องนี้แฟนๆทุกคนก็คงจะรู้ดีอยู่

ระยะเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา

มาสร้างความทรงจำกับยูนะจิเยอะๆกันเถอะ!

ยูนะจิ รักนะ!

--------------------------------------------------

บล็อกรันรัน


เรื่องยินดีกับเรื่องเหงาๆ ยูนาน้าาา
(ส่วนที่พูดถึงยูนานะ)

สวัสดีตอนเย็นค่ะ
รันรัน ยามาอุจิ สุซุรันค่ะ

ก่อนอื่น..

การประกาศจบการศึกษาของโอบาตะ ยูนะ

ยูนาน้าาาา...เหงาชะมัด

ยูนานะที่พูดว่าชอบสุซุรันซังมาตลอดเลยค่ะ
เพราะอยู่กันคนละทีมเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันเท่าไหร่
พอเวลาเจอกันก็คิดว่าอยากจะคุยด้วยจังนะ
แต่เพราะนิสัยขี้อายนิดๆของฉัน ทำให้ตื่นเต้น
ก็เลยพูดไม่ออกบ่อยๆ
พอมีประกาศ ช่วงเวลาแบบนั้นเป็นอะไรที่ฉันรู้สึกเสียดายมาตลอดเลย...

เพราะงั้นเลยอยากอยู่ข้างๆยูนานะให้ใกล้ขึ้นอีก
อยากสนิทกันจังเลยน้า

เป็นคนเดียว ที่พูดว่าชอบฉัน
เป็นรุ่นน้องคนสำคัญเลยล่ะ...ร้องไห้

รุ่นน้องที่บอกว่าชอบฉันน่ะ
ล้ำค่ามากจริงๆล่ะ!!! ร้องไห้

ยูนานะ
ยินดีด้วยที่ประกาศจบการศึกษา
ฉันคิดว่า มันคงเป็นผลที่ออกมาจากความหนักใจมากๆ
ฉันเองก็เคยคิดกลับไปกลับมาเหมือนกัน
ตั้งกี่ครั้งที่อยากจบการศึกษา...ไม่จบดีกว่า...
การตัดสินใจครั้งนี้ คงเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่

แล้วเธอก็เพิ่งจะ 17 เองนี่นะ
เรื่องที่อยากทำ เรื่องที่สนุกๆ อนาคตที่ยังไม่เคยเห็น
ฉันอยากให้เธอไปให้สุดเลย!!

ยูนานะ ช่วงเวลาจนกว่าจะจบการศึกษา
เพราะสัญญาไว้แล้วว่า เมื่อเราเจอกันก็มาอยู่ด้วยกันเยอะๆนะ
ดังนั้นฉันจะทำให้เต็มที่เลย!! สัญญา!

อ่าาาา แต่ถึงอย่างนั้น
ก็ยังเหงาอยู่ดี

โอชิเมมจบการศึกษา 
ความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ
ถ้าตอนที่ชอบ ปล่อยเวลาผ่านไป
ไม่พยายามมาเจอ ไม่สนับสนุน ไม่ให้กำลังใจ อย่างเต็มที่
ก็จะต้องเสียดายแน่ๆ...

ฉันเองตอนที่อยากพยายาม
แต่ไม่ได้พยายามให้เต็มที่ ก็เสียดายเหมือนกัน

การจบการศึกษาของเมมเบอร์
ทำให้มีความรู้สึกที่หลากหลาย

เด็กที่น่ารักขนาดนั้นจบการศึกษา
ไม่วายังไงก็เศร้าจริงๆ แต่...
เพื่อให้ยูนานะเป็นเด็กผู้หญิงที่งดงามยิ่งๆขึ้น
ฉันจะสนับสนุนเต็มที่ๆๆ

จนกว่าจะสิ้นเดือน 3 ก็ฝากตัวด้วยนะ!!!!




วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

(91)[100%SKE48 Vol.2] แปลบทสัมภาษณ์มินารุน (โอบะ มินะ)

โอบะ มินะ ใช้ชีวิตอยู่ในนาโกย่าจากลบก็เปลี่ยนเป็นบวกได้





โอบะ มินะ ผู้ซึ่งได้เริ่มควบทีมเมื่อปี 2013 และย้ายวงมาเต็มตัวเมื่อปี 2014 และตอนนี้เธอก็ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ส่องสว่างเป็นประกาย ความรู้สึกต่อ SKE48 ที่ยอมรับและเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำในตอนนี้ เธอพูดออกมาเยอะเลย

ชินคันเซ็นในวันนั้น


- เอ่อ จะว่าไงดี ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ (หัวเราะ)

มินารุน: ฮ่าๆๆๆ ฝากตัวด้วยค่ะ

- เพราะเป็นโอกาสพิเศษเลยอยากให้โอบะซังเลือกสถานที่ถ่ายทำเป็นที่ๆชอบในนาโกย่า เราได้บอกผ่านทางสตาฟฟ์ไป อยากทราบว่าเหตุผลที่เลือกย่านการค้าโอสุนี่คืออะไรครับ?

มินารุน: ที่จริงแล้ว ปกติชีวิตฉันก็วนเวียนอยู่แถวซาคาเอะนี่แหละค่ะ ไม่ว่าอะไรก็มีหมด ขนาดไปถามเมมเบอร์ก็บอกประมาณว่า “(ในนาโกย่า) ก็ต้องซาคาเอะนี่แหละ (หัวเราะ)” ทั้งนั้นเลย แต่ว่าหลังจากมาอยู่ SKE48 ได้ประมาณปีนึงก็ได้รู้ว่ามีย่านการค้าโอสุอยู่ ฉันชอบความรู้สึกแบบท้องถิ่นสงบๆน่ะค่ะ ตอนแรกเป็นคาโอตันพามาทัวร์ขี่จักรยาน ฉันก็คิดว่าในย่านการค้าคงไม่ให้ขี่จักรยานเลยลงไปเดินจูงจักรยานแทน ปรากฎว่าคาโอตันดันขี่เข้าไปเฉย ฉันก็แบบว่า “คนเยอะนะเห้ย!” (หัวเราะ)

- เหมือนเวลาขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกแล้วดันถอดรองเท้าก่อนขึ้นเครื่องสินะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าสุดยอดไปเลยนะ เสร็จงานก็ตรงกลับบ้าน ไปขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนๆ พอเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยจะมีแบบนี้เท่าไหร่ ทั่วไปก็น่าจะช่วงประถมล่ะมั้ง

มินารุน: นั่นสิคะ! บางทีตอนนี้น่าจะได้ใช้จักรยานมากกว่าตอนประถมอีก ตอนอยู่ AKB เมมเบอร์ไม่มีอยู่ใกล้กันอย่างนี้

- หลังจากจบสเตจที่อากิฮาบาระ มีขี่จักรยานเที่ยวกับเมมเบอร์แบบนี้มั่งมั้ยครับ?

มินารุน: ไม่มีค่ะ! ...ถึงตอนนี้จะชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว แต่มาคิดดูดีๆมันไม่ใช่ปกติเลยนะ (หัวเราะ)

- ในมุมมองของคนนอก การที่ได้มาใช้ชีวิตแบบนี้ในนาโกย่า พวกเรารู้สึกสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของโอบะซังมากเลยครับ แต่ยังไงก็เป็นเมืองที่อยู่ไม่ง่ายเลยใช่มั้ยครับ นาโกย่าเนี่ย

