วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

[แปล] Ameblog ยูนานะ 2019-02-13 "ความรู้สึกของฉัน"

บล็อกยูนานะ
https://ameblo.jp/ske48official/entry-12439811663.html


ความรู้สึกของฉัน โอบาตะ ยูนะ


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และไลค์ ใน Ameblog ครั้งก่อนนะคะ

ก่อนอื่นเลย
ฉัน
โอบาตะ ยูนะจะจบการศึกษาจาก SKE48 สิ้นเดือน 3 นี้ค่ะ!!

ขอโทษด้วยที่บล็อกที่ฉันไม่ได้เขียนมานานต้องเป็นแบบนี้

คิดว่าการประกาศที่กะทันหันนี้คงทำให้หลายๆคนตกใจ
หลายๆคนคงสงสัยว่า ทำไมกันนะ? 

ถ้าให้พูดก็คงจะยาว ฉันอยากจะบอกความรู้สึกที่ฉันต้องการจะบอกเท่านั้นค่ะ

เพราะฉันพูดไม่ค่อยเก่ง ถ้าทำให้สับสนก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ก่อนอื่น
ฉันคิดเรื่องจบการศึกษาตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ

ปีที่แล้วเป็น 1 ปีที่สนุกและไม่มีเรื่องที่น่าเจ็บใจเลย

ได้รับเลือกเป็นเซนเตอร์ใน Muishiki no iro
ในเลือกตั้ง ก็ได้ติดอันดับที่ 34 ซึ่งเป็นอันดับที่งดงาม...

ตั้งแต่หน้าร้อนจนถึงช่วงใบไม้ร่วงก็ได้เข้าร่วมอีเว้นท์ต่างๆมากมาย

ถึงขั้นว่า ถ้าให้พูดก็คงไม่หมด! เลยล่ะค่ะ
มีเรื่องที่น่ายินดีเต็มไปหมด

ในระหว่างนั้นก็มีความคาดหวังต่อฉัน...
เรื่องนี้น่ะ

เป็นเรื่องที่ฉันดีใจมากเลยค่ะ

มีคนบอกบ่อยๆว่า งานจับมือก็รออยู่นะ

แต่ว่า
ในระหว่างนั้น

พอมีคนถามว่า เป้าหมายใหม่ที่อยากทำต่อไปคืออะไรเหรอ?

ตัวฉันที่ไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้

ตัวฉันที่คิดว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะไอดอลอย่างสมบูรณ์แล้ว

ไอดอลที่จริงแล้วเป็นยังไงกันนะ? ตัวฉันเองรู้ดีที่สุดค่ะ

ฉันเข้าใจดีว่า
เราควรตั้งเป้าให้สูงขึ้น
เราจะยังพอใจที่ตรงนี้ไม่ได้

เพราะงั้น

ฉันคิดว่าการจะเป็นไอดอลด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆมันไม่ถูกต้องค่ะ

รอบตัวฉันก็มีเมมเบอร์ที่อยากทำอะไรต่างๆมากขึ้น อยากเป็นแบบนั้นแบบนี้มากขึ้น

ในระหว่างนั้น ตัวฉัน
เริ่มรู้สึกว่าการยืนอยู่ข้างหน้ามันไม่ถูกต้อง

เดิมที ตัวฉันไม่ได้รู้จักไอดอล หรือ SKE มากเท่าไหร่ เพราะคุณยายให้มาลองออดิทชั่นเลยได้เข้ามา

เริ่มทำงานด้วยความกังวล โดยที่แทบจะไม่รู้อะไรเลย

ความรู้สึกแบบว่า จะทำยังไงดีนะ? มันเต็มไปหมด

แม้จะเป็นแบบนั้นรอบตัวฉันก็มีเมมเบอร์และแฟนๆที่ร้อนแรงอยู่

วงนี้เป็นยังไงนะ?
ทำไมถึงได้ร้อนแรงกันขนาดนี้?

แต่ว่า
ในการทำงานก็เริ่มรู้สึกว่าวงนี้เป็นวงที่ดีมาก

ฉันเองก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง
และเริ่มมีเป้าหมาย...

เริ่มแรกสุดฉันแทบจะพูดไม่ได้เลย
มันคงทำให้แฟนๆรำคาญ

แต่ในขณะที่ทำงาน ฉันก็มีเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้อยู่ในใจตลอดมา

แล้วก็ ที่มักจะโดนถามบ่อยๆ คำตอบของฉันก็มีแค่

ตำแหน่ง!

อยากเป็นเซนเตอร์งั้นเหรอ?
แม้จะเป็นเรื่องที่ถูกถามบ่อยๆ 
แต่ตัวฉัน จริงๆไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่งเท่าไหร่หรอกค่ะ

แน่นอน ถ้าถามว่า อยากเป็นเซนเตอร์เหรอ? ก็ต้องอยากเป็นอยู่แล้วล่ะค่ะ

มันเป็นตำแหน่งที่ไม่ว่าใครก็อยากเป็น
ถ้าเป็นไอดอล ก็ต้องมีตำแหน่งเป็นเป้าหมายนั่นแหละ

ก่อนจะได้เป็นเซนเตอร์

ฉันซึ่งไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่ง
ก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นเซมบัตสึก่อน ด้วยเป้าหมายนั้น
ฉันก็ทำเรื่องที่อยู่ตรงหน้าไปด้วยความรู้สึกที่เป็นตัวของตัวเอง

และเมื่อวันเวลาผ่านไปฉันก็ได้ติดเซมบัตสึ Igai ni mango และได้เป็นเซนเตอร์

ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ฉันคิดว่า ฉันจะไหวมั้ยนะ?