มินารุน: ปีแรกที่เริ่มต้น (ควบทีม) ไม่ว่างานจะจบเร็วหรือช้าฉันก็จะตรงกลับโตเกียวตลอดเลยค่ะ หรือบางทีค้างคืนนึงวันรุ่งขึ้นก็จะนั่งชินคันเซ็นกลับเลย แม้ตอนนี้จะพูดถึงได้อย่างสบายใจแล้วแต่ตอนนั้นมันลำบากจริงค่ะ ตอนที่ถูกเลือกให้มาควบ SKE48 พอมานาโกย่าเพื่อทักทายทำความรู้จัก วันรุ่งขึ้นก็ให้ถ่าย MV Ustukushii Inazuma เลย ความรู้สึกไม่สบายใจตอนที่นั่งชิงคันเซ็นมานาโกย่าในตอนนั้นยังจำได้ดีเลยค่ะ ไม่มีวันลืมเลยล่ะ

- ทำไมถึงปิดกั้นตัวเองแบบนั้นล่ะครับ?

มินารุน: แน่นอนว่าการควบทีมมันมีแรงกดดันค่ะ แล้วก็เพราะรู้ว่าคิตาฮาร่า(ริเอะ)ซังที่เคยมาควบทีมก่อนลำบากมากๆ อีกอย่างฉันได้รับคำชี้แนะมาว่า “SKE48 น่ะเด็กผอมๆเยอะนะ ลดน้ำหนักซะเถอะ ทางที่ดีย้อมผมดำจะดีกว่านะ” อะไรประมาณนี้ (หัวเราะ) เพราะงั้นตอนที่นั่งชินคันเซ็นมาเลยตื่นเต้นมาก รู้สึกแบบว่า “ต่อจากนี้จะต้องไปอยู่นาโกย่าสินะ”

- เหมือนตั๋วเที่ยวเดียวไปสู่สมรภูมิรบเลยนะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าจากสภาพในตอนนั้นจนเป็นที่ยอมรับแบบวันนี้สุดยอดเลยนะครับ ว่าแต่ เดิมโอบะซังก่อนมาเข้า AKB48 ก็ได้ใช้ชีวิตเด็กมัธยมธรรมดามาเต็มที่เลยนี่ครับ

มินารุน: ใช่ค่ะ (หัวเราะ)

- งั้น ทำไมถึงมาเป็นไอดอลล่ะ?

มินารุน: อาจเป็นเพราะ...ที่ตรงนี้มันเหมือนเป็นอีกมิตินึงน่ะค่ะ แม้ว่าวันๆนึงจะสนุกมาก แต่ช่วงเทอมสองของม.ปลายปี 2 ก็ต้องเลือกทางเดินชีวิต แต่ฉันก็คิดตลอดเลยว่า “ฉันอยากเป็นไอดอล! อยากเข้าสู่วงการบันเทิง!” แม้จะใช้ชีวิตปกติธรรมดาแบบนั้น แต่ยังไงความฝันก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เพราะงั้นก็เลยอยากมาเป็นไอดอล ได้ใช้ชีวิตธรรมดามาเต็มที่แล้วความฝันยังเป็นจริงด้วย เป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆเลยใช่มั้ยล่ะคะ

- ประมาณว่า ได้สนุกทั้งสองทาง

มินารุน: ค่ะ (หัวเราะ) ฉันน่ะอยากมุ่งไปในทางที่มันสนุกๆ อยากเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุด! อยากให้ความฝันทั้งหมดเป็นจริงค่ะ

- อะฮ่าๆๆๆ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆนะครับ เพราะเป็นแบบนี้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่แย่แค่ไหนก็ผ่านมันมาได้เองโดยธรรมชาติสินะครับ

มินารุน: มองย้อนกลับไป 7 ปีที่ผ่านมานี้ สิ่งที่ต้องขอบคุณคือโอกาสที่ได้รับมาค่ะ ไม่นานมานี้ก็คิดว่าอาจเป็นเพราะฉันไม่ละทิ้งเรื่องสีเทาๆในอดีต ตอนนี้ก็เลยสามารถยืดอกอย่างภูมิใจได้ อันที่จริง การได้มา SKE48 ทำให้จิตใจฉันเปลี่ยนไปนะ ในฐานะคนธรรมดาคนนึงฉันค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆน่ะค่ะ