แต่ถึงอย่างนั้น
เพราะถูกเลือกแล้ว

ฉันก็คิดว่า การที่มีเซนเตอร์แบบฉันแล้ว SKE จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็คงดีนะ

ก็เลยออกตัววิ่ง

ตัวฉันที่เดิมทีไม่มีความมั่นใจใดๆ คำพูดของทุกคนช่วยฉันไว้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่...

ต้องขอบคุณแฟนๆทุกคนจริงๆค่ะ

นั่นสิน้า
ถึงจะเขียนอะไรสะเปะสะปะไปบ้าง
แต่ก็ได้พูดอะไรที่อยากพูดล่ะ

เป้าหมายในฐานะไอดอลก็คือ
การได้ทำสิ่งต่างๆให้เป็นจริงพร้อมกับแฟนๆ
เมื่อได้รับความคาดหวังที่มากขึ้น

ฉันวิ่งมาถึงตรงนี้ด้วยความคิดว่าจะต้องพยายามไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงขึ้นให้ได้

แต่ว่า
ตัวฉันที่คิดว่าได้ทำมาครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้น
ความรู้สึกที่อยากจะท้าทายอะไรใหม่ๆมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น
ฉันเลยเลือกที่จะจบการศึกษา

ไม่ว่ายังไง
การทำอะไรครึ่งๆกลางๆมันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ
มันเสียมารยาทกับคนที่เค้าเอาจริงเอาจัง

แน่นอนว่า
ในฐานะไอดอล
สเตจ งานจับมือ ไม่ว่าจะทำอะไร
ฉันไม่มีทางทำด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆแน่ค่ะ ไม่มีทาง

ฉันอยากทำให้มันสมบูรณ์จนถึงท้ายที่สุด
เพราะยังอยากตอบแทนความรู้สึกขอบคุณนี้อยู่

ทั้งการแสดง ทั้งรอยยิ้ม ทั้งความร่าเริง
ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันสามารถทำได้
ฉันก็อยากจะตอบแทนในแบบของฉันค่ะ

สัญญาเลย

ถึงจะยาวไปหน่อย
แต่นี่เป็นความรู้สึกของฉันในตอนนี้ค่ะ

อย่างในงานจับมือ

ตอนที่ถูกถามถึงเป้าหมายว่า อยากทำอะไรต่อไปเหรอ?
แล้วไม่อาจตอบได้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ตอนนั้นมันเจ็บปวดมากเลยค่ะ

การไม่สามารถพูดออกมาได้ ฉันเกลียดจริงๆ

ฉันหนักใจมากที่ทำให้หลายคนสับสน

แต่เพราะมีแฟนๆที่ร้อนแรงทุกคน
ถึงมีฉันในตอนนี้

เพราะได้รับความกล้ามา
ถึงได้สังเกตเห็นความรู้สึก
ที่มันบอกว่ามุ่งไปในเส้นทางใหม่กันเถอะ
ที่มันบอกว่าอยากทำนั่นนี่

ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ เพื่อจะตอบแทนให้สมกับที่ได้รับมา
โอบาตะ ยูนะ ในฐานะไอดอลที่เปล่งประกาย
จะสนุกให้เต็มที่เลยค่ะ!

มาสร้างความทรงจำด้วยกันเยอะๆเถอะค่ะ!

จนกว่าจะถึงท้ายที่สุดก็ฝากด้วยนะคะ!!

รักนะ




(yu ❛ ڡ ❛ )na

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

(91)[100%SKE48 Vol.3] แปลบทสัมภาษณ์เอโกะชูริ (เอโกะ ยูนะ x ทาคายานางิ อากาเนะ)

HEAVENLY

นี่คือความสัมพันธ์ที่ทะนุถนอมไว้โดยไม่มีใครล่วงรู้
แต่ทว่า ไม่มีใครสามารถหยุดมันลงได้อย่างแน่นอน
แฟนๆ SKE เฝ้ามองไปที่ความรักน้อยๆอย่างใจจดใจจ่อ
เพียงแค่ผลักดันข้างหลังนั้นเบาๆ
โลกใบนี้ก็มีเพียงแค่เธอสองคน



จดหมายรักที่อ้อมค้อม


- คิดว่าที่ถ่ายทำวันนี้เป็นยังไงบ้างครับ?

ชูริ: สนุกมากค่ะ! แต่ว่าใจเต้นตึกตักไม่หยุดเลย

เอโกะ: ฮุๆๆๆ...เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายใกล้กันขนาดนี้สินะคะ

ชูริ: ครั้งแรกจริงๆนั่นแหละ! ไม่สิๆ มันก็...(นั่งอยู่ไม่สุข)

- เป็นสองคนที่ยังไงก็ไม่กล้าสบตากัน

ชูริ: ไม่กล้ามองหน้ากันตรงๆเลยค่ะ แม้จะเคยไปนั่งร้านคาเฟ่ที่ชินจูกุด้วยกัน แต่ก็นั่งข้างๆกัน แบบนี้ถึงจะสบายใจได้ ถ้านั่งหันหน้าเข้าหากัน...จะสั่นค่ะ

เอโกะ: ฮุๆๆๆ

- ความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้ มันมาจากอะไรนะ?

ชูริ: อะไรน้า...

เอโกะ: คืออะไรกันนะ?

ชูริ: ถ้าพูดถึงเรื่องตั้งแต่เริ่มต้น ก็คงจะเป็นตอนที่เอโกะซังเหมือนจะกำลังกังวลอะไรซักอย่าง ที่ฉันเข้าไปคุยคงเป็นตัวจุดประกายน่ะ สำหรับฉันมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก แต่สำหรับเอโกะซัง นั่นเป็นการปรึกษากับคนอื่นครั้งแรก

เอโกะ: ฉันไม่เคยปรึกษากับใครมาก่อนเลยค่ะ

ชูริ: ฉันรู้มาจากแฟนๆว่าในนิตยสารมีบทสัมภาษณ์ บอกว่า “ตอนที่ชูริซังเข้ามาชวนคุย รู้สึกดีใจจริงๆ” ฉันก็คิด “เขียนอะไรไปกันเนี่ย” ตื่นเต้นขึ้นมาเลยค่ะ

- แต่ว่าพอได้ปรึกษากันคราวนั้นแล้ว ต้องเป็นเรื่องหนักๆค่อยมาปรึกษาหรือเปล่า?

ชูริ: เหมือนจดหมายรักที่อ้อมไปอ้อมมาน่ะค่ะ (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นฉันติดซ้อมละครเวที AKB49 อยู่พอดีก็เลยไม่ได้เจอกัน ฉันเอาแต่คิดเรื่องของเอโกะซัง แล้วก็พบว่า “แปลกจัง? ทำไมรู้สึก...เหมือนว่าใจเต้นตึกตักเลยฟระ!

- ในระหว่างที่ไม่ได้เจอหน้ากัน ความรักก็ก่อตัวขึ้น

ชูริ: ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นว่าไม่กล้าสบตากันเลย ที่จริงฉันไม่รู้หรอกว่าเธอรู้สึกพิเศษกับฉัน เรื่องนี้เธอก็ไม่ได้มาบอกกับฉันเอง ฉันรู้มาจากนิตยสารน่ะ เนอะ!

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆ เป็นอย่างนั้นแหละค่ะ

- แต่ได้อ่านบทความก็ทำให้จิ้นได้แล้ว

ชูริ: ใช่ค่ะ แบบว่า “เอโกะซังตอนนั้น ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าแบบไหนกันนะ?”

- เป็นช่วง Coquettish Juutai chuu ครับ น่าจะประมาณ 2 ปีกว่าได้

เอโกะ: ค่ะ ตอนนั้นเรื่องที่กังวลก็คือเรื่องประกาศเซมบัตสึในวันรุ่งขึ้น

ชูริเป็นช่วงที่หลังจากเอโกะซังมาอยู่ KII แล้วก็เริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ตอนแรกๆก็ไม่ได้ค่อยได้คุยกันบ่อยนะคะ อิมเมจในตอนนั้นคือ “เอโกะจังจากทีม S ที่น่ารักมาก ทุกคนเอ็นดู” แต่ว่าเพราะเรื่องนี้ แป๊บเดียวก็กลายเป็นประหม่าไปซะงั้น

- พูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็นรักครั้งแรกของเอโกะซังไม่ใช่เหรอ

เอโกะ: มีแค่ที่นี่ (กองบก.BUBKA) แหละค่ะที่เรียกแบบนี้! ดันเขียนลง “100% SKE48” เล่มก่อนไปแบบนั้น...

ชูริ: ในเล่มแจกฟรีที่ TSUTAYA ก็ลงแบบนั้นนะ (หัวเราะ)

- แต่ว่า เอโกะซังไม่มีสเปคผู้ชายที่ชอบนี่ครับ ใช่มั้ย

เอโกะ: ไม่มีค่ะ

- นั่นไงล่ะ งั้นสำหรับเอโกะซังแล้วความรู้สึกที่มีต่อทาคายานางิ ไม่ใช่ “ความรัก” หรอกเหรอ?

เอโกะ: อะไรเนี่ยยยย

- ธีมของเล่ม 3 คือ “ความรัก” ไงครับ เพราะงั้นด้วยธีมนี้ถ้าไม่ลง “เอโกะชูริ” ล่ะก็ ต้องโดนประหารแน่

เอโกะ: ไม่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าคนที่เริ่มไม่กล้าสบตาก่อนก็คือ ชูริซังไม่ใช่เหรอคะ?

ชูริ: ใช่!

เอโกะ: จากนั้นพอเอามาคุยกันใน MC ในสเตจ ฉันก็เริ่มเขินแล้วกลายเป็นว่าไม่กล้าสบตาชูริซังเหมือนกัน (หัวเราะ)

- พูดอีกอย่าง ความรู้สึกระหว่างคุณสองคน...ก็คือ “ความรัก” นั่นแหละ

ชูริ: ความรักเหรอ...แต่ว่าอันที่จริงก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกกับเมมเบอร์คนไหนมาก่อนเลยล่ะ

- จะว่าไป นี่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆช่วงมัธยมไม่ใช่เหรอ แบบว่า A คุงกับ B จังแม้จะชอบกันแต่ก็ต้องบอกผ่านเพื่อนชื่อ C จังว่า “A น่ะ บอกว่าชอบ B นะ” หลังจากนั้นถึงได้รู้ความรู้สึกของสองฝ่าย ประมาณนั้นน่ะ

ชูริ: นั่นแหละค่ะ! นั่นน่ะ เป็นช่วงวัยรุ่นที่มาช้ามากเลยไม่ใช่เหรอ

- นิตยสารที่ทำให้มั่นใจว่าทั้ง 2 คนมีความรู้สึกต่อกันก็คือใน 100%เล่มก่อน ตอนที่สัมภาษณ์เอโกะซัง ตอนนั้นพอพูดไปว่า “เพิ่งจะสัมภาษณ์ชูริซังไป...” อยู่ดีๆเอโกะซังก็ถามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า “เอ๋? พูดอะไรบ้างเหรอคะ?” หน้าก็เริ่มแดงนิดๆ แถมยังจับผมตัวเองแก้เขินด้วย ดูยังไงก็เป็นสีหน้าของเด็กสาวที่กำลังมีความรักชัดๆ

เอโกะ: ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยค่ะ!