- โอบะซังในตอนนี้ ไม่ว่าจะในฐานะคนธรรมดาหรือในฐานะไอดอล ดูเหมือนว่าจะมาถึงช่วงที่รุ่งแล้วนะครับ จริงๆนะ

มินารุน: ขอบคุณค่ะ ตอนที่อยู่ AKB48 ก็เคยผ่านช่วงพีคมาเหมือนกัน ก็รู้สึกได้ว่ามันกลับมาดีอีกครั้ง (หัวเราะ) ตอนที่ประกาศควบทีมที่บุโดกัน (คอนเสิร์ต AKB48 Group Rinji Soukai เดือน 4 ปี 2013) ก่อนหน้านั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่า “ฉันน่ะ คงจะไปเรื่อยๆแบบนี้ล่ะมั้ง” ตำแหน่งยืนก็คงค่อยๆตกมาข้างหลัง ก็คงเท่านี้ล่ะมั้ง ในขณะที่เริ่มรู้สึกแบบนั้นก็ประกาศควบทีม เพราะงั้นถือว่าเป็นโอกาสที่ดีค่ะ

- ในสภาพแบบนั้น คงคิดไม่ถึงว่าจะได้ควบทีมสินะครับ

มินารุน: เรื่องนั้นก็เคยคิดเหมือนกันนะ แบบว่า “บางทีอาจจะได้ควบก็ได้” จริงๆก็อยากลองควบวงมาตลอด บ้าจริงๆเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ

พวกสุดโต่งน่ะแค่คนเดียวก็พอ


- อ่า นี่อาจจะเป็นภาพที่เราคิดเอาเองนะครับ แต่ว่าโอบะซังดูเป็นคนที่เย็นชา ชอบพูดเสียดสี ไม่ใช่คนที่จะพยายามรุกไปข้างหน้าเลย (หัวเราะ)

มินารุน: คงเริ่มเป็นตอนที่ฉันมาอยู่ที่นี่แล้วน่ะค่ะ มันมีช่วงที่ฉันคิดว่าทำแบบนั้นแล้วมันเท่ (หัวเราะ) แต่ว่าก็ไม่ใช่เพราะย้ายมา SKE48 ถึงได้เปลี่ยนไปหมดนะคะ แค่เริ่มรู้สึกว่าแบบนั้นมันไม่ได้เท่ซักหน่อย ตอนนั้นยังเด็กจริงๆ (หัวเราะ)

- เพราะยังเด็กสินะ (หัวเราะ) โอบะซังที่เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในเมมเบอร์ที่เป็นเสาหลัก เป็นผู้นำของ SKE48 นะครับ

มินารุน: ฮุๆๆๆ ไม่ห่าง(จากเสาหลัก)เท่าไหร่หรอกค่ะ

- จากตรงนี้ มองเห็นอะไรที่ SKE48 ในตอนนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงมั่งมั้ยครับ?

มินารุน: อืม เรื่องนี้ ปีสองปีมานี้ก็ได้คุยกับหลายๆคน เมมเบอร์ก็เคยมีพูดใน SHOWROOM เหมือนกัน มีหลายเรื่องเลยค่ะ

- อย่างพวกรายการประจำทางทีวี หรือทัวร์คอนเสิร์ต

มินารุน: แต่ว่า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่ก็จริง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่พวกเราพูดแล้วจะทำได้เลย อย่างเช่นว่า “HKT48 ได้ทัวร์อยู่แหละ!” พูดไปมันก็ไม่มีวันจบ เพราะงั้นสิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือ คิดว่าทำยังไงการแสดงในเธียเตอร์ตอนนี้ถึงจะสนุกแล้วก็ลงมือทำ คือถ้าช่วงไหนพวกเราร้อนใจกันเกินไป แล้วไปพูดว่าแย่แล้วๆพูดนั่นพูดนี่ ยิ่งพูดไปถึงหูแฟนๆ มันจะกลายเป็นว่าทุกคนบอกแย่แล้วๆกันหมด แบบนั้นเป็นความผิดพวกเราทั้งหมดเลยนะ!