- คติของนิตยสารเล่มนี้ก็คือ “พิสูจน์ความจริงที่เที่ยงแท้” (หัวเราะ) ตั้งแต่นั้น นิตยสารเล่มนี้ก็ได้จัดสัมภาษณ์พิเศษขึ้นมา นัดหมายกับ “เอโกะชูริ”

ชูริ: ฮ่าๆๆๆๆ

- มันคือ “ความรัก” ไงล่ะ อีกอย่างวันนี้ที่ไปถ่ายกันมาทั้งวันก็มีบรรยากาศมุ้งมิ้งเต็มไปหมด

ชูริ: มีตลอดเลยล่ะ! ตั้งแต่วันก่อนจะไปถ่าย ใจฉันก็เต้นตึกตัก นี่มันคือความรักสินะ?

- คือความรักครับ ความรักเป็นจุดกำเนิดของความสัมพันธ์

ทั้งคู่: ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ



แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว


- ทาคายานางิซังคิดว่าเอโกะซังมีตรงไหนบ้างที่ทำให้ใจเต้นแรง?

ชูริ: อืมมม ตรงไหนนะ? ไม่ใช่ความรู้สึก “น่ารักจัง” แบบพวกลูกหมาหรือเด็กน้อยน่ะค่ะ แล้วก็ไม่ใช่น่ารักแบบไอดอลด้วย...คงเป็นแบบคนๆนึง เป็นเด็กสาวคนนึงล่ะมั้ง...

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆๆ

ชูริ: ยิ่งอธิบายยิ่งดูทำให้เข้าใจผิดแฮะ บ้าจริง (หัวเราะ)

- ก็ความน่ารักแบบลูกหมาหรือเด็กน้อยมันไม่มีความรู้สึกเขินหรือทำให้ใจเต้นนี่ครับ แต่กับ “เอโกะชูริ” ให้ความรู้สึกแบบนั้น

ชูริ: อ่า เพราะอะไรกันนะ? แต่ว่าถ้าใช้ตรรกะนี้หาคำตอบต่อไปล่ะก็ จะกลายเป็นว่าไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงจริงๆนะ...

- ในเมื่อต่างก็ชอบกันอยู่แล้ว แต่กลับรักษาระยะห่างไว้นิดนึง มันเหมือน “สถานการณ์แบบอิโนกิ-อาลี” เลย (สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก)

เอโกะ: อ่า ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจเลยก็เถอะ (หัวเราะ)

- พูดอีกอย่างมันเป็น “สถานการณ์แบบเอโกะ-ชูริ” น่ะครับ ถ้าเอโกะซังลองแสดงความรู้สึกที่มีต่อทาคายานางิซังล่ะ?

เอโกะ: คุยเรื่องนี้ต่อหน้าชูริซังน่าอายออกค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าจะพูดยังไงดี จริงๆก็เคยคิดเหมือนกันว่า “วันนี้ชูริซังจะอยู่มั้ยนะ”

- โอ้ๆๆ

เอโกะ: เวลามีถ่ายงานหรืองานจับมือก็ชอบคิดว่า “ได้เวลาเดียวกับชูริซังเลย” พอรู้ตัวอีกทีก็คิดแบบนี้ไปแล้ว

ชูริ: เอโกะซังมี LINE มาว่า “ช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเลย” ตอนนั้นฉันก็คิดว่า “นี่คงเรียกว่าคาหนังคาเขาแล้วล่ะมั้ง” จะชอบทำอะไรแสดงออกมาเองโดยไม่รู้ตัวน่ะค่ะ

เอโกะ: เอ๋!!?

ชูริ: ฉันหมายความไปในทางที่ดีน่ะ แต่ดูยังไงก็เป็นการกระทำที่ไม่ได้คิดไว้ก่อนแน่ หลังจากมีประกาศว่าเอโกะซังได้เล่น “AKB49 ก็ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เลย ฉันได้โผล่ไปดูซ้อม “AKB49” อยู่ครั้งนึง แต่เหมือนตอนนั้นเอโกะซังจะแยกซ้อมอยู่ที่ตึกอีกชั้นนึง เลยไม่ได้เจอกันเลยค่ะ

เอโกะ: ใช่ค่ะ

ชูริ:  ฉันเห็นว่ามันก็ช่วยไม่ได้ก็เลยกลับค่ะ จากนั้นเอโกะซังก็ส่ง LINE มาว่า “ชูริซังมาเหรอคะ! ทั้งที่บอกว่าอยากเจอแท้ๆ” แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆแบบนั้น

เอโกะ: ฮุๆๆๆๆ

ชูริ: ทั้งที่ปกติออกจะเป็นเด็กขี้อายน่ะ

เอโกะ: ฉันก็พูดแบบนี้บ่อยนะคะ

ชูริ: คงเพราะตรงไปตรงมาแบบนี้ เลยรู้สึกใจเต้นแรงน่ะ

เอโกะ: แต่ว่า ถ้าอยู่ต่อหน้าคงพูดไม่ออกค่ะ ถ้าไม่ใช่ LINE ก็พูดไม่ออก

- นี่มันเหมือนเนื้อเพลงอะไรซักอย่างเลยนะครับ (หัวเราะ) จริงสิ! อากิโมโตะเซนเซย์จะต้องคิดถึงเรื่อง “เอโกะชูริ” แน่ๆถึงได้เขียนเพลง “Chicken LINE” ออกมา...

ชูริ: ไม่ใช่แล้วค่ะ!

- แต่ว่า Chicken ไม่ใช่นกเหรอครับ

เอโกะ: ฮุๆๆๆ ตลกอ่ะ (หัวเราะ)

- ประเด็นนี้ไว้ก่อนแล้วกัน (หัวเราะ) ตั้งแต่เมื่อกี้ก็รู้สึกตะหงิดๆ ทาคายานางิซังเรียกเอโกะซังว่า “เอโกะซัง”

ชูริ: เรื่องนี้มีที่มาค่ะ ฉันเคยบอกกับพวกรุ่นน้องว่า “เรียกฉันว่าชูริจังก็ได้นะ” ไม่ก็ “ไม่ต้องเติมซังก็ได้” แต่ถึงฉันพูดอย่างนั้น เอโกะซังก็เหมือนไม่ฟังเลย เพราะงั้นคงต้องเป็นฉันเองที่ต้องทำตาม เพื่อให้เท่าๆกับเอโกะซังก็เลยเรียกเธอว่า “เอโกะซัง” ค่ะ

- ใช้ “ชูริซัง” กับ “เอโกะซัง” แสดงความเสมอกัน งั้นเวลาส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเหินห่างเหรอครับ? ที่เปลี่ยนวิธีเรียกอย่างนี้น่ะ

ชูริ: ไม่ค่ะ

- อายุห่างกัน 8 ปีใช่มั้ยครับ

ชูริ: ไม่ต้องบอกก็ได้... (หัวเราะ)

- ความรัก อายุไม่สำคัญหรอกครับ

ชูริ: นี่ นี่มันคำถามชี้นำนี่

ถูกต้องครับ คำถามชี้นำ (หัวเราะ)

เอโกะ: อุฮุๆๆๆ

ชูริ: แหม พวกคำถามแบบ “งั้นมันเป็นยังไงแน่?” นี่น่ะ คือฉันก็อยากให้แฟนๆรู้สึกสงสัยต่อไป เพราะงั้นฉันไม่ตอบหรอกค่ะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนไปจินตนาการกันเองนะ



ทาคายานางิสุดเท่


- จะว่าไปแล้ว เอโกะซังก็เคยเขียนถึงทาคายานางิซังใน SKE48 mail ด้วยนี่ครับ

เอโกะ: ค่ะ (เขิน) เพราะไม่อยากให้ชูริซังเห็นก็เลยไม่เขียนลงบล็อก เรื่องเกี่ยวกับชูริซังที่ค่อนข้างส่วนตัวมักจะเขียนใน SKE48 mail ค่ะ

ชูริ: เรื่องนี้น่ะ แทนที่จะให้แฟนๆมาบอกฉัน ไม่คิดว่า “ฉันพูดเอง” จะดีกว่าเหรอ?

เอโกะ: ไม่ค่ะ แบบนี้ก็สนุกดี พอเขียนเรื่องพวกนี้ในเมล์แล้ว ในงานจับมือก็จะมีแฟนๆวิ่งไปบอกกับชูริซังเองค่ะ

ชูริ: แต่ว่า ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าเนื้อหาเป็นยังไง

เอโกะ: นั่นเป็นเพราะฉันบอกพวกเขาไว้ว่า “อย่าไปบอกชูริซังนะคะว่าฉันเขียนอะไร”

ชูริ: แล้วฉันก็ไปทวีตในทวิตเตอร์ว่า “ดูเหมือนว่าเอโกะซังจะเขียนเกี่ยวกับฉัน เขียนเรื่องอะไรกันแน่น้า จะไม่เขียนลงบล็อกหน่อยเหรอ ไม่งั้นฉันไม่ได้อ่านนะ” ปรากฎว่ามีแฟนๆมาตอบว่า “งั้นก็สมัครรับเมล์สิ” แต่แบบนั้นมันไม่ได้น่ะสิ ก็เอโกะซังไม่อยากให้ฉันอ่านก็เลยเขียนลงใน SKE48 mail ไง หลังจากนั้นเพราะเป็นแบบนี้ เอโกะซังก็เลยเขียนถึงฉันลงในบล็อก “บ้าง”

- สุดท้ายก็วนกลับมา ทั้งๆที่แค่อยากคุยด้วยแต่ต้องลำบากขนาดนี้ (หัวเราะ)

ชูริ: เดิมความสัมพันธ์ของ “เอโกะชูริ” น่ะจมอยู่ใต้น้ำค่ะ แต่หลังๆนี่หมือนว่าแฟนๆ SKE48 จะเริ่มสังเกตเห็นกันแล้ว แต่สื่อที่สังเกตเห็นเรื่องนี้ ก็มีแค่กองบก. 100% เท่านั้นแหละค่ะ

- แน่นอนอยู่แล้วครับ (หัวเราะ) แล้วก็แปลกใจมากด้วยที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ “เอโกะชูริ” ถ่ายแบบด้วยกันสองคน

เอโกะ: ใช่ค่ะ เมื่อก่อนไม่เคยถ่ายด้วยกันสองคนเลย

- จะว่าไป เอโกะซังเคยเขียนเรื่องพวกนี้ลงใน SKE48 mail หมดแล้วมั้ง?