- เหมือนที่ในรายการ Zero Position พูดด้วยสายตาดุดันเหมือนนักรบว่า “ประกาศแยกตัว!” (หัวเราะ) เป็นพวกสุดโต่งที่แท้เลยนะครับ!
[T/N: ช่วงปี 2016 ที่ SKE ไม่มีรายการประจำ ออกสื่อก็น้อย ครั้งนึงรายการ Zero Position ได้จัดให้เมมเบอร์มาคุยกัน แล้วมินารุน คาโอตันและอายะก็คุยกันว่าอยากให้ SKE แยกตัวออกจากกรุ๊ป]

มินารุน: จริงๆนะคะ! ทั้งๆที่พวกสุดโต่งน่ะมีแค่คาโอตันคนเดียวก็พอแล้ว แต่ฉันก็โดดเข้าไปร่วมด้วย ประมาณ 1 ปีมานี้เป็น(พวกสุดโต่ง)ตลอดเลยค่ะ ถึงขั้นว่ามีช่วงที่เมมเบอร์ครึ่งนึงมาเป็นแนวร่วมด้วยเหมือนกัน แบบนั้นมันแย่มากเลยล่ะ ในที่สุดก็ตาสว่าง...

- ถ้าเป็นมัตสึมุระซังล่ะก็แบบนั้นคงไม่เป็นไร แต่ถ้าทุกคนเป็นกลายเป็นผู้ก่อการร้ายแบบนั้นล่ะก็ ประเทศคงแย่นะครับ (หัวเราะ)

มินารุน: แม้ฉันทำงานในฐานะเซมบัตสึมาตลอดก็พูดอะไรมากไม่ได้ ยิ่ง (ไซโต้) มากิโกะเป็นกัปตันด้วยแล้ว จะพูดอะไรตามใจไม่ได้เด็ดขาด ทางฝั่งแฟนๆก็เหมือนกัน ถ้าเมมเบอร์มัวแต่คิดแบบนี้แล้วทำให้บรรยากาศแปลกๆไป ดูแล้วคงรู้สึกแย่ เพราะงั้นฉันว่าแรกสุดคือ ต้องพยายามกับสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ให้เกินขีดจำกัดของมัน จะทำยังไงให้สนุกแม้กับเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน เมมเบอร์เองนั่นแหละต้องสนุกก่อน ถ้าแม้แต่เมมเบอร์เด็กๆก็ถูกถามว่า “นี่มันวิกฤติสินะ?” ฉันว่านั่นแหละ “วิกฤติแล้ว”

- (เรื่องที่คุย)เริ่มหนักขึ้นๆแล้วสิ

มินารุน: เพราะงั้นสนุกกับมันโดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น! บางทีเมมเบอร์โตแล้วอาจจะคิดว่า “ถึงตอนนี้แล้วยังจะพูดเรื่องพวกนี้อีก” ก็ได้ ไม่ว่าจะจบการศึกษาหรือเรื่องอะไรก็ตาม แต่อันดับแรกคืออยากให้ทำไปด้วยความรู้สึกสนุก สิ่งที่ฉันอยากขอตอนนี้คือ อยากให้ความรู้สึกนี้ส่งไปถึงแฟนๆด้วย อยากให้เรามุ่งไปในทางที่ดี ดังนั้นไม่ว่าใครจะพูดอะไรฉันก็จะใช้ชีวิตให้สนุก ตัดสินใจแล้วล่ะ!

- การตัดสินใจนี้ ทำให้ประกาศว่า “งานเลือกตั้งปีหน้าก็จะพุ่งไปข้างหน้า” หรือเปล่าครับ?