เอโกะ: เอ่อ “วันนี้ชูริซังพูดมาแบบนี้ล่ะ ดีใจมากๆเลย” อะไรประมาณนั้นค่ะ...(หน้าแดง)

ชูริ: ฮ่าๆๆๆ

- ตอนนี้น่ะ เป็นสีหน้าของเด็กสาวที่กำลังอยู่ในความรักไม่ใช่เหรอครับ (หัวเราะ)

เอโกะ: ฮื่ออออ!

- ฮ่าๆๆๆๆ ไม่กี่วันก่อนตอนที่นัดกันที่ชินจูกุ ทาคายานางิซังก็ให้ของขวัญวัดเกิดเอโกะซังด้วยนี่ครับ

ชูริ
: ใช่ค่ะ เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการแต่งหน้า ที่เลือกของขวัญชิ้นนี้มันมีที่มานะคะ เพราะว่าเอโกะซังเคยบอกฉันว่าฝันอยากจะเป็นนางแบบในอนาคต นั่นเป็นตอนที่เอโกะซังยังไม่ได้บอกใครเลยเกี่ยวกับความฝันนี้

เอโกะ: ชูริซังเป็นคนแรกค่ะที่ฉันเปิดใจคุยเรื่องความฝัน ที่ผ่านมาไม่เคยบอกใครเลย ได้แต่เก็บเอาไว้

ชูริ: เพราะงั้นฉันเลยบอกว่า “จะต้องพูดความคิดของตัวเองออกมานะ” สนับสนุนผลักดันเธอแบบนั้น จากนั้นเอโกะซังก็ค่อยๆเริ่มพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา แล้วก็ได้งานของ LOVE berry ด้วย อีกอย่างเพราะเธอเคยบอกว่ากำลังศึกษาเทคนิคการแต่งหน้าอยู่พอดี ดังนั้นก็เลยให้เป็นอันนี้ค่ะ

เอโกะ: ชูริซังคอยคิดถึงเรื่องของฉันตลอดเลย

ชูริ: ก็เพราะว่าฉันเป็นคนแรกที่เอโกะซังเปิดใจด้วยไง ยังไงก็ต้องดูแลเป็นพิเศษน่ะ

- สายสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน ผมคิดว่าได้สร้างกระแสใหม่ๆให้กับ SKE48 เลยนะ ทั้ง 2 คนไม่อยากลองจัด SHOWROOM ด้วยกันหน่อยเหรอครับ? แบบหันหน้าเข้าหากัน

ชูริ: ไม่ได้ๆๆๆ

เอโกะ ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ!

ชูริ: แต่ว่า ก็อยากจะจัด SHOWROOM ด้วยกันสักวันเนอะ

เอโกะ: อยากจัดด้วยค่ะ! สักวันมาจัด SHOWROOM ด้วยกันนะคะ!

- เอโกะซังบอกไว้ในบล็อกว่า “ถ้าได้จัดรายการพิเศษกับชูริซังล่ะก็ มีเรื่องเยอะแยะเลยที่อยากคุย” ใช่มั้ยครับ อยากคุยอะไรบ้างล่ะ?

เอโกะ: อืมมม จะพูดยังไงดีนะ...ฉันเป็นพวกที่มีบางเรื่องที่ยังไงก็ไม่อยากเอามาคุยกับคนอื่น แม้แต่คนในครอบครัวก็ด้วย

ชูริ: ฉันก็เป็นเหมือนกัน

เอโกะ: ขนาดตอนที่คุยกับชูริซังครั้งแรกก็ไม่ใช่ต่อหน้านะคะ แต่ใช้คุย LINE เอาน่ะ

ชูริ: จริงด้วย ตอนที่คุยกับเอโกะซัง ทั้งที่ตอนนั้นเธอบอกว่า “ไม่มีอะไรค่ะ” แต่เย็นวันนั้นกลับส่ง LINE มา

เอโกะ: วันนั้นน่ะ ทำไมอยู่ๆถึงอยากคุยกับชูริซังกันนะ? ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ชูริ:  ฉันก็ไม่คิดว่าจะ LINE มา

เอโกะ: มันรู้สึกแบบว่า ถ้าเป็นชูริซังล่ะก็ คงพูดได้แน่

ชูริ: ฉันว่าอาจเป็นเพราะตอนนั้นสถานการณ์ของเรา 2 คนคล้ายกันล่ะมั้ง ตอนนั้นเอโกะซังแม้จะมีเรื่องกลุ้มใจแต่ก็ไม่อาจพูดออกมาได้ ตอนนั้นในทีมฉันเองก็อยู่ตรงจุดนั้นเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่า “ฉันก็เหมือนกัน” เลยกลายเป็นว่าสามารถพูดเรื่องที่อยู่ในใจออกมาได้

เอโกะ: ที่ได้พูดออกมามันทำให้ฉันรู้สึกดีมากค่ะ ตั้งแต่นั้นมีเรื่องอะไรก็จะ LINE บอกชูริซังตลอด

- นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นแหละ อาจเรียกว่าเป็นโมเม้นต์ที่เอโกะซังเกิดใหม่เลยก็ได้นะครับ ได้ยินว่าไม่กี่วันก่อนในทัวร์ที่ชิบะ ทาคายานางิซังก็กอดไปหนึ่งทีด้วย

เอโกะ: ค่ะ! เพราะฉันขอชูริซังไปว่า “ช่วยบอกว่า “สู้ๆนะ” กับฉันหน่อยค่ะ”

ชูริ: ฉันเลยบอกไปว่า “สู้ๆนะ สู้ๆ ไม่ต้องร้องไห้! แล้วก็ลูบหัวๆแล้วก็เดินกลับไป

เอโกะ: เท่มากเลย!

ชูริ: จะว่าไป เอโกะซังเคยพูดเรื่องที่น่าเสียใจด้วยครั้งนึง

เอโกะ: จำได้ค่ะ!

ชูริ: เรื่องนั้นน่ะ พอได้ยินฉันก็ตกใจจนร้อง “เอ๊!?” เลยล่ะ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาดนะ 

เอโกะ: ตอนนั้น สภาพฉันน่ะแย่มากเลยล่ะค่ะ

ชูริ:  เพราะฉันไม่อยากให้เอโกะซังคิดแบบนี้ ก็เลยดุเธอไปว่า “แบบนี้มันไม่ได้นะ”

เอโกะ: พอฉันถูกชูริซังดุก็เริ่มรู้สึกตัว หลังจากนั้นก็กลับมาเป็นปกติค่ะ

- เท่มากเลย (หัวเราะ)

ชูริ: บางทีการดุก็จำเป็นค่ะ แบบนั้นตัวเองก็จะมีความระมัดระวังด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นในงานจับมือช่วงคริสมาสต์เมื่อปีที่แล้ว

- จริงสิ ในงานอีเว้นท์อัลบั้มเอโกะซังก็เคยปลอบทาคายานางิซังด้วยใช่มั้ยครับ

ชูริ: มันเป็นช่วงที่ฉันกำลังย่ำแย่มากน่ะ

เอโกะ: ระหว่างที่ถ่ายรูปอยู่ พอดีเดินผ่านหน้าห้อง แล้วก็เห็นชูริซังกำลังร้องไห้อยู่

ชูริ: ตอนนั้นฉันสะดุ้งเลยค่ะ ก็ดูแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีใครเข้ามาแน่เลยเลือกห้องนั้นน่ะ

เอโกะ: ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า “ชูริซังร้องไห้...” จากนั้นไม่ได้คิดอะไร ก็เดินเข้าไปในห้อง ลูบหลังชูริซังเลยค่ะ

ชูริ: ตอนนั้นมีเรื่องเสียใจที่ไม่เกี่ยวกับงานค่ะ แต่ว่าตอนทำงานน่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยิ้มให้ได้ อย่างเช่นตอนที่ตีแบดกับแฟนๆ  ยิ่งเป็นงานที่สนุกอย่างนี้ด้วย แต่จริงๆแล้วยังไงก็เก็บไม่อยู่เลยวิ่งไปร้องไห้ที่ห้องเก็บคอสตูม

- นี่บังเอิญผ่านไปพอดีเลยมองเห็น ดูท่าคุณสองคนจะมีด้ายแดงผูกกันอยู่นะครับ

ชูริ: นิยายเรื่องนี้ดูราคาถูกชะมัด!

เอโกะ: ถ้าชูริซังร้องไห้ ฉันคงเป็นห่วงมากเลยค่ะ

ชูริ: เมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ถ่ายทำ “Konya wa Join us” ก็เหมือนกัน พอเห็นฉันเดินร้องไห้ตรงทางเดิน เธอก็ LINE มาว่า “ชูริซังไม่เป็นไรนะคะ?”

เอโกะ: ก็เป็นห่วงจริงๆนี่ จริงสิ วันเกิดชูริซังเมื่อปีที่แล้วก็เหมือนกัน!

ชูริ: อ่า เรื่องนั้น ตอนวันเกิดน่ะแม้ KII ทุกคนจะมาอวยพร แต่ตัวฉันเองกลับรู้สึกว่าปีนั้นฉันไม่เติบโตขึ้นเลย ทั้งๆที่ทุกคนมาอวยพรให้ฉันอย่างมีความสุขแต่ตัวเองกลับรู้สึกไม่มีความสุขกับวันเกิดแบบนั้นได้...เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนั้นมากก็เลยร้องไห้ออกมาค่ะ

- สายสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนข้องเกี่ยวกันบ่อยๆ งั้นขอถามซักนิดนะครับ คริสมาสต์ปีนี้นัดกันไว้ว่ายังไงบ้าง?

ชูริ: ทำไมถึงถามเรื่องนี้ล่ะ! ก็คงจะจัดปาร์ตี้กับเมมเบอร์ KII ล่ะมั้ง? ตอนนั้นแค่นั่งข้างๆกันโดยไม่รู้ตัวเหมือนปกติก็พอแล้ว ถ้าสองต่อสองล่ะก็คงไม่ไหว!

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆ

- จากนั้นสองคนก็ขอตัวออกมาจากงานปาร์ตี้ก่อน...

ทั้งคู่: ไม่ค่ะ!

-  ในคืนที่หิมะตกอย่างเงียบสงบ...

ชูริ: จะจิ้นคริสมาสต์แนวอีโรติคทำม้ายยย (หัวเราะ) แต่ว่า ตอนที่ทุกคนกำลังกินข้าวด้วยกันก็จะนั่งข้างกันโดยไม่รู้ตัวตลอดเลย

เอโกะ: นั่นสินะคะ (หัวเราะ)

ชูริ: เวลาอยู่ในห้องแต่งตัวก็ใช่ ไม่ว่าใครจะเข้ามาในห้องก่อน ก็จะมีที่ว่างที่นึงอยู่ข้างๆตลอดเลย

เอโกะ: ฮ่าๆๆๆๆ

- ในทีมเขาก็รู้กันทั่วนะครับว่าสองคนสนิทกันมาก



ศัตรูของนางฟ้า


- สุดท้ายนี้ ยังไงก็ยังอยากถามเรื่องงานเลือกตั้ง AKB48 หน่อย เอโกะซัง เป้าหมายปีนี้คืออะไรครับ?