มินารุน: อ่า เรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวกันเลยก็ได้ค่ะ แต่ว่าก็มีสตาฟฟ์เคยถามเหมือนกันประมาณว่า “กำลังคิดจะจบการศึกษาเหรอ?” พอบอกความรู้สึกจริงๆไป (สตาฟฟ์)ก็แบบว่า “เอ๊ะ? งั้นหรอกเหรอ?”

- แบบว่า “ยังไม่คิดหรอกเหรอ?” (หัวเราะ)

มินารุน: ใช่เลยค่ะ! เพราะงั้นฉันเลยถามกลับว่า “เอ๊ะ? ไม่ได้เหรอ?” (หัวเราะ)

- บางทีคนรอบข้างอาจจะสังเหตเห็นอะไรบางอย่างก็ได้นะครับ แบบว่า “ต้องช่วยคิดเรื่องเส้นทางต่อไปของโอบะแล้วล่ะ”

มินารุน: แม้ว่าเมมเบอร์ที่อายุขึ้น 20 แล้วจะได้เป็นเซมบัตสึมาก่อน แต่พวกเราเองก็ยังพยายามอยู่เหมือนกัน (หัวเราะ) ในงานจับมือก็มีคิดพลิกแพลงนู่นนี่ทำให้ทุกคนสนุก เพราะงั้นเวลาถามอะไรมา ก็จะรู้สึกแบบว่า “อ้าว ยังไม่ได้คิดเลยเหรอ?” (หัวเราะ) อีกอย่าง ฉันอุตส่าห์กลับมาได้ถึงจุดนี้แล้วทั้งทีนี่

- พูดถึงอันดับเลือกตั้ง ปีนี้ได้อันดับ 22 ก็เป็นอันดับที่สูงที่สุดของตัวเองด้วยสินะครับ ทุกปีก่อนเลือกตั้งเราจะมีคุยกับพวกแฟนๆ กับพวกคนที่เกี่ยวข้อง ทายผลอันดับกัน ปีนี้มีหลายเสียงเลยที่บอกว่า “โอบะอาจจะเข้าถึงเซมบัตสึ” ระดับเดียวกับมุไคจิ มี่อง ทาคาฮาชิ จูริ อะไรแบบนี้เลยล่ะ

มินารุน: ฮ่าๆๆๆ ตามปกติคงไม่มีทางหรอกค่ะ (หัวเราะ) จะว่าไงดี มาจนถึงตอนนี้ฉันก็ทำเพื่อตัวเองมาตลอด เป็นตัวฉันเองที่อยากให้มีผลลัพธ์อะไรออกมาบ้าง แต่ถึงอันดับจะตกลงแค่ไหน ตราบใดที่พยายามทำและสนุกไปกับมันก็จะมาถึงจุดนี้ได้ ฉันอยากให้รุ่นน้องได้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้มากกว่า ดังนั้นปีหน้าฉันก็คิดว่าจะลงเลือกตั้งด้วย

- เป็นเพราะความคิดเปลี่ยนไป ถึงได้กลับคำ เรื่องที่เคยบอกว่า “ปีนี้เป็นทีสุดท้ายที่จะลงเลือกตั้ง” ใช่มั้ยครับ?

มินารุน: เป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างของฉันทุ่มให้ SKE48 เพราะงั้นไม่ว่าจะคำพูดหรือความคิดยังไงก็ไม่มีโกหกค่ะ ฉันเชื่อว่าเรื่องที่ติดลบมันจะเปลี่ยนเป็นพลังบวก เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องปิดบังค่ะ

- จิตใจแกร่งอย่างกับพวกปรมาจารย์หมัดมวยเลยครับ (หัวเราะ) แบบท่วงท่าการเคลื่อนที่สอดประสาน

มินารุน: สนุกดีค่ะ! เพราะแบบนั้นมันถึงสนุกไง SKE48 เนี่ย

ตอนสุดท้ายน่ะตัดสินใจไว้แล้ว


- แม้จะเพิ่งบอกเอาตอนนี้ แต่คือ หัวข้อของ 100%SKE48 เล่มนี้เป็น “ความกล้า” ครับ มากิโกะซังซึ่งใกล้ชิดกับโอบะซังก็พูดใน Mihama Kaiyuusai ว่า “อยากกลับไปยืนที่นาโกย่าโดมอีกครั้ง” พวกเรารู้สึกได้ถึงความกล้าที่พุ่งออกมาเลยล่ะ

มินารุน: นั่นสินะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราพูดไม่ออกนี่นา

- มันเป็นเพราะอะไรครับ?

มินารุน: ...เพราะเป็นบทสัมภาษณ์ของเล่มนี้ ฉันก็อยากพูด(แบบนั้น)เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าอยากจะเห็นภาพวิวนั้นอีกครั้ง หากไม่สร้างปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้น คิดว่าคงเป็นไปได้ยากค่ะ ทัวร์ก็เลื่อนออกไปไม่ได้จัดต่อ หลายๆเรื่องที่สัญญาไว้แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำ เอาแต่พูดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เราอาจจะกลายเป็นวงที่ถูกมองว่าชอบทำอะไรครึ่งๆกลางๆซึ่งฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ แต่เพราะอย่างนั้นตอนนี้เราถึงยิ่งต้องมีเป้าหมาย มาคิดดูดีๆ ไลฟ์ของ SKE48 น่ะดีมากจริงๆนะ ฉันน่ะ มั่นใจในการแสดงคอนเสิร์ตของ SKE48 ที่สุด คุณภาพของสเตจก็ดีที่สุดของ 48 กรุ๊ปอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะมีคนพูดโจมตีวงเรา แต่สำหรับ performance น่ะเป็นเรื่องของร่างกายแต่ละคน

- ถ้าวัดแพ้ชนะในเรื่องนี้ล่ะก็ ไม่มีเหตุให้แพ้ได้เลย

มินารุน: ไม่มีอะไรด้อยกว่าเลยล่ะ ถ้าพูดให้ชัดก็คือ เป็นวงที่ไปต่อได้ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อถึงเวลาวิกฤติก็มีความรู้สึกแบบ “มาทำให้เต็มที่กันเถอะ” ประมาณนั้นล่ะมั้งคะ เป็นระดับที่เรียกว่ายอดเยี่ยมเลยแหละ ไม่ว่ายังไง สำหรับ (การแสดง) บนเวที การจะทำยังไงให้มันออกมาสุดยอดได้ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

- ในอีกคอลัมน์นึงของเล่มนี้ พวกเราได้สัมภาษณ์เหล่าเทรนเนอร์ด้วย ได้ยินว่าเมมเบอร์ AKB48 จะพยายามซ่อนผ้าพันแผลไว้ด้านในของรองเท้าบูทเพื่อคงความน่ารักตามแบบไอดอลเอาไว้ แต่ว่าเมมเบอร์ SKE48 จะคิดถึงเรื่องว่าผ้าพันแผลเป็นอุปสรรคในการเต้นหรือเปล่าก่อน

มินารุน: ใช่แล้วค่ะ! ก่อนหน้านี้ ระหว่างแสดงสเตจอยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนไหล่หลุด ปวดมากเลยค่ะ พอกลับเข้าหลังเวทีทุกคนก็ถามว่า “เอาไงดี?” ตอนนั้นแม้แต่ยกแขนก็ยกไม่ขึ้น เต้นไม่ได้แน่ๆ ก่อนอื่นเลยให้ลองพันผ้าไว้ก่อน

- “ก่อนอื่น” เนี่ยนะ (หัวเราะ)