(T/L note: บทสัมภาณ์นี้สัมภาษณ์เมื่อต้นปี 2017 ดังนั้นงานเลือกตั้งในนี้จึงหมายถึงงานเลือกตั้งปี 2017)

เอโกะ: ที่ปีก่อนได้อันดับ 35 ทั้งๆที่ติดอันดับครั้งแรกแต่ก็ได้อันกับที่ดีขนาดนั้น หลังจากประกาศ เมมเบอร์ที่ติดอันดับก็จะมายืนถ่ายรูปรวมกันใช่มั้ยคะ ตอนนั้นที่กำลังแนะนำ Next Girls อยู่ รู้สึกว่าตัวเองอยากจะไปยืนอยู่แถวแรกจริงๆค่ะ วิวที่เห็นในตอนนั้นยังตรึงอยู่ในใจ เพราะงั้นปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ Under Girls ค่ะ แล้วก็ซักวันนึงถ้าได้ไปยืนร้องเพลงอยู่ข้างๆชูริซังก็คงดี

ชูริ: โอ้ (เขิน)

- ส่วนทาคายานางิซัง ก็ตัดสินใจลงสมัครเร็วมากเลย

ชูริ: หลังจากจบงานเลือกตั้งปีที่แล้ว ก็ได้จัดงานพบปะแฟนๆค่ะ ตอนนั้นก็ได้ประกาศไว้แล้ว

- มีเป้าหมายที่ตั้งไว้มั้ยครับ?

ชูริ: อันดับ 8 ค่ะ เหตุผลเหรอ อย่างแรกเลยก็เพราะปีนี้ฉันซึ่งเป็นรุ่น 2 เข้ามาอยู่ SKE48 เป็นปีที่ 8 แล้ว แล้วก็คงมีวันที่ฉันจะออกจาก SKE48 หวังว่าหลังจากนั้นทุกคนจะยังเป็นแฟน SKE48 ต่อไป อีกอย่าง พอหมุนเลข 8 ไปอีกทางก็จะเป็นอินฟินิตี้ใช่มั้ยคะ ฉันเชื่อในความรักของแฟนๆที่ไม่มีวันจบสิ้นค่ะ...นั่นแหละเป็นเหตุผลอย่างที่สอง

- ถ้าแบบนั้น ก็ไม่ได้ตั้งเป้าที่คามิ 7 แต่ตรงนี้ก็คาดหวังไว้เหมือนกันใช่มั้ยครับ?

ชูริ: ค่ะ พูดถึงอันดับ 7 ไม่ว่ายังไงก็จะนึกถึงอาคาริน (สุดะ อาคาริ) เมื่อปีที่แล้วตลอดเลย ก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากติดใน 7 อันดับนะคะ แต่แค่สำหรับฉันแล้ว อันดับ 8 เป็นอันดับที่เหมาะสมน่ะค่ะ

- ปีนี้ลงเลือกตั้งอย่างไม่ลังเลเลยซักนิด

ชูริ: ก็ขนาดคนที่ประกาศไปแล้วว่า “ปีนี้เป็นปีสุดท้าย” ยังลงได้เลยนี่คะ!

เอโกะ: ฮุๆๆๆๆ

ชูริ: โอบะ มินะ ก็พอกันนั่นแหละ!

- ถ้ามีเพื่อนมาด้วยเยอะขึ้นก็ไม่น่ากลัวแล้ว!

ชูริ: แต่ว่าฉันแค่อยากให้ทุกคนเข้าใจ นั่นคือจิตใจของพวกเรามันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ!

- นั่นสินะครับ แล้วความมุ่งมั่นที่จะเป็น “วงที่คนติดอันดับมากสุด” ซึ่งหลุดมือไปเมื่อปีที่แล้ว ก็คงจะมากขึ้นด้วยสินะ?

ชูริ: ปีนี้ (โอยะ) มาซานะซังกับคาโอตัน (มัตสึมุระ คาโอริ) ก็ลงสมัครด้วย ก็มีความรู้สึกว่าเราน่าจะคว้ามันกลับมาได้

- ปีนี้ดูมองโลกในแง่ดีมากเลยนะครับ

ชูริ: ใช่ค่ะ! ไม่พูดอะไรในแง่ลบอีกแล้วล่ะ!

เอโกะ: ถ้าพูดออกมาอาจโดนตบได้น่ะค่ะ

- “ถ้าพูดอะไรในแง่ลบออกมาจะโดนตบ” สัญญากับโอบะซังไว้อย่างนี้สินะ เอโกะซัง ในงานเลือกตั้งนี่มีเมมเบอร์ที่จับตามองมั้ยครับ?

ชูริ: อ่า เรื่องนี้ฉันก็สงสัยเหมือนกัน มีเมมเบอร์ที่ไม่อยากยอมแพ้มั้ย?

เอโกะ: เอ่อออ จะว่ามีก็มีค่ะ...พูดออกมาได้ใช่มั้ยคะ?

ชูริ: แต่ว่า ฉันก็พอรู้สึกได้อยู่บ้างล่ะ เป็นเมมเบอร์ในทีมเดียวกันใช่มั้ย?

เอโกะ: ค่ะ อยู่ทีมเดียวกัน

ชูริ: นอกจากเด็กคนนั้นก็คงไม่มีใครแล้วล่ะ ไม่ต้องบอกก็ได้นะ!


- สุดท้ายก็ถูกความรักของทาคายานางิซังปกป้องไว้ได้นะ (หัวเราะ)

blogged by 91

[91][bsummary]

Translation

[Translation][bsummary]

Subtitle

[subtitle][bsummary]

Update

[SKEUpdate][bsummary]