มินารุน: ก่อนอื่นก็จะพันผ้าไว้ แล้วก็แสดงต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (หัวเราะ) ก็พูดไปประมาณว่า “ไม่เป็นไร พันไว้ก่อน!” ถ้าเป็นสมัยที่อยู่ AKB48 อาจจะไม่ออกมาแสดงแล้วก็ได้ แต่ SKE48 น่ะ เราทำด้วยความรู้สึกแบบนี้จริงๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นพลังของพวกเรา เพื่อให้ SKE48 ทั้งวงได้เล่นเคอนเสิร์ตในอารีน่าหลายๆที่พร้อมๆกับการออกทัวร์ทั่วประเทศ แล้วก็กลับไปยืนที่นาโกย่าโดมอีกครั้ง ฉันว่านี่คือเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของ SKE48 ในตอนนี้ค่ะ

- แฟนๆเองก็คงเดินไปพร้อมกับพวกคุณด้วยอยู่แล้วล่ะ สุดท้ายนี้ สำหรับตัวโอบะซังเอง มีอะไรที่อยากจะใช้ความกล้าทำมันออกมาบ้างมั้ยครับ?

มินารุน: ฉันชอบพูดอยู่บ่อยๆค่ะ คือในท้ายที่สุดฉันอยากจะเป็นที่จดจำในฐานะเมมเบอร์ SKE48 เมื่อจบการศึกษาไปแล้ว อยากให้เขียนว่า “โอบะ มินะ (อดีต SKE48)” เพื่อการนั้น ฉันจะไปออดิทชั่นงานนอกให้เยอะขึ้น ถ้าได้งาน ก็อาจจะดึงเมมเบอร์คนอื่นๆใน SKE48 มาร่วมด้วยได้ ฉันคิดตลอดเลยล่ะว่าตัวเองคงจะพอทำอะไรได้บ้าง และนั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำให้สำเร็จค่ะ แม้ว่าจะอยู่มาเป็นปีที่ 8 แล้ว แต่ก็ยังมีความท้าทายใหม่ๆรอฉันอยู่! ยังไงก็ตาม ไม่ว่าจะในสเตจหรืองานจับมือ แม้จะต้องรอให้งานเข้ามา การได้ทำงานไปตามจังหวะของมันเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความสุขมากค่ะ

- แม้ว่ามันจะกลายเป็นเรื่องเคยชินไปซะแล้ว

มินารุน: แต่แทนที่จะระวังไม่ให้เคยชินจนเกินไป ฉันกลับคิดว่าจะทำยังไงให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในสภาพแวดล้อมแบบนี้มากกว่า เพราะงั้นฉันเลยอยากแสดงให้เห็นว่าฉันน่ะเริ่มเปลี่ยนความคิดตัวเองและก้าวออกมานำคนอื่นหนึ่งก้าว ทั้งนี้ก็เพื่อ SKE48 และอาจจะเพื่อตัวของโอบะ มินะเองด้วย ดังนั้นระหว่างที่ยังอยู่ SKE48 นี้...ก็จะเปลี่ยนส่วนที่เป็นด้านลบให้เป็นด้านบวกด้วยความกล้าค่ะ

- ด้านลบนั้นคือ?

มินารุน: ก็เรื่องกลัวคนแปลกหน้า...อย่างถ้าเวลาออดิทชั่นแล้วไม่กล้ากับคนแปลกหน้า แบบนั้นแย่มากเลยไม่ใช่เหรอคะ!

- คุยกันมาถึงตรงนี้ เป้าหมายของโอบะ มินะนี่มันโคตรซิมเปิ้ลเลยนะครับ (หัวเราะ)  การเอาชนะความกลัวคนแปลกหน้าเนี่ย!

มินารุน: ก่อนอื่นเริ่มจากตรงนี้แหละค่ะ...อ้าว จบ (การสัมภาษณ์) แล้วเหรอคะ? ยังพูดไม่จบเลยวันหลังต้องเรียกมาอีกนะคะ!

- ไม่เห็นจะกลัวคนแปลกหน้าตรงไหนเลย (หัวเราะ) แล้วจะมารบกวนอีกครับ!

blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